ความยากในการขุดบิตคอยน์(BTC) ลดลงถึง 11.6% ภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่คำสั่งแบนการขุดในจีนเมื่อปี 2021 การปรับตัวของเครือข่ายในครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของตลาดที่อัตรากำไรลดลงและกระแส ‘ยอมจำนน’ จากผู้ขุดที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น หลังราคาบิตคอยน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วงไปกว่า 11%
ค่าความยากในการขุด คือระดับความซับซ้อนของสมการที่นักขุดต้องไขเพื่อเพิ่มบล็อกใหม่ในบล็อกเชน โดยจะมีการปรับทุกๆ 2,016 บล็อก (ประมาณ 2 สัปดาห์) ตามระดับของ ‘แฮชเรต’ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดพลังประมวลผลโดยรวมของระบบ เครือข่ายในรอบล่าสุดได้ตั้งความยากที่บล็อกหมายเลข 935,429 เท่ากับ 125.86T ต่ำกว่ารอบก่อนหน้านี้ถึง 11.6% จากข้อมูลของนักพัฒนา Mononaut ถือเป็นการปรับลดครั้งใหญ่อันดับ 10 ในประวัติศาสตร์ และมีขนาดใกล้เคียงกับช่วงที่จีนสั่งแบนการขุดเมื่อปี 2021 ซึ่งส่งผลให้ครึ่งหนึ่งของกำลังขุดโลกหายไปในพริบตา
แม้จะดูเหมือนว่าการขุดง่ายขึ้น แต่ความเป็นจริงคือผู้ขุดจำนวนมากโดยเฉพาะรายกลางและเล็กกำลังเผชิญปัญหาขาดทุนจากต้นทุนที่สูงขึ้นและราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนอย่างรุนแรง นำไปสู่การปิดเครื่องและถอนตัวออกจากเครือข่าย ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘การยอมจำนนของนักขุด (miner capitulation)’ สาเหตุหลักคือราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น กฎเกณฑ์ด้านกฎหมาย และราคาสินทรัพย์ที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ราคาบิตคอยน์เคยร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดราว 60,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ก่อนจะฟื้นกลับมาสู่ระดับ 70,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 10.2 ล้านบาท) อย่างรวดเร็ว ความผันผวนระดับนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ขุดที่มีต้นทุนสูง โดยข้อมูลไตรมาส 3 ปี 2025 จากมาราโฮลดิ้งส์(MARA Holdings) ชี้ว่าต้นทุนเฉลี่ยในการผลิตบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 67,704 ดอลลาร์ (ราว 9.9 ล้านบาท) ซึ่งแทบไม่ต่างจากราคาตลาดในปัจจุบัน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญอย่าง ฮูลิโอ โมเรโน(Julio Moreno) หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัทวิเคราะห์เครือข่ายคริปโต ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ ระบุว่า “บริษัทขุดบิตคอยน์ส่วนใหญ่กำลังเผชิญภาวะขาดทุน และนั่นนำไปสู่แรงเทขายที่เพิ่มขึ้นในตลาด” ความเห็นนี้ตอกย้ำความกดดันที่เกิดขึ้นในระบบ
อย่างไรก็ตาม ความยากในการขุดของบิตคอยน์ถูกออกแบบภายใต้ ‘กลไกปรับตัวอัตโนมัติ’ หรือ ‘self-adjusting mechanism’ ที่สามารถดึงดูดผู้เล่นใหม่เข้าสู่เครือข่ายได้อีกครั้ง เมื่อความยากลดลงและผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในอนาคต
ราคาบิตคอยน์ล่าสุดลดลง 1.71% มาอยู่ที่ 69,357 ดอลลาร์ (ประมาณ 11.07 ล้านบาท) ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าการอ่อนตัวในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากแรงขายของนักขุดที่ยอมจำนนไปก่อนหน้า
สรุปได้ว่า การปรับลดความยากในการขุดครั้งใหญ่ครั้งนี้มีนัยสำคัญทั้งในเชิงโครงสร้างของระบบการขุดและความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของผู้เล่นในตลาด แม้จะสร้างแรงกระเพื่อมในระยะสั้น แต่ในระยะยาวถือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรปรับสมดุลที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของเครือข่ายบิตคอยน์ในที่สุด
ความคิดเห็น 0