อีทีเอฟบิตคอยน์(BTC)ยังคงดูดเงินลงทุนเข้าต่อเนื่องแม้ตลาดคริปโตเผชิญแรงเทขายหนัก โดยเมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์อีทีเอฟรวมในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิถึงราว 4,830 พันล้านวอน หรือประมาณ 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การไหลเข้าครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดเผชิญการถอนเงินต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกันเมื่อต้นสัปดาห์ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของอีทีเอฟจดทะเบียนใหม่ต่อภาวะตลาดหมีที่เริ่มปะทุเต็มรูปแบบ ในปีนี้ อีทีเอฟบิตคอยน์สามารถรักษาแนวโน้ม ‘การไหลเข้าสุทธิ’ ได้ติดต่อกันถึง 11 วันแล้ว
หัวเรือหลักของการไหลเข้าครั้งนี้คือ iShares บิตคอยน์ทรัสต์(IBIT) ของแบล็คร็อก บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของโลก โดยจากข้อมูลของบริษัทวิจัยโซโซแวลู(SoSoValue) ระบุว่า IBIT ดึงดูดเงินลงทุนได้มากถึง 3,380 พันล้านวอน หรือประมาณ 231.6 ล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับการที่ราคาบิตคอยน์สามารถเด้งกลับมาแตะระดับ 70,000 ดอลลาร์เป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ อีทีเอฟสกุลอื่นที่มีการไหลเข้าได้แก่ อาร์ก21แชร์ส บิตคอยน์ ETF(ARKB) มูลค่า 630 พันล้านวอน, บิตไวส์ BITB มูลค่า 420 พันล้านวอน, มินิบิตคอยน์ทรัสต์ของเกรย์สเกล มูลค่า 290 พันล้านวอน และ BTCO ที่บริหารร่วมโดยอินเวสโกและแกแล็กซี่ดิจิทัล มูลค่า 100 พันล้านวอน
ท่ามกลางภาวะผันผวน ‘Coinbase Premium’ ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนอุปสงค์ในตลาดสหรัฐฯ ยังสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ สะท้อนว่าแม้ตลาดโดยรวมจะผันผวน แต่แรงซื้อจากนักลงทุนสหรัฐฯ ยังไม่หมดไป
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายสัปดาห์ยังพบว่าการไหลออกยังครองภาพรวม โดยแม้ในวันจันทร์จะมีเงินไหลเข้าสูงถึง 8,200 พันล้านวอน แต่ในช่วง 4 วันต่อมากลับมีการไหลออกต่อเนื่อง ส่งผลให้สรุปทั้งสัปดาห์อีทีเอฟบิตคอยน์เผชิญการไหลออกสุทธิกว่า 5,110 พันล้านวอน
ราคาบิตคอยน์ ณ วันที่ 9 ช่วงบ่าย อยู่ที่ 68,900 ดอลลาร์ หรือราว 1.07 พันล้านวอนต่อเหรียญ ปรับตัวลดลงราว 1% ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยเป็นผลจากแรงขายที่ตามมาหลังจากเกิดการพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันก่อนหน้า
‘ความคิดเห็น’ การไหลเข้าของเงินลงทุนในช่วงตลาดขาลง แสดงให้เห็นถึง ‘ความมั่นใจจากสถาบัน’ โดยเฉพาะการที่ IBIT ของแบล็คร็อกครองสัดส่วนกว่า 70% ของเงินลงทุนทั้งหมด นำไปสู่การตีความว่า นักลงทุนรายใหญ่จำนวนมากเริ่มให้ความเชื่อมั่นต่ออีทีเอฟบิตคอยน์บางตัวเป็นพิเศษ การจับตาความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ความผันผวนของราคา’ กับ ‘กระแสเงินทุนอีทีเอฟ’ จึงน่าจะยังเป็นดัชนีสำคัญในการประเมินทิศทางของตลาดคริปโตต่อไป
ความคิดเห็น 0