ดัชนี PMI ของภาคการผลิตสหรัฐพุ่งเกินระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี สร้างความคาดหวังเกี่ยวกับแนวโน้มฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางเสียงวิเคราะห์ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์นี้ต่อ *บิตคอยน์(BTC)* โดยบางฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณของ *แรลลี่รีเฟลชัน* ขณะที่บางฝ่ายกลับเตือนว่าอาจเป็น ‘สัญญาณขาลง’
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ประจำเดือนมกราคมว่าอยู่เหนือระดับ ‘50’ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนจากภาวะหดตัวสู่ภาวะขยายตัวของเศรษฐกิจ
แอนดเร เดรากูช หัวหน้าฝ่ายวิจัยยุโรปของบิตไวส์(Bitwise) แสดงความเห็นในเชิงบวกว่า “การที่ค่า PMI เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับราคาทองคำและเงินที่พุ่งขึ้น แสดงถึงสภาพแวดล้อมแบบ *รีเฟลชัน* ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นฐานของตลาดขาขึ้นของบิตคอยน์” พร้อมย้ำว่า “นี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่”
ด้านนักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ชื่อดังอย่าง ไมเคิล ฟาน เดอ ปอป ยังเห็นตรงกันว่าการขยับของ PMI เหนือระดับ 50 ชี้ให้เห็นถึงการกลับมาของบรรยากาศ ‘รับความเสี่ยง’ หรือ *Risk-On* แต่เขากล่าวเสริมว่า “ความเคลื่อนไหวใหญ่ของบิตคอยน์ในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นผลจากการอนุมัติ ETF และสภาพคล่องมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจ” พร้อมคาดการณ์ว่า “เราน่าจะเห็นตลาดขาขึ้นรอบสุดท้ายของคริปโตเคอร์เรนซีในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า”
อย่างไรก็ตาม ก็มีมุมมองตรงข้ามจากเทรดเดอร์ที่ใช้ชื่อว่า ‘Titan of Crypto’ โดยเขาชี้ว่า การพุ่งขึ้นของ PMI ครั้งนี้อาจเป็น *สัญญาณ Divergence ในทิศทางขาลง* เมื่อเทียบกับอดีต ในปี 2013, 2016 และ 2020 ที่ค่า PMI ทะลุ 50 มักมาพร้อมสัญญาณขาขึ้นของบิตคอยน์ แต่ครั้งนี้เขาระบุว่า “แม้ PMI จะฟื้นตัว แต่ราคาของบิตคอยน์กลับไม่ได้แสดงรูปแบบเดียวกัน จึงอาจสะท้อนโอกาสในการปรับฐานแทน”
ทั้งนี้ คำว่า *รีเฟลชัน* หมายถึงสภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยไม่ให้เกิดเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่า สถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐยังคงไม่แน่นอน และไม่ควรนำค่า PMI มาใช้คาดการณ์ราคาบิตคอยน์ในทางเดียว เพราะอาจนำไปสู่การ ‘ใช้ดัชนีผิดบริบท’
โดยรวม แม้ PMI จะสะท้อนถึงโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่การตอบสนองของ *บิตคอยน์(BTC)* ยังไม่ชัดเจน บางความเห็นระบุว่า แนวโน้มราคาขึ้นหลังการอนุมัติ ETF อาจเกิดจากแรงซื้อที่เกี่ยวข้องกับสภาพคล่องระยะสั้นมากกว่าสภาวะทางเศรษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งแนะว่า ควรจับตาความสัมพันธ์ระหว่างราคาของบิตคอยน์กับตัวชี้วัดมหภาคอย่างใกล้ชิดในช่วงถัดจากนี้
ความคิดเห็น 0