บิตคอยน์(BTC) กลับมายืนเหนือระดับ 7 หมื่นดอลลาร์อีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังจากร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า แต่แม้ราคาจะฟื้นตัว ตลาดอนุพันธ์ยังคงสะท้อนสัญญาณ ‘ความกลัวขั้นสุด’ จากนักลงทุน โดยเฉพาะแรงขายจากการบังคับปิดสถานะและความต้องการใช้เลเวอเรจที่ลดลง กำลังบ่งชี้ว่าการปรับตัวขึ้นในระยะสั้นอาจมีข้อจำกัด
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์แตะจุดต่ำสุดที่ราว 60,150 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นราว 17% กลับมายืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ‘อารมณ์ของตลาด’ ยังเปราะบาง โดยอัตราส่วนคำสั่งซื้อแบบ Put เทียบกับ Call หรือที่เรียกว่า Put/Call Skew พุ่งขึ้นถึง 20% สะท้อนความวิตกว่าตลาดอาจเผชิญการบังคับขายครั้งใหญ่รอบใหม่
ในช่วงสิบวันที่ผ่านมา มูลค่ารวมของสัญญาฟิวเจอร์สบิตคอยน์ที่ถูกปิดสถานะแบบทันทีมีมูลค่าราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าอาจมีเฮดจ์ฟันด์หรือมาร์เก็ตเมกเกอร์บางรายต้องถอนตัวจากตลาดจากความสูญเสียระดับใหญ่
ฟิวเจอร์สบิตคอยน์ยังคงแสดง ‘ความไร้ความมั่นใจ’ ดัชนี Open Interest หรือสถานะสัญญาที่ยังไม่ถูกปิดอยู่ที่ระดับใกล้เคียงเดิมคือ 527,850 BTC แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าเป็นดอลลาร์แล้วลดลงถึง 20% ซึ่งสอดคล้องกับราคาที่ลดลงในช่วงเดียวกัน สะท้อนว่ามีนักลงทุนบางส่วนอาจยังคงพยายามถือสถานะแม้ในภาวะราคาถดถอย
หนึ่งในเครื่องชี้วัดที่สำคัญของตลาดอนุพันธ์คือ ‘ค่าพรีเมียมของฟิวเจอร์สเทียบกับราคาตลาด’ ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 2% ต่อปี นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบปี ขณะที่ปกติในสถานการณ์ที่เป็นกลาง ค่านี้ควรอยู่ที่ราว 5–10% ต่อปี ซึ่งแสดงว่าความต้องการถือครองสินทรัพย์ด้วยเลเวอเรจเพื่อความหวังราคาขาขึ้นนั้นลดลงชัดเจน
นอกจากตลาดฟิวเจอร์ส ตลาดออปชันสำหรับบิตคอยน์ก็ส่งสัญญาณ ‘ความกังวลขั้นสูงสุด’ โดยข้อมูลจากตลาดเดริบิต แสดงค่า Skew ของออปชันระยะเวลา 2 เดือนสูงถึง 20% มากกว่าช่วงต่ำสุดในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ที่แม้ราคาบิตคอยน์จะร่วงลงถึง 28% แต่ค่า Skew ยังอยู่เพียง 11% เท่านั้น
‘ความคิดเห็น’ ความกลัวในครั้งนี้ยิ่งทวีความรุนแรง แม้จะไม่มีสาเหตุเฉพาะจุดที่ทำให้ราคาดิ่งลงอย่างเด่นชัด ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าตลาดกำลังเผชิญสภาวะเชิงจิตวิทยา จากความไม่แน่นอนและความเชื่อมั่นที่ถูกสั่นคลอน ผู้เล่นรายใหญ่บางราย รวมถึงตลาดกลางหรือกองทุนอาจกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง
แม้ราคาบิตคอยน์จะแตะระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่เครื่องชี้วัดหลายตัวบ่งบอกว่าตลาดยังเต็มไปด้วย ‘ความกลัวขั้นสุด’ เมื่อเปรียบเทียบกับเทรนด์การเทขายครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการบังคับขายมูลค่าสูงสุดถึง 4.65 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท ผลกระทบในขณะนั้นยังคงพอจับต้องได้ แต่ในครั้งนี้ ตลาดแสดงภาพความอ่อนแรงแบบค่อยเป็นค่อยไป
สำหรับแนวโน้มข้างหน้า บิตคอยน์จะสามารถกลับเข้าช่วงขาขึ้นได้หรือไม่นั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับแรงหนุนจากนักลงทุนประเภทวาฬและมาร์เก็ตเมกเกอร์ โดยเฉพาะความต้องการใช้เลเวอเรจซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้กลยุทธ์การลงทุนอย่างระมัดระวัง ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0