การกู้ยืมด้วยบิตคอยน์กลายเป็นกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่การจัดหาเงินในระยะสั้น
ตามรายงานจากซาโป แบงก์(Xapo Bank) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในยิบรอลตาร์ การใช้ *บิตคอยน์(BTC)* เป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมไม่ใช่แค่เครื่องมือจัดการสภาพคล่องในระยะสั้นอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาว โดยอ้างอิงจากข้อมูลในปี 2025 ที่ผ่านมา พบว่า 52% ของการกู้ยืมโดยใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกัน มีระยะเวลากู้ยืมถึง 365 วัน และส่วนใหญ่ยังคงไม่มีการชำระคืน ทั้งยังถูกรักษาไว้อย่างต่อเนื่องแม้ความต้องการกู้ยืมใหม่จะชะลอตัวลงแล้วก็ตาม
ซาโป แบงก์เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ใช้สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามองการกู้ยืมด้วยบิตคอยน์เป็น ‘เครื่องมือวางแผนการเงินระยะยาว’ แทนที่จะใช้เพียงแค่จัดการกับเงินสดในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างผู้มีสินทรัพย์สูง และผู้ใช้บริการด้านธนาคารส่วนบุคคล
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนที่ถือ *บิตคอยน์(BTC)* เป็นระยะเวลานาน ยังคงยึดมั่นในความเชื่อระยะยาวต่อสินทรัพย์นี้ แม้จะมีการขายบางส่วนเพื่อทำกำไร แต่โดยรวมแล้วยังคง ‘ถือ’ สินทรัพย์ไว้และใช้ประโยชน์ผ่านรูปแบบทางการเงินแบบใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมของบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์ทางการเงิน’
สำหรับผลิตภัณฑ์กู้ยืมด้วยบิตคอยน์ของซาโป แบงก์ ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025 ได้เน้นเจาะกลุ่มนักลงทุนสายถือยาวอย่างชัดเจน โดยแตกต่างจากผู้ให้บริการกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น ตรงที่เลือกใช้รูปแบบที่อนุรักษ์นิยมมากกว่า ด้วยอัตราส่วน LTV ที่ต่ำ และกำหนดระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 1 ปี ทั้งยังเน้นย้ำประโยชน์ในการรักษาสินทรัพย์โดยไม่ต้องขายเพื่อเปิดสภาพคล่อง
เชมัส ร็อกกา(Seamus Rocca) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซาโป แบงก์กล่าวว่า “กระแสความมั่นใจในศักยภาพของบิตคอยน์ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้ายินดีเลือกวิธีกู้ยืม แทนที่จะขายเหรียญที่ถืออยู่” โดยสถิติในปีที่ผ่านมา พบว่าแม้จำนวนการกู้ยืมใหม่จะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ยอดหนี้คงค้างกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ร็อกกามองว่านี่คือ “แนวทางการบริหารสินทรัพย์แบบมืออาชีพ ในระดับเดียวกับธนาคารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล”
ในแง่ของภูมิศาสตร์ รายงานระบุถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ความต้องการกู้ยืมด้วยหลักประกันบิตคอยน์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ภูมิภาคยุโรปและลาตินอเมริกา โดยรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนถึง 85% ของยอดกู้ยืมทั้งหมด แบ่งเป็นยุโรป 56% และลาตินอเมริกา 29%
กรณีศึกษาของซาโป แบงก์ที่ดำเนินการภายใต้กรอบกำกับดูแลทางการเงินอย่างเข้มงวดนี้ กำลังกลายเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กู้ยืมด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลในธนาคารอื่น ๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ที่กำลังเริ่มถกเถียงเกี่ยวกับการนำแนวทางลักษณะเดียวกันมาใช้
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนแนวโน้ม ว่า *บิตคอยน์(BTC)* กำลังขยับจากสถานะ ‘สินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร’ ไปสู่ ‘ทุนผลิตที่ระบบการเงินยอมรับ’ ความจริงที่ว่าลูกค้ายังคงใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่ “สอดคล้องกับแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม” ที่ซาโปได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่ต้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของกลุ่มผู้ใช้ และมีแนวโน้มว่านโยบายเช่นนี้จะยังคงได้รับความนิยมต่อไปในอนาคต
ความคิดเห็น 0