เอเอ็มเมเนจเมนต์(AM Management) เปิดเผยรายงานประจำสัปดาห์ล่าสุด โดยระบุว่า *การเปลี่ยนแปลงผู้นำของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)* และการประกาศผลประกอบการของกลุ่มบิ๊กเทค กำลังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกระแสของ *สินทรัพย์เสี่ยง* ทั่วตลาด โดยเฉพาะกรณีของ *บิตคอยน์(BTC)* ที่ร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ อันเป็นช่วงที่สภาพคล่องในตลาดเบาบาง แม้ภายหลังจะฟื้นตัวได้บ้าง แต่ *บรรยากาศการลงทุน* ก็ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา
ตามรายงาน ธนาคารกลางสหรัฐมีมติ ‘คง’ อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50~3.75% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ตาม คำแถลงของประธานเฟด *เจอโรม พาวเวลล์* และการเสนอชื่อ *เควิน วอร์ช* อดีตกรรมการเฟดผู้มีแนวคิดสายเหยี่ยว (Hawkish) ให้กลับมารับตำแหน่งประธานเฟด สร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติม และกระตุ้นให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง *ความคิดเห็น* จากเอเอ็มเมเนจเมนต์ระบุว่า ความผันผวนนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนระงับการตัดสินใจและชะลอการเคลื่อนไหวในตลาด
นอกจากนี้ ผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคาดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น *ไมโครซอฟท์(MSFT)* กำลังส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อหุ้นเทคโนโลยีและ *สกุลเงินดิจิทัล* ลามไปถึงการปรับฐานของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย รายงานระบุว่า บิตคอยน์ทรุดต่ำกว่าระดับแนวรับ $76,000 จนเกิด *การล้างโพซิชันอนุพันธ์* ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ความต้องการถือ *เทเธอร์(USDT)* ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าความรู้สึกเสี่ยงยังแทรกตัวอยู่ในตลาด
*อีเธอเรียม(ETH)* ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เร่งเร้าให้ *แนวโน้มขาลง* ของกลุ่ม *อัลต์คอยน์* เด่นชัดมากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของสกุลเงินดิจิทัลทั้งระบบ ลดลงมากกว่า 11% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า *นักลงทุนกำลังระมัดระวังต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น*
ในตลาดฟิวเจอร์สของ CME สถาบันยังคงถือครองสถานะซื้อ(Long)ในระดับจำกัด ขณะที่ *กองทุนเลเวอเรจ* กลับเพิ่มสถานะขาย(Short) เป็นจำนวนมาก จึงสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวระยะสั้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มของตลาด *AM Management* ยังเสริมอีกว่า ปริมาณเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ยังคงต่ำอย่างเห็นได้ชัด บ่งชี้ว่านักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นชัดเจน
ในสัปดาห์หน้า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องจับตาได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ เช่น ดัชนี ISM ภาคการผลิต, รายงานการเปิดรับสมัครงาน(JOLTs) และรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร รวมถึงการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของ *ธนาคารกลางยุโรป(ECB)* ขณะเดียวกันก็มีผลประกอบการจาก *แอปเปิล, อเมซอน* และ *AMD* ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลที่จะกำหนดทิศทางต่อตลาดการเงินโดยรวม ขณะที่ในวงการคริปโตเองก็จะมีการ *ปลดล็อกโทเคน* และอัปเดต *โรดแมป* ของโครงการสำคัญอย่าง *Ethena, Berachain* และ *Hyperliquid* ซึ่งอาจทำให้บางอัลต์คอยน์มีความผันผวนสูง
โดยสรุป รายงานของ AM Management ชี้ให้เห็นว่า *ตลาดยังอยู่ในภาวะไร้ทิศทางที่ชัดเจน* ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งนโยบายเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัท แนะนำให้ *นักลงทุนยังคงเน้นกลยุทธ์เชิงรับ* และจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหากบิตคอยน์ไม่สามารถกลับมายืนเหนือช่วงแนวต้าน $89,300~$93,000 ได้ *แนวโน้มขาลง* ก็มีโอกาสที่จะดำเนินต่อไป
ความคิดเห็น 0