ความยากในการขุดบิตคอยน์(BTC) ลดลงกว่า 11% นับเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การแบนเหมืองในจีนเมื่อปี 2021 ปัจจัยสำคัญคือพายุฤดูหนาวรุนแรงที่พัดถล่มสหรัฐ และการปรับฐานรุนแรงของตลาดคริปโต ส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการทำเหมืองถูกกระทบอย่างหนัก
อ้างอิงจากแพลตฟอร์มข้อมูลคริปโต CoinWarz ความยากในการขุดบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 11.16% เหลือระดับ 125.86T มีผลตั้งแต่บล็อกหมายเลข 935,429 โดยที่เฉลี่ยแล้วเวลาการสร้างบล็อกที่ปกติอยู่ที่ 10 นาที ได้ยืดออกเกิน 11 นาที ทำให้ระบบปรับลดระดับความยากลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มเดียวกันยังประเมินว่าความยากครั้งถัดไปซึ่งกำหนดในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ อาจลดลงเพิ่มเติมอีกราว 10.4%
สาเหตุที่ทำให้ความยากลดลงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นผลพวงจากโครงสร้างของระบบขุดทั่วโลกที่ถูกกระทบควบคู่กับความผันผวนของตลาด โดยราคาบิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดที่ 125,000 ดอลลาร์ เหลือเพียง 60,000 ดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 50% กดดันรายได้ของนักขุดอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ พายุฤดูหนาว‘เฟิร์น (Fern)’ที่พัดถล่ม 34 รัฐในสหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางไมล์ ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานล่ม ส่งผลต่อเหมืองคริปโตที่ใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยเฉพาะ Foundry USA ผู้ให้บริการเหมืองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยอัตราแฮช (Hashrate) หายไปราว 60% จากระดับ 400 EH/s เหลือเพียง 198 EH/s กลายเป็นสัญญาณว่าศักยภาพการประมวลผลของเครือข่ายบิตคอยน์ลดต่ำลงชั่วคราว
แม้หลังจากเหตุพายุ แฮชเรตของ Foundry USA จะกลับมาสู่ระดับ 354 EH/s และยังครองส่วนแบ่งตลาดราว 29.47% แต่แรงกดดันต่อระบบขุดโดยรวมยังไม่คลี่คลาย ท่ามกลางภาวะตลาดซบเซา ค่าพลังงานที่สูงมาก และความต้องการใช้พลังประมวลผลเพื่อ AI ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางบริษัทเริ่มแปรเปลี่ยนทรัพยากรจากการขุดบิตคอยน์ไปยังศูนย์ข้อมูล AI หรือคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC)
ด้วยเหตุนี้อัตราแฮชรวมของเครือข่ายบิตคอยน์ในเดือนมกราคมลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการลดลงคราวนี้ไม่ใช่แค่การปรับฐานระยะสั้น แต่เป็น ‘สัญญาณ’ ว่าเครือข่ายบิตคอยน์กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง เช่นเดียวกับช่วงที่จีนแบนเหมืองในปี 2021 ซึ่งขณะนั้นความยากลดลงถึง 27.9% ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ความจริงที่ว่าเวลาสร้างบล็อกเกินเป้าหมาย อาจบ่งบอกว่าระบบยังไม่นิ่ง และมีโอกาสปรับตัวลงอีก
อุตสาหกรรมการขุดบิตคอยน์ดูเหมือนจะเข้าสู่ ‘ยุคปรับตัว’ อย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องจักรเปิดขุดอย่างเคย แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความอยู่รอด ภายใต้กระแสปรับโครงสร้างของตลาด ความยากในการขุดอาจยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0