**“สัญญาณขาขึ้นของบิตคอยน์ที่ชัดที่สุด อาจเป็นเมื่อไมเคิล เซย์เลอร์ถูกบังคับขาย”**
บิตคอยน์(BTC) อาจกำลังรอจุดกลับตัวครั้งสำคัญ โดย *แม็กซิม บาลาเชวิช* ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดคริปโต *ซานติเมนต์* ระบุว่า สัญญาณที่ ‘ทรงพลังที่สุด’ สำหรับการเข้าสู่ขาขึ้นครั้งใหม่ อาจเกิดขึ้นเมื่อ *ไมเคิล เซย์เลอร์* ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท *สแตรทิจี* ต้อง ‘ขายสินทรัพย์ที่ถือไว้’ เนื่องจากปัญหาทางการเงิน
บาลาเชวิชอธิบายว่า “การเริ่มต้นตลาดกระทิงมักเริ่มด้วยความสิ้นหวังอย่างแท้จริง” พร้อมเสริมว่า “หากเซย์เลอร์ต้องถูกบังคับขายจริง ๆ นั่นอาจกลายเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบิตคอยน์” ทั้งนี้ เขายกตัวอย่างช่วงวิกฤตการล่มสลายของ FTX เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ราคาบิตคอยน์หล่นไปแตะราว 15,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.27 ล้านบาท ก่อนที่ภายใน 6 เดือนจะพุ่งกลับขึ้นไปถึงช่วง 30,000 ดอลลาร์
**สแตรทิจีถือครอง BTC ถึง 3.7% แต่โอกาสโดนขายจริงยังต่ำ**
ปัจจุบันบริษัทสแตรทิจีถือครองบิตคอยน์ประมาณ 771,992 เหรียญ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.7% ของอุปทานทั้งหมดในตลาด นั่นทำให้ตลาดบางส่วนกังวลว่า หากเกิดภาวะถดถอยต่อเนื่อง บริษัทอาจต้อง ‘ปล่อยขายบางส่วนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง’ อย่างไรก็ตาม หนี้สินส่วนใหญ่ของบริษัทยังมีเวลาครบกำหนดตั้งแต่ปลายปี 2570 ถึง 2575 ทำให้ความเสี่ยงในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ
บาลาเชวิชชี้ว่า “แม้จะดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เป็นไปได้น้อย แต่หากถูกกดดันจากผู้ถือหุ้น หรือถูกร้องขอให้เขาออกจากตำแหน่งบอร์ด ก็อาจเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้เช่นกัน” ทั้งนี้ บริษัทสแตรทิจียังไม่มีแถลงการณ์ว่าจะมีการขายเหรียญ ซึ่งความคิดเห็นของบาลาเชวิชก็ยังอยู่ในระดับ ‘สมมุติฐาน’
**ทรัมป์เคยเป็นปัจจัยกระตุ้นตลาด แต่แล้วราคากลับร่วง**
บาลาเชวิชยังมองว่าหนึ่งในเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับทิศทางของตลาด คือช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งตอนนั้นบิตคอยน์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเดือนมกราคม ปี 2025 ราคาขยับขึ้นสูงถึง 109,000 ดอลลาร์ (ราว 15.96 ล้านบาท) และในเดือนตุลาคม บิตคอยน์แตะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 126,100 ดอลลาร์ (ราว 18.45 ล้านบาท)
แต่หลังจากนั้น ตลาดก็เริ่มปรับฐานลดลง โดยในเวลานี้ ราคาบิตคอยน์ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 70,000 ดอลลาร์ (ราว 10.25 ล้านบาท) ซึ่งเขากล่าวว่า “ราคาที่ดิ่งลงขนาดนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดได้แตะจุดต่ำสุดของความเจ็บปวดแล้วก็ได้”
**“หัวใจของการตัดสินใจลงทุน คือสภาพจิตใจ”**
ในฐานะผู้ก่อตั้ง *ซานติเมนต์* ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2559 บาลาเชวิชเน้นว่า ‘จิตวิทยานักลงทุน’ เป็นปัจจัยสำคัญในการเคลื่อนตลาด เดิมทีเขาวิเคราะห์ความรู้สึกผ่านการอ่านฟอรัมออนไลน์ด้วยตนเอง แต่ตอนนี้ใช้โมเดลแมชชีนเลิร์นนิงที่เก็บข้อมูลจากโซเชียลมีเดียนับพันรายการ ทั้งจาก *เทวิตเตอร์(X)*, *เฟซบุ๊ก*, *ดิสคอร์ด* (ไม่นับรวม Telegram ชั่วคราว) และทำการจัดกลุ่มความรู้สึกเป็นหมวด ‘ขาขึ้น’ หรือ ‘ขาลง’ แล้วสรุปออกมาเป็น ‘คะแนนจิตวิทยา’ แบบเรียลไทม์
บาลาเชวิชระบุว่า “ข้อมูลพฤติกรรมต้องมีพื้นฐานจาก *บิ๊กดาต้า* เท่านั้น จึงจะเชื่อถือได้” โดยระบบของเขาเก็บข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้งานประมาณ 9,000 รายที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งใช้ประมวลผลผ่านกระบวนการซับซ้อน ตั้งแต่การเก็บ, การจัดหมวดหมู่, การตีมูลค่า, ไปจนถึงการวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อให้ผู้ใช้มองเห็นภาพของตลาดอย่าง ‘เข้าใจง่าย’
**อาจเด้งสั้น…ไม่มั่นใจจะไปถึง 250,000 ดอลลาร์ในปี 2026**
เมื่อดูจากราคาในช่วงเวลาปัจจุบัน บิตคอยน์ยังถูกซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 61,890 ดอลลาร์ (ราว 9.06 แสนบาท) บาลาเชวิชมองว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 92,000 ถึง 95,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น แต่ก็เตือนว่า “หากความกังวลเรื่องการขายกลับมาหนักอีกครั้ง ตลาดอาจเผชิญแรงเทขายรอบใหม่ได้อีก”
ในระยะกลางถึงยาว เขาให้ความเห็นว่า *ยังไม่เชื่อว่าราคาบิตคอยน์จะไปถึงระดับ 250,000 ดอลลาร์ (ราว 36.6 ล้านบาท) ภายในปี 2026 ได้ง่าย ๆ* แต่เขายังไม่ปิดโอกาส โดยระบุว่า “เมื่อเวลาผ่านไป มันอาจจะไปถึงจุดนั้นได้ในที่สุด” และเสริมว่า “เราไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่สุดท้ายมันจะมาถึง” เป็นการทิ้งท้ายด้วย *ความหวังระยะยาว* ในตลาดคริปโต.
ความคิดเห็น 0