Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่โยกเงินสู่เลเยอร์2 'HYPER'

บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 'แนวรับทางจิตวิทยา' ที่ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการจับตาจากตลาดคริปโต แม้ราคาจะชะลอตัว แต่การเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินกลับไม่ใช่สัญญาณเชิงลบเสียทีเดียว โดยมีการวิเคราะห์ว่า นี่คือสัญญาณของการ ‘จัดสรรความเสี่ยงใหม่’ ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเงินทุนที่กำลังไหลเข้าสู่โครงการเลเยอร์2 (Layer 2) ซึ่งเป็น *โซลูชันเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตัวของเครือข่าย* ที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก

นักวิเคราะห์ตลาดมองว่าการปรับฐานครั้งนี้ถือเป็น “การคลายตัวอย่างมีสุขภาพดี” จากความร้อนแรงในตลาดฟิวเจอร์สที่อิงเลเวอเรจสูง โดยมีการสังเกตเห็นอัตราเงินทุน (funding rate) ที่ลดลงในตลาดฟิวเจอร์สแบบ perpetual contracts ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก ขณะเดียวกัน ข้อมูลออนเชนหลายแห่งชี้ว่า เม็ดเงินจำนวนหนึ่งเริ่มเคลื่อนเข้าสู่โครงการเลเยอร์2 รุ่นใหม่ที่มีความเสี่ยงมากกว่า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’

‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’ โดดเด่นจากโครงการเลเยอร์2 ทั่วไปตรงที่ผสานความสามารถของ ‘โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน(SVM)’ เข้ากับเครือข่ายของบิตคอยน์ ซึ่งแตกต่างจากโซลูชันเดิมที่ใช้ ‘อีเธอเรียม เวอร์ชวลแมชชีน(EVM)’ ทำให้สามารถรวมความปลอดภัยของบิตคอยน์เข้ากับความเร็วของโซลานาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรองรับการทำธุรกรรมหลายแสนรายการต่อวินาที

โครงสร้างของไฮเปอร์แบ่งชัดเจนระหว่างเลเยอร์1 ที่ใช้สองบทบาทคือ ‘ระบบชำระเงิน’ และ ‘ความปลอดภัย’ กับเลเยอร์2 ที่เน้นการประมวลผล โดยนักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือของโซลานาในภาษารัสต์(Rust) ได้โดยตรง อีกทั้งยังนำระบบ *บริดจ์แบบกระจายศูนย์* มาลดความเสี่ยงจากกระบวนการ ‘wrapped token’ ซึ่งเคยเป็นประเด็นด้านความปลอดภัย

ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่นี้ การสร้างแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงิน การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) หรือเกมบนบล็อกเชนโดยใช้เครือข่ายบิตคอยน์ จึงสามารถทำได้จริง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนสถาบัน ที่เคยกังวลเรื่อง *ความหน่วงเวลา(latency)* ในการทำธุรกรรม ก็สามารถลดข้อจำกัดด้านนี้ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความมั่นใจในศักยภาพของ HYPER สะท้อนจากการระดมทุนในรอบพรีเซล ที่ทำยอดได้ถึง 31.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,130 ล้านบาท) โดยเคลื่อนไหวนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแนวคิด ‘การโปรแกรมบนเครือข่ายบิตคอยน์’ ราคาของเหรียญ HYPER ในพรีเซลอยู่ที่ 0.0136751 ดอลลาร์ (ราว 0.50 บาท) และมีการระบุว่า กระเป๋าเงินรายใหญ่หลายรายการได้เข้าซื้อโทเคนล่วงหน้าก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

หลังการเปิดตัว Token Generation Event (TGE) ทางโปรเจกต์จะเปิดให้ *การวางเดิมพันโทเคน (staking)* ได้ทันที ขณะที่ได้ตั้ง *ระยะล็อกอัพ 7 วัน* สำหรับนักลงทุนในพรีเซล เพื่อลดแรงเทขายในระยะสั้น นอกจากนี้ เหรียญยังมีการใช้งานจริงที่ครอบคลุมทั้งด้านค่าน้ำมัน (gas), การมีส่วนร่วมในระบบการตัดสินใจ (governance) และการวางเดิมพันเพื่อรับผลตอบแทน (APY) สูง

ขณะนี้ตลาดกำลังเห็นการโยกย้ายเงินทุนจากเมนเชน ไปยังโครงสร้างพื้นฐานของเลเยอร์2 ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่มีต่อบิตคอยน์จาก ‘ทองคำดิจิทัล’ ไปสู่ ‘เงินที่ตั้งโปรแกรมได้’ โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต พบว่าช่วงที่ราคาบิตคอยน์ตั้งฐานหรือชะลอตัว มักเป็นช่วงที่โครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เลเยอร์2 ได้รับความสนใจและมีผลตอบแทนสูง

*ความคิดเห็น:* การปรับฐานของบิตคอยน์ในครั้งนี้อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือการเตรียมพร้อมสำหรับคลื่นลูกใหม่ของการเติบโต และถ้าการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปสู่เลเยอร์2 ยังคงต่อเนื่อง นั่นอาจบอกใบ้ว่าตลาดเตรียมเข้าสู่ยุคใหม่ของ ‘เศรษฐกิจบนบิตคอยน์’ อย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1