ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐกลับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 เดือน จุดประกายความหวังว่าสัญญาณเชิงบวกนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นใหม่ของบิตคอยน์(BTC) โดยหลายฝ่ายชี้ว่าการขยับตัวของดัชนีฯในอดีตมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับทิศทางราคาของสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ประจำเดือนมกราคมอยู่ที่ 52.6 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 48.5 และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 นอกจากนี้ PMI ยังกลับมายืนเหนือระดับ 50 ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะเศรษฐกิจขยายตัวกับหดตัว และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ให้ความสำคัญต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจและตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
การพุ่งขึ้นของ PMI อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น บิตคอยน์ โดยรองประธานบริษัทลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีอย่างสไตรฟ์(Strive) โจ เบอร์เน็ตต์ ระบุว่า "ในอดีตเมื่อดัชนี PMI พุ่งจากจุดต่ำสุดขึ้นมาเป็นสัญญาณชัดเจนของการเริ่มต้นขาขึ้นของบิตคอยน์ ซึ่งเราเคยเห็นลักษณะนี้เกิดขึ้นทั้งในปี 2013, 2016 และ 2020"
นักวิเคราะห์บิตคอยน์ภายใต้นามแฝง ‘แผนซี(PlanC)’ กล่าวเสริมว่า “เราไม่ควรมองบิตคอยน์แค่ในกรอบของรอบการ ‘ลดรางวัลการขุด’ เท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงภาพรวมของวงจรเศรษฐกิจด้วย” พร้อมเน้นว่าผู้ลงทุนต้องปรับมุมมองหากไม่ต้องการพลาดจังหวะนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ดังกล่าว เบนจามิน โคเวน ผู้ก่อตั้งอินทูเดอะคริปโตเวิร์ส(Into The Cryptoverse) ออกมาแย้งว่า “เราไม่สามารถสรุปว่าบิตคอยน์จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตเสมอไป ตัวอย่างเช่นในปี 2023 ดัชนี PMI ยังปรับลดลง ขณะที่ราคาบิตคอยน์กลับพุ่งขึ้น” พร้อมระบุว่า บิตคอยน์อาจเคลื่อนไหวบนเส้นทางที่แยกจากเศรษฐกิจดั้งเดิม
ราคาบิตคอยน์ล่าสุดอยู่ที่ราว 78,842 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.14 ล้านบาท แม้แนวโน้มโดยรวมดูฟื้นตัว แต่ตลอดปีที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยความผันผวน โดยในการปรับฐานช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีการชำระบัญชีเลเวอเรจมากถึง 19.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 280 ล้านบาท และราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ประมาณ 126,080 ดอลลาร์อยู่ราว 38%
มุมมองต่อราคาในระยะยาวยังคงแตกต่างกัน นักลงทุนจากบริษัทร่วมลงทุนชื่อดังอย่างดราก้อนฟลาย(Dragonfly) คาดว่าราคาบิตคอยน์จะทะลุ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 ขณะที่ ทอม ลี จากฟันด์สแตรท(Fundstrat) ให้มุมมองเชิงบวกแบบระมัดระวัง โดยระบุว่าราคาน่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังหลังจากมีการย่อตัวในระยะสั้น ส่วนกาแล็กซี ดิจิทัล(Galaxy Digital) ไม่ให้เป้าราคาแบบเฉพาะเจาะจง แต่คาดการณ์ช่วงราคากว้างที่ระหว่าง 50,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7.2 ล้านถึง 36.2 ล้านบาท
แม้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าดัชนี PMI จะเป็นปัจจัยชี้นำการกลับตัวของราคาบิตคอยน์ แต่ความหวังของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงกำลังกลับมาอีกครั้ง และบิตคอยน์ก็ยืนอยู่ ‘ตรงใจกลาง’ ของกระแสนั้น
ความคิดเห็น 0