Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คริปโตทรุด! บิตคอยน์(BTC) ร่วง 7% ดันดัชนีความกลัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

ตลาดคริปโตทรุดหนัก บิตคอยน์(BTC) ร่วงกว่า 7% ดันดัชนีความกลัวจ่อระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยมูลค่าตลาดรวมร่วงลงถึง 6.4% ภายในวันเดียว ขณะที่บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ร่วงกว่า 7% และ 7.7% ตามลำดับ สะท้อนสภาวะความตื่นตระหนกของนักลงทุน ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งแรงขายจากนักลงทุนรายใหญ่, การไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF ในสหรัฐ และความเคลื่อนไหวของรัฐบาลภูฏานที่มีการโอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลขนาดใหญ่

เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศเกาหลี) มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลลดลงมาอยู่ที่ 2.49 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,648 ล้านล้านวอน) โดยมีปริมาณการซื้อขายทะลุ 216,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 316 ล้านล้านวอน) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ บิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 70,884 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.03 ล้านบาท) ขณะที่อีเธอเรียมอยู่ที่ 2,097 ดอลลาร์ (ประมาณ 307,000 บาท)

โทเคนอื่น ๆ อย่างริปเปิล(XRP) และไบแนนซ์คอยน์(BNB) ต่างถูกเทขายเช่นกัน โดย XRP ดิ่งลง 10.6% ปิดที่ 1.43 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,096 วอน) ส่วน BNB ร่วง 9.1% มาอยู่ที่ 691 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.01 ล้านวอน)

แม้ว่าภาพรวมจะดูเป็นลบ แต่ก็ยังมีโทเคนบางส่วนที่ปรับตัวขึ้น เช่น ไฮเปอร์รีควิค(HYPE) ที่เพิ่มขึ้น 3.2% มาอยู่ที่ 34.3 ดอลลาร์ และ A7A5 ที่ขยับขึ้น 2% มาแตะ 0.01283 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์ชี้เป็น ‘การเทขายอย่างตื่นตระหนก’ มากกว่าการพักฐาน

นิค เพอร์คลิน นักลงทุนและผู้ร่วมก่อตั้ง Coin Bureau มองว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่ ‘ปรับฐานระยะสั้น’ แต่คือการเข้าสู่ภาวะ ‘เทขายแบบตื่นตระหนก (capitulation)’ อย่างเต็มรูปแบบ เขาอธิบายว่า จุดราคาของบิตคอยน์ที่ไถลลงไปแตะระดับแนวรับทางจิตวิทยาที่ 70,000 ดอลลาร์ คือสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง ‘รีเซต (reset)’ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะจบภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่กินเวลาหลายเดือน

เพอร์คลินระบุว่า หากบิตคอยน์หลุดระดับแนวรับที่ 68,400 ดอลลาร์ อาจเลื่อนลงต่อถึง 65,500 ดอลลาร์ได้ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 72,000 ดอลลาร์ และ 83,598 ดอลลาร์ตามลำดับ ด้านอีเธอเรียมก็เผชิญแรงกดดันไม่แพ้กัน โดยแนวรับจ่ออยู่ที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์ และหากหลุดระดับนั้น จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,990 ดอลลาร์, 1,930 ดอลลาร์ และ 1,850 ดอลลาร์

สถาบันและนักลงทุนรายใหญ่เทขายหนัก ETF สูญเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์

บลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่หรือที่เรียกว่า ‘วาฬ’ รวมถึงสถาบันต่าง ๆ ได้ตัดสินใจเทขายแม้จะขาดทุน สะท้อนว่าเป็นการปรับพอร์ตในเชิงโครงสร้างท่ามกลางกระบวนการรวมตลาดคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในหมวด ETF

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเทรด SoSoValue ระบุว่า กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐจำนวน 6 จาก 12 กองทุน เจอแรงถอนเงินรวมกว่า 544.94 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,984 พันล้านวอน) โดยแบล็คร็อกถอนมากที่สุดถึง 373.44 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือฟิเดลิตี้ที่ 86.44 ล้านดอลลาร์ ด้านกองทุน ETF ของอีเธอเรียมเองก็ไม่รอดจากแรงขาย โดยเงินทุนไหลออกกว่า 79.48 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว

รัฐบาลภูฏานโอน BTC ออกภายนอก กระพือความวิตกในตลาด

อีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันให้ตลาด คือ การที่รัฐบาลภูฏานย้ายบิตคอยน์มูลค่ารวมกว่า 22 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 322 พันล้านวอน) จากกระเป๋าเงินของรัฐไปยังภายนอก ตามรายงานของ Arkham ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญญาณการเตรียมขายเพิ่ม Arkham ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ภูฏานมักดำเนินการขายบิตคอยน์ในล็อตละ 50 ล้านดอลลาร์ และในเดือนกันยายน 2025 ก็เคยมีประวัติขายในปริมาณมากเช่นกัน

ฝั่งกฎหมายสหรัฐฯ กระตุ้นความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมกับคริปโต

นอกจากประเด็นราคาลดลงแล้ว เพอร์คลินยังพูดถึงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับกฎหมาย ‘Clarity Act’ ในสหรัฐ ว่าวงการคริปโตอาจหันไปจับมือกับ ‘ธนาคารชุมชน’ เพื่อหาทางออกด้านการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ โดยมองว่านี่คือ ‘จุดเปลี่ยน’ ที่สำคัญ เพราะธนาคารขนาดเล็กเหล่านี้มีลักษณะคล่องตัว, รับนวัตกรรมได้เร็ว และมีบทบาทเชิงนโยบายในวอชิงตัน เขาชี้ว่า การขยับตัวจากการปะทะกับรัฐ ไปสู่ความร่วมมือ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของภาคส่วนนี้

ดัชนีความกลัวดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน สะท้อนความวิตกอย่างรุนแรง

‘ดัชนีความกลัวและความโลภ’ ซึ่งใช้วัดระดับความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดคริปโต ลดลงมาอยู่ที่ 11 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่านักลงทุนอยู่ในภาวะ ‘กลัวขั้นสุด (extreme fear)’ แม้ก่อนหน้านี้จะมีแรงดีดสั้น ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถสลายความไม่แน่นอนและภาวะความผันผวนในตลาดได้

หลายฝ่ายมองว่า ขณะนี้ตลาดยังเต็มไปด้วยปัจจัยมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน จึงมีแนวโน้มสูงว่าราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงต่อไป และการวางแผนลงทุนเชิงตั้งรับน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงนี้ ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ชี้ว่า ช่วงเวลานี้ไม่ใช่สำหรับการเก็งกำไร แต่เป็นการประคองพอร์ตจากพายุที่ยังไม่สงบ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1