Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ที่ระดับ 76,000 ดอลลาร์กลายเป็นจุดวัด 'โครงสร้างตลาด' มากกว่าปัจจัยด้านราคา

บิตคอยน์(BTC) กำลังถูกจับตาในฐานะตัวแปรของ ‘โครงสร้างตลาด’ มากกว่าปัจจัยด้านราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาซื้อเฉลี่ยที่ระดับ 76,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) ซึ่งเป็นจุดเข้าซื้อของบริษัทด้านกลยุทธ์ (Strategy) ที่ถือครองบิตคอยน์ในจำนวนมาก กลายเป็นระดับราคาทดสอบความยั่งยืนของความต้องการในเชิงโครงสร้างที่แท้จริงของตลาด มากกว่าจะเป็นเพียงแนวรับด้านจิตวิทยา

ตามรายงานของนักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ‘มาร์ตุน(Maartunn)’ เปิดเผยว่า จุดซื้อเฉลี่ยที่ 76,000 ดอลลาร์ของกลุ่ม Strategy กำลังทำหน้าที่เสมือนเป็นแนวรับที่มีผลต่อโครงสร้างตลาด แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นั้นโดยตรง แต่ด้วยปริมาณเหรียญจำนวนมากที่ถูกซื้อในระดับราคานี้ ทำให้ไม่สามารถมองข้ามความสำคัญไปได้ "คำถามของตลาดตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง แต่คือระดับความต้องการนี้จะทนได้มากแค่ไหน" มาร์ตุนกล่าว

ความแตกต่างของกลยุทธ์การลงทุนจาก Strategy คือการใช้เงินทุนที่ได้จากการออกหุ้นหรือแปลงหนี้เป็นทุน เพื่อลงทุนระยะยาวกับบิตคอยน์ แตกต่างจากเทรดเดอร์ที่เก็งกำไรระยะสั้นด้วยเลเวอเรจ เขาอธิบายว่า "แม้พวกเขาจะไม่ได้ใช้เลเวอเรจในอนุพันธ์ แต่อย่าลืมว่าการระดมทุนในตลาดทุนก็สร้างความเสี่ยงได้เช่นกัน" หากราคาบิตคอยน์และราคาหุ้นของบริษัท Strategy ร่วงพร้อมกัน ในขณะที่ต้นทุนการระดมทุนแย่ลง ก็อาจทำให้ไม่สามารถถือครองหรือสะสมต่อได้

ข้อมูลออนเชนยังตอกย้ำถึงแรงกดดันจากโครงสร้างตลาด โดยพบว่า ‘มูลค่าตามราคาจริง’ ของบิตคอยน์ (Realized Cap) ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาจะผันผวนขึ้นลงมาก สะท้อนว่าการเคลื่อนไหวเกิดจากการย้ายเหรียญของนักลงทุนเดิมมากกว่าการเข้ามาของเงินใหม่ ขณะที่ดัชนี SOPR ก็ลดลงต่ำกว่าระดับ 1 หมายความว่าส่วนใหญ่ที่ขายออกมาตอนนี้ กำลัง ‘ยอมขาดทุน’ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวอาจเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น โดยแนวโน้มหลักยังคงอ่อนแอ

ล่าสุด Strategy ได้รายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ว่า มีการถือครองบิตคอยน์รวมกว่า 713,502 BTC โดยเฉลี่ยราคาซื้ออยู่ที่ 76,052 ดอลลาร์ และมีต้นทุนรวมที่ประมาณ 54.2 พันล้านดอลลาร์ (หรือเกือบ 8 ล้านล้านวอน) และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้ง Strategy ได้ประกาศซื้อเพิ่มอีก 855 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 75.3 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดกลับไม่สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและกลางได้ โดยราคาบิตคอยน์หลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์ และกำลังพยายามหาจุดตั้งหลักใหม่ระหว่าง 77,000–78,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นโซนแนวรับทางเทคนิค แต่แรงกดดันจากเส้นเฉลี่ย 50 วันและ 100 วันที่อยู่เหนือราคาปัจจุบัน บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงที่เริ่มชัดเจน

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ตลาดกำลังเคลื่อนสู่ระดับราคาที่ต่ำลง โดยอดีตราคาสนับสนุนในช่วง 85,000–88,000 ดอลลาร์ได้กลายเป็นแนวต้าน ส่งผลให้โมเมนตัมการฟื้นตัวยิ่งอ่อนแอลงมากขึ้น

ในสภาวะที่ไม่มี ‘เงินใหม่’ เข้ามา เติมเชื้อไฟให้กับแนวโน้มขาขึ้น จุดซื้อเฉลี่ยของ Strategy ที่ระดับ 76,000 ดอลลาร์จึงไม่ได้เป็นแค่ราคากลางเพื่อลุ้นดีดตัวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นสนามทดสอบว่าโครงสร้างตลาดคริปโตยังมีพื้นฐานที่แข็งแรงหรือไม่

หากไม่มีเม็ดเงินจาก ETF การเพิ่มขึ้นของปริมาณซื้อขายในกระดานเทรด และมูลค่าตามราคาจริงที่สูงขึ้นพร้อมกัน ตลาดบิตคอยน์ในระยะใกล้อาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ‘โครงสร้าง’ ไม่ใช่แค่ราคาจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่แท้จริงในเวลานี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1