Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

FBI จับผู้ดูแลตลาดมืด ‘อินคอกนิโต’ ใช้คริปโตฟอกเงิน ยึดทรัพย์กว่า 1 พันล้านดอลลาร์

เอฟบีไอจับผู้ดูแลตลาดมืดอินเทอร์เน็ต ‘อินคอกนิโต’ หลังตามรอยธุรกรรมคริปโต สั่งจำคุก 30 ปี

เจ้าหน้าที่สหรัฐจับกุม ‘ลุ่ยเซียง หลิน’ ชาวไต้หวันที่อยู่เบื้องหลังตลาดมืดออนไลน์อินคอกนิโต(Inco​gnito Market) ซึ่งรับชำระโดย *บิตคอยน์(BTC)* และ *โมเนโร(XMR)* เพื่อซื้อขายยาเสพติดและเวชภัณฑ์ผิดกฎหมาย ส่งผลให้ศาลสั่งจำคุกถึง 30 ปี พร้อมยึดทรัพย์กว่า 1.05 พันล้านดอลลาร์

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยว่า หลินยอมรับผิดในข้อหาค้าสารเสพติด, ฟอกเงิน, และร่วมจำหน่ายยาปลอม โดยศาลกลางในแมนฮัตตันสั่งโทษจำคุกสูงสุดโดยไม่ให้มีการรอลงอาญา และสั่งริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมูลค่ากว่า 1,541 ล้านบาท

หลินซึ่งรู้จักในนามแฝง “ฟาโรห์” ดำเนินการเว็บไซต์อินคอกนิโตมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ถึงมีนาคม 2024 โดยเปิดให้ซื้อขายยาเสพติดบน *ดาร์กเว็บ* ผ่าน *บิตคอยน์* และ *โมเนโร* ซึ่งเป็นคริปโตที่เน้นการไม่เปิดเผยตัวตน โดยตลอดช่วงเปิดดำเนินการ เว็บไซต์ดังกล่าวมียอดธุรกรรมรวมกว่า 1.05 พันล้านดอลลาร์ โดยเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 5 ต่อรายการ

สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ตรวจสอบกระเป๋าเงินดิจิทัลของหลินและของอินคอกนิโต พบความเชื่อมโยงทางธุรกรรมจนสามารถระบุตัวตนได้ ในที่สุดพวกเขาพบข้อมูลในบัญชีซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่หลินเปิดไว้ มีทั้งใบขับขี่ของไต้หวัน, อีเมล, และเบอร์โทรศัพท์ที่ตรงกับข้อมูลส่วนตัวของเขา

อัยการแมนฮัตตันระบุว่า “คดีนี้ส่งสารชัดเจนว่าเทคโนโลยีอย่างอินเทอร์เน็ต, การกระจายศูนย์กลาง หรือบล็อกเชน ไม่สามารถเป็นใบอนุญาตให้กระทำผิดได้” พร้อมเสริมว่า “ไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถปกปิดอาชญากรรมได้ตลอดไป”

หลังจากปิดเว็บไซต์อินคอกนิโตในเดือนมีนาคม 2024 หลินยังขโมยคริปโตที่ผู้ใช้ฝากไว้ในระบบไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ และข่มขู่ว่าจะเปิดเผยที่อยู่กระเป๋าเงินและข้อมูลการทำธุรกรรมของผู้ใช้งานเพื่อเรียกเงินเพิ่ม โดยเขียนไว้บนเว็บไซต์ว่า “ใช่ นี่คือการขู่กรรโชกอย่างชัดเจน!”

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหลินได้ในเดือนพฤษภาคม 2024 ที่สนามบิน JFK ในนิวยอร์ก โดยใช้เทคนิค ‘ติดตามเงินบนบล็อกเชน’ พบว่าหลินได้โอนเงินจากอินคอกนิโตผ่านบริการแลกเปลี่ยน (Swap) ไปยังบัญชี exchange ของตัวเอง ในลักษณะที่พยายามล้างร่องรอย

เจ้าหน้าที่ระบุอีกว่า ยอดเงินในบัญชีที่หลินควบคุมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของอินคอกนิโต — จากประมาณ 63,000 ดอลลาร์ในปี 2021 เป็นมากกว่า 4.2 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 และอีกบัญชีหนึ่งมีเงินเข้าเพิ่มเติมอีกกว่า 4.5 ล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน

*ความคิดเห็น*: คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้คริปโตจะออกแบบมาให้ไม่ระบุตัวตน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีสืบสวนขั้นสูงเช่นการวิเคราะห์ *บล็อกเชน* ก็สามารถย้อนรอยกลับไปหาผู้กระทำผิดได้อย่างแม่นยำ

กระทรวงยุติธรรมทิ้งท้ายว่า “การจับกุมนี้คือคำเตือนแก่ผู้ที่คิดว่าดาร์กเว็บคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจผิดกฎหมาย” พร้อมเน้นย้ำว่า *เทคโนโลยีอาจเป็นเครื่องมือของอาชญากร แต่ก็สามารถย้อนกลับมาเป็นอาวุธสำคัญของผู้รักษากฎหมายได้เช่นกัน*

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1