Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เทเธอร์(USDT) เปิดตัวกระเป๋าเงิน tether.wallet ดันยุคชำระเงินคริปโตด้วยสเตเบิลคอยน์แบบไร้ตัวกลาง

เทเธอร์(Tether) เปิดตัวกระเป๋าเงินส่วนตัว ‘tether.wallet’ จุดชนวนยุค ‘การใช้สเตเบิลคอยน์โดยตรง’ ที่ผู้ใช้ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางอีกต่อไป จากเดิมที่เทเธอร์ทำหน้าที่เป็นเพียง ‘ผู้ออกเหรียญ’ ให้แพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการอื่นนำไปใช้งาน ตอนนี้บริษัทหันมาเชื่อมต่อกับผู้ใช้ปลายทางโดยตรง กลายเป็นประเด็นที่ตลาดคริปโตจับตามองอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) เทเธอร์เปิดตัวกระเป๋าเงินคริปโตแบบ ‘ไม่รับฝากทรัพย์สิน’ (Non-custodial) ภายใต้ชื่อ ‘tether.wallet’ จุดเด่นคือผู้ใช้จะเป็นผู้ถือครอง ‘คีย์ส่วนตัว’ ด้วยตัวเอง และอนุมัติธุรกรรมจากอุปกรณ์ของตนโดยตรง ทำให้ไม่ต้องพึ่งกระดานเทรดแบบรวมศูนย์หรือผู้ให้บริการภายนอกในการเก็บรักษาและโอนย้ายสินทรัพย์ โครงสร้างนี้ช่วยยกระดับการควบคุมสินทรัพย์กลับมาอยู่ในมือผู้ใช้เต็มรูปแบบ

บริการ ‘tether.wallet’ รองรับทั้งสเตเบิลคอยน์หลักของบริษัทอย่าง เทเธอร์(USDT), โทเคนสเตเบิลคอยน์ USAT, โทเคนทองคำ เทเธอร์โกลด์(XAUT) รวมถึง บิตคอยน์(BTC) บนหลากหลายบล็อกเชน โดยออกแบบให้ผู้ใช้สามารถชำระ ‘ค่าธรรมเนียมเครือข่าย’ ด้วยสินทรัพย์ที่กำลังส่งได้ทันที ไม่จำเป็นต้องถือโทเคนอื่นแยกต่างหากเพื่อจ่ายค่าแก๊ส เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ใช้ทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีระบบที่อยู่ในรูปแบบอ่านง่าย เช่น ‘[email protected]’ แทนการใช้แอดเดรสยาว ๆ ที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน

ปัจจุบัน เทเธอร์ออกเหรียญ เทเธอร์(USDT) หมุนเวียนในตลาดราว 1850억달러 คิดเป็นประมาณ 272 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบชำระเงินในโลกคริปโต อย่างไรก็ตาม การใช้งานส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบ ‘การใช้ผ่านตัวกลาง’ เช่น กระดานเทรด หรือผู้ให้บริการชำระเงิน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากแทบไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับเทเธอร์เลย ฝั่งบริษัทระบุว่ามีผู้ใช้เทคโนโลยีเทเธอร์มากกว่า 570 ล้านคนทั่วโลกแล้ว แต่จุดสัมผัสโดยตรงกับผู้ใช้ทั่วไปยังถือว่าจำกัด

การปล่อย ‘tether.wallet’ จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเทเธอร์จาก ‘ผู้ออกสเตเบิลคอยน์’ ไปสู่ ‘ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม’ อย่างเต็มตัว การที่ผู้ใช้สามารถถือ ‘สเตเบิลคอยน์’ ด้วยตนเองและโอนจ่ายได้โดยตรงผ่านกระเป๋านี้ อาจกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ ‘การชำระเงินด้วยคริปโต’ ก้าวสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเร็วขึ้น หากสามารถแก้โจทย์ด้านประสบการณ์ใช้งานและความปลอดภัยได้ดีพอ ‘ความคิดเห็น’ หาก tether.wallet ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ร้านค้าและบริการออนไลน์อาจเริ่มยอมรับการชำระด้วย USDT มากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพากระดานเทรดเป็นตัวกลางเหมือนในปัจจุบัน

เบื้องหลัง tether.wallet คือ ‘ชุดพัฒนาเงินดิจิทัล’ แบบโอเพ่นซอร์สที่เทเธอร์เรียกว่า ‘Wallet Development Kit (WDK)’ ซึ่งถูกใช้เป็นโครงสร้างหลักของกระเป๋าเงินครั้งนี้ และยังถูกนำไปใช้ในบริการของบุคคลที่สาม เช่น กระเป๋าเงินบนแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง รัมเบิล(Rumble) ที่ใช้สำหรับรองรับการชำระเงินให้ครีเอเตอร์และการโอนเงินระหว่างบุคคลด้วย

เปาโล อาร์โด이โน(Paolo Ardoino) ซีอีโอของเทเธอร์กล่าวว่า ‘tether.wallet’ ถูกออกแบบให้เป็น ‘กระเป๋าเงินของทุกคน’ และเป็นสัญลักษณ์ของการที่เศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังขยับจากระดับโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ ‘การใช้งานจริง’ ในชีวิตประจำวัน เขายังระบุเพิ่มเติมว่าบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับโลกที่ ‘ผู้ใช้หลายพันล้านคนและ AI เอเจนต์’ จะทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ผ่านโครงข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล ‘ความคิดเห็น’ การพูดถึง ‘AI เอเจนต์’ สะท้อนมุมมองระยะยาวของเทเธอร์ที่มองว่าอนาคตของการทำธุรกรรมอาจไม่ได้มีแค่มนุษย์ แต่รวมถึงระบบอัตโนมัติที่ต้องการโครงสร้างชำระเงินที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ

การเดินหมากครั้งนี้ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสมรภูมิ ‘สเตเบิลคอยน์’ โดยตรง เพราะเป็นการก้าวจากโมเดลที่เน้น ‘การออกเหรียญ’ ไปสู่การควบคุม ‘ประสบการณ์ของผู้ใช้ปลายทาง’ หาก tether.wallet สร้างฐานผู้ใช้ได้ใหญ่พอ คู่แข่งอย่าง ยูเอสดีคอยน์(USDC) และโครงการสเตเบิลคอยน์อื่น ๆ อาจถูกกดดันให้เร่งพัฒนาบริการกระเป๋าเงินหรือแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ของ ‘tether.wallet’ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าความฝันเรื่อง ‘การใช้คริปโตเพื่อชำระเงินในชีวิตประจำวัน’ เข้าใกล้ความจริงมากแค่ไหน หากผู้ใช้ทั่วไปสามารถดาวน์โหลดแอป เปิดกระเป๋า ถือ เทเธอร์(USDT) หรือ เทเธอร์โกลด์(XAUT) และโอนจ่ายได้ง่ายราวกับใช้แอปโอนเงินธนาคาร สเตเบิลคอยน์อาจก้าวข้ามจากสินทรัพย์เพื่อเทรด ไปสู่ ‘เครื่องมือชำระเงินจริง’ ที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับโลกคริปโตเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

เอ็กซ์อาร์พี(XRP) ฟิวเจอร์สถูกล้าง 8.64 ร้อยล้านเหรียญ เทรดเดอร์เร่งลดเลเวอเรจ หนีความเสี่ยง

คราเคน(Kraken) ถูกคนในขู่กรรโชกข้อมูลลูกค้า 2,000 ราย ย้ำไม่ถูกแฮ็ก-เงินลูกค้ายังปลอดภัย

บิตคอยน์(BTC) ทะลุ 73,000 ดอลลาร์ รับเงินไหลเข้า ETF หนุนคริปโตแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง

โทเค็นเรฟ(RAVE) พุ่ง 6,000% ในเดือนเดียว ท่ามกลางข้อกังวลซัพพลายกระจุกตัว-ชอร์ตสควีซดันราคาลวงตา

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1