Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงแรงแตะระดับขาดทุน 45% ส่อแวว Capitulation นักลงทุนเริ่มถอยหนีตลาดคริปโต

บิตคอยน์(BTC)เผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรง โดยปริมาณเหรียญที่อยู่ในสถานะขาดทุนแตะระดับ 45% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2023 บ่งชี้ถึงภาวะ ‘เสี่ยงต่อการยอมแพ้ (Capitulation)’ ที่กำลังก่อตัวในตลาด

เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น J.A. Maartun นักวิเคราะห์จากบริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอย่างคริปโตควอนต์(CryptoQuant) เปิดเผยบนโซเชียลมีเดียของเขาว่า ปัจจุบันมีบิตคอยน์ประมาณ 8.94 ล้านเหรียญ อยู่ในสถานะขาดทุน ซึ่งคิดเป็น 45% ของจำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด เขาเตือนเพิ่มเติมว่า หากตัวชี้วัดนี้ยังพุ่งสูงขึ้น อาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนย่ำแย่ลง และนำไปสู่การเทขายด้วยความตื่นตระหนก

การร่วงลงอย่างรวดเร็วของบิตคอยน์ในครั้งนี้ มาจากการไหลออกของเงินทุนในกองทุน ETF ที่ลงทุนในบิตคอยน์ และการชำระบัญชีจากการใช้ ‘เลเวอเรจ’ เกินตัว โดยราคาบิตคอยน์ลดลงกว่า 10% ภายในวันเดียว ร่วงลงต่ำกว่า 65,500 ดอลลาร์ หลังทะลุแนวรับสำคัญที่ 67,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้า นี่เป็นการลบล้างมูลค่ากำไรที่เคยสะสมมายาวนานตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อปี 2021 ที่ระดับ 69,000 ดอลลาร์

ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์คริปโตเคอร์เรนซีอย่างคอยน์กลาส(Coinglass) ระบุว่า มีการชำระบัญชีในช่วง 24 ชั่วโมงรวมกันถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเพียงแค่ในหนึ่งชั่วโมง มีมูลค่าการชำระบัญชีสูงถึง 4.8 พันล้านดอลลาร์ ยิ่งตอกย้ำแรงกดดันในตลาด

ผลกระทบยังลุกลามไปถึงบริษัทมหาชนด้วย โดยบริษัทสตราเทจี(Strategy) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในตลาด ด้วยจำนวนกว่า 713,000 BTC ขาดทุนจากการประเมินมูลค่าถึง 4.56 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลง 13% เหลือเพียง 112 ดอลลาร์ กลับไปอยู่ในระดับเมื่อเดือนสิงหาคม 2024

ขณะเดียวกัน บริษัทบิทมายน์(BitMine) ซึ่งเน้นการถือครองอีเธอเรียม(ETH) ก็ประสบกับภาวะขาดทุนเช่นกัน โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นไว้ที่ 8 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 11.7 ล้านล้านวอน

สถานการณ์เลวร้ายยังไม่จำกัดอยู่แค่ตลาดคริปโต สหรัฐอเมริกาเผชิญแรงเทขายในตลาดทุน โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลง 1.2% และดัชนีแนสแด็กลดลงถึง 1.8% ขณะที่ราคาทองคำและเงินทรุดตัวลง 5% และ 15% ตามลำดับ นักวิเคราะห์บางรายมองว่านี่คือ ‘ปรากฏการณ์ปรับฐานสินทรัพย์ทั่วโลก’ ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022

เหรียญอื่นอย่างโซลานา(SOL) และริปเปิล(XRP) ก็ไม่รอด โดยราคาโซลานาปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 84 ดอลลาร์ และริปเปิลอยู่ที่ 1.29 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดคริปโตลดลงมากกว่า 7% ภายใน 24 ชั่วโมง เหลือราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์

บรรยากาศในตลาดเริ่มส่งสัญญาณ ‘ไฟเตือน’ นักลงทุนจำนวนมากเริ่มถอยกลับไปถือเงินสดมากขึ้น เนื่องจากยังไม่ปรากฏ ‘ปัจจัยกระตุ้น’ ที่ชัดเจนสำหรับการฟื้นตัว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ การไหลออกของทุนจาก ETF และสถานการณ์การชำระบัญชีที่ยังไม่สงบ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า แนวโน้มการฟื้นตัวในระยะสั้นอาจพอมองเห็นได้ หากมีปัจจัยร่วมจากการแถลงของคณะกรรมการ FOMC นโยบายจากทรัมป์ หรือการเคลื่อนไหวจากฝั่งนักขุดบิตคอยน์ แต่ในช่วงเวลานี้ การถือสถานะเชิงรับน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่า ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ชี้ว่า ‘การป้องกันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสถัดไป’

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1