Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์ เอเวอร์ไลต์ ดึงนักลงทุนสวนกระแสตลาด พรีเซลรอบสองระดมทุนทะลุ 250,000 ดอลลาร์

แม้ตลาดคริปโตจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจากวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและท่าทีการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทว่าโครงการ ‘บิตคอยน์ เอเวอร์ไลต์(Bitcoin Everlight)’ กลับสามารถรักษาแรงดึงดูดจากนักลงทุนในช่วงพรีเซลรอบที่สองได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ยังคงมีต่อโครงการนี้ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาด

แรงกดดันที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้มีสาเหตุมาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ เหตุความไม่สงบใกล้ท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน ซึ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมด ‘เลี่ยงความเสี่ยง’ พร้อมกับการที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50% - 3.75% เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยส่งสัญญาณว่าโอกาสลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ยังค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้กระแสเงินทุนลดลง และความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนปรับตัวลงอย่างฉับพลัน

ในเวลาเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งลากยาวมากกว่า 40 วัน ได้เร่งแรงขายของนักลงทุนรายย่อย ผลกระทบโดยรวมทำให้ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ร่วงลงไปถึงระดับ 75,000 ดอลลาร์ หรือราว 10.9 ล้านบาท และยังเกิดการบังคับขายสถานะ Long Positions คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ภายในวันเดียว

อย่างไรก็ดี ‘บิตคอยน์ เอเวอร์ไลต์’ กลับกลายเป็นข้อยกเว้น โครงการนี้ไม่ได้โฟกัสแค่ประสิทธิภาพด้านราคาดังโครงการอื่นๆ แต่โดดเด่นด้วยโครงสร้างการมีส่วนร่วมที่แตกต่าง โดยออกแบบให้ทำงานผ่าน ‘เลเยอร์เบา (lightweight layer)’ ที่ไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงบล็อกเชนของบิตคอยน์ดั้งเดิม โครงสร้างนี้ช่วยแยกการประมวลผลธุรกรรมออกจากชั้นการชำระเงินหลักของบิตคอยน์ ส่งผลให้สามารถดำเนินงานได้โดยไม่กระทบต่อแก่นแท้ของบิตคอยน์ ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครือข่าย

ระบบนี้ใช้โทเคน ‘BTCL’ ที่มีจำนวนคงที่ทั้งหมด 21 พันล้านโทเคน โดยแบ่งจัดสรรไว้ให้พรีเซล 45% สำหรับรอบที่สองของพรีเซล ขายอยู่ที่ราคา 0.0010 ดอลลาร์ หรือราว 1.4 สตางค์ ซึ่งสามารถระดมได้แล้วกว่า 250,000 ดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 3.6 ล้านบาท โทเคนที่ได้จะปลดล็อก 20% ทันที และที่เหลือทยอยปลดภายใน 6-9 เดือน ส่วนทีมผู้พัฒนาได้รับจัดสรร 10% ภายใต้เงื่อนไขล็อกไว้ 12 เดือนและทยอยปล่อยตลอดช่วง 24 เดือนถัดไป

ในแง่ของการดำเนินเครือข่าย โครงการเลือกใช้ระบบ ‘โหนดเราท์ติ้ง’ แทนที่จะขุดบล็อกแบบเดิม ผู้เข้าร่วมจะต้องวาง BTCL เพื่อทำสเตก (Staking) แล้วรับค่าธรรมเนียมเราท์ติ้งตามประสิทธิภาพการทำงานของโหนด ซึ่งถูกประเมินจากหลายด้าน เช่น เวลาทำงาน (uptime), ปริมาณการประมวลผล, ความล่าช้า, และอัตราความสำเร็จของการส่งข้อมูล โหนดยังถูกจัดระดับตามบทบาท ได้แก่ ‘ไลท์’, ‘คอร์’ และ ‘ไพรม์’ ซึ่งแต่ละระดับมีสิทธิ์และขอบเขตหน้าที่แตกต่างกัน โดยต้องล็อกเหรียญขั้นต่ำเป็นเวลา 14 วัน

ในด้านความปลอดภัย โครงการได้รับการตรวจสอบสมาร์ตคอนแทรกต์จากบริษัทด้านความปลอดภัยชื่อ SpyWolf และ SolidProof และทีมพัฒนาได้รับการยืนยันตัวตน (KYC) โดย SpyWolf และ Vital Block เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับนักลงทุน

*ความคิดเห็น:* การเคลื่อนไหวของ ‘บิตคอยน์ เอเวอร์ไลต์’ กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดคริปโต โครงการที่มี ‘โครงสร้างการมีส่วนร่วมและแนวคิดที่ชัดเจน’ ยังสามารถดึงดูดกลุ่มผู้สนใจและนักลงทุนต่อไปได้ บทเรียนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทนต่อราคาที่ร่วงลง แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึง ‘ความยืดหยุ่นทางกลไก’ และ ‘ความไว้วางใจจากชุมชน’ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของคริปโตในยุคถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1