บิตคอยน์ร่วงหนัก นักลงทุนจับตานโยบายเฟด-สัญญาณเทคนิคชี้อาจรีบาวด์
ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงหนักตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร่วงจากระดับใกล้ 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) ลงมาแตะระดับ 30,000 ดอลลาร์ (ราว 1.05 ล้านบาท) สะท้อนภาพ ‘ตลาดหมี’ อย่างชัดเจน ตามการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง แล็ค เดวีส์ ซึ่งชี้ว่า การหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ บวกกับดัชนี RSI ที่ลดต่ำลงถึงระดับ 23 ใกล้ระดับก่อนเกิดแรงเทขายช่วงพฤศจิกายนปีที่แล้ว เป็นสัญญาณ ‘ขายมากเกินไป’ ที่อาจนำไปสู่โอกาสรีบาวด์ในระยะสั้น
การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การปิดตัวของธนาคารท้องถิ่นในสหรัฐฯ และความสับสนเกี่ยวกับการแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คนใหม่ โดยเควิน วอร์ช ถูกยกให้เป็นตัวเต็งรับตำแหน่ง ท่ามกลางความกังวลจากตลาดว่าอาจนำไปสู่การคุมเข้มนโยบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เดวีส์ชี้ว่า วอร์ชเคยร่วมลงทุนกับบริษัทคริปโต, ฟินเทค และ AI มาก่อน จึงอาจนำมุมมองที่ ‘เป็นมิตรต่อคริปโต’ สู่เฟด และนั่นอาจกลายเป็น ‘ปัจจัยบวกเชิงโครงสร้าง’ ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ มีรายงานว่า ธนาคารท้องถิ่น 3 แห่งในสหรัฐฯ ประสบภาวะล้มละลาย เช่น Metropolitan Capital Bank ในชิคาโก และ Independence Bank ในดีทรอยต์ แม้จะไม่ใช่ธนาคารขนาดใหญ่ แต่ก็ทำให้เกิดความกังวลตามโซเชียลมีเดียเรื่องเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งเดวีส์ระบุว่า เป็น‘การตีความเกินจริง’
ในทางตรงข้าม ดัชนีภาคการผลิตฝั่งชิคาโก (PMI) กลับดีดตัวเกินคาดที่ระดับ 54 ซึ่งเป็นการกลับเข้าสู่การขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี จึงอาจบ่งชี้ถึงการเริ่มต้นรอบเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะหากดัชนี PMI ทั่วประเทศในอนาคตยืนยันแนวโน้มนี้ ก็อาจสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาสินทรัพย์ในวงกว้าง
ด้านเครื่องมือตลาดฟิวเจอร์ส กำลังจับตาช่องว่าง(price gap) ของสัญญาบิตคอยน์ในตลาดซีเอ็มอี(CME) ที่เปิดอยู่ระหว่าง 78,000-84,000 ดอลลาร์ โดยเดวีส์ให้ความเห็นว่า ช่องว่างลักษณะนี้มักถูกปิดในระยะหลัง จึงอาจเป็นสัญญาณการดีดกลับ นอกจากนี้ รูปแบบกราฟกำลังก่อตัวตามทฤษฎีวายคอฟ(Wyckoff) เมื่อราคาปรับฐานลงมาที่โซนสนับสนุน 74,000 ดอลลาร์ และมีแนวรับถัดไปที่ 68,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์
ในด้านราคาอัลท์คอยน์ อีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) ก็ถูกกระทบจากแรงขายเช่นกัน โดยอีเธอเรียมร่วงลงมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ ภายหลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันในช่วงกลางเดือนมกราคม และปัจจุบันซื้อขายที่ราว 2,150 ดอลลาร์ ส่วนโซลานา มีสัญญาณฟื้นทางเทคนิคในระดับ MACD และ RSI แต่ยังเคลื่อนไหวภายใต้แรงขาย โดยมีแนวต้านสั้นที่บริเวณ 114 ดอลลาร์
ปัจจัยลุ้นสำคัญในเร็ววันคือ การตอบสนองจากนักลงทุน ETF เดวีส์กล่าวว่า หากนักลงทุนใน ETF ที่ถือคริปโตตื่นตระหนกอาจเทขายบิตคอยน์, อีเธอเรียม และโซลานา ทันทีเมื่อตลาดนิวยอร์กเปิดทำการ อย่างไรก็ตาม หากเห็นกระแส ‘เงินไหลเข้า’ แทนการไหลออก นั่นจะเป็น ‘ตัวเร่งการปรับตัวขึ้น’ ในเชิงจิตวิทยาตลาด
น่าสนใจว่า ท่ามกลางการเทขายของตลาดหลัก กลุ่มเหรียญมีมและอัลท์คอยน์ขนาดเล็กบางตัวกลับแสดงความแข็งแกร่ง เช่น เหรียญ Pump.fun, PENGU และ PEPE ที่มีการปรับฐานน้อยกว่าตลาดโดยรวม หรือ ‘แคนตัน (Canton)’ ที่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในช่วงตลาดผันผวน สะท้อนถึง ‘การกระจายความเสี่ยง’ และ ‘ความไม่สมดุล’ ที่ยังปรากฏอยู่ในตลาดคริปโต
โดยภาพรวม เดวีส์สรุปภาวะตลาดปัจจุบันว่าอยู่ในช่วง ‘ตลาดหมีชัดเจน’ แต่ก็ไม่ได้ตัดโอกาสในเชิงบวก ทั้งจากสัญญาณทางเทคนิค การฟื้นตัวของภาคการผลิต และความหวังต่อเฟดที่เปิดกว้างต่อสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนจำเป็นต้อง ‘เปิดตาและรักษาพอร์ต’ ควบคู่กัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังไม่สิ้นสุด
ความคิดเห็น 0