บิตคอยน์(BTC) ดีดกลับขึ้นมาใกล้โซน 7 หมื่นดอลลาร์อีกครั้ง แต่ภาพรวมในกรอบกลางยังถูกมองว่าเป็นเพียง ‘การรีบาวด์ในขาลง’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวอย่างชัดเจน แกนสำคัญคือรอบนี้ราคาจะฝ่าด่าน ‘7.5 หมื่นดอลลาร์’ ขึ้นไปยืนเหนือได้จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์ หรือสุดท้ายจะเป็นแค่การดีดตัวชั่วคราว ก่อนกลับลงไปทดสอบโซน ‘6 หมื่นดอลลาร์’ อีกรอบเท่านั้น
บนกราฟรายวัน บิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวอยู่ชัดเจนภายใน ‘ช่องทางขาลง’ ทำให้โครงสร้างหลักยังเป็นภาพของแนวโน้มอ่อนตัว หลังแนวรับ 7.5 หมื่นดอลลาร์แตกลง แรงขายยิ่งเร่งตัวกดราคาลงไปถึงโซนความต้องการซื้อแถว 6 หมื่นดอลลาร์ ก่อนที่แรงซื้อจะไหลกลับเข้ามาอย่างจริงจัง สร้างจุดต่ำระยะสั้น และดันราคารีบาวด์กลับขึ้นมาบริเวณเส้น 7 หมื่นดอลลาร์ในตอนนี้
ระดับราคาปัจจุบันซ้อนทับกับแนวกลางของช่องทางขาลงพอดี จึงกลายเป็นแนวต้านเชิงโครงสร้างที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น บิตคอยน์ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านโซน 7 หมื่น–7.2 หมื่นดอลลาร์ และแนวต้านหลักถัดไปที่ 7.5 หมื่น–8 หมื่นดอลลาร์ได้เลย ตราบใดที่ราคา ‘ยังคงติดอยู่ใต้โซนเหล่านี้’ การเคลื่อนไหวรอบนี้ยังถูกจัดอยู่ในกรอบ ‘การดีดกลับในเทรนด์ลง’ ทางเทคนิคมากกว่าจะเป็นการกลับตัวในภาพใหญ่
หากบิตคอยน์สามารถเบรก 7.5 หมื่นดอลลาร์บนกราฟวันและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างชัดเจน เป้าหมายถัดไปที่นักวิเคราะห์จับตาคือบริเวณ 7.8915 หมื่นดอลลาร์ และโซนราว 8.1485 หมื่นดอลลาร์ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนฟีโบนักชี 0.702 ขาขึ้น ในทางกลับกัน ด้านล่างโซน 6 หมื่นดอลลาร์ยังเป็น ‘แนวรับเชิงโครงสร้าง’ ที่สำคัญ หากราคาถูกกดลงไปทดสอบพื้นที่นี้อีกครั้ง ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของทิศทางเทรนด์ถัดไป
ในกรอบสั้นอย่างกราฟ 4 ชั่วโมง การรีบาวด์จากแถว 6 หมื่นดอลลาร์ถือว่าออกตัวมาค่อนข้างดี แต่ตอนนี้ราคากำลังเข้าใกล้แนวต้านสั้นบริเวณ 7 หมื่น–7.2 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับสุดท้ายก่อนการร่วงแรงรอบก่อนหน้า เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ ‘แรงต้านทั้งเชิงเทคนิคและจิตวิทยา’ ถูกอัดแน่นอยู่
ตอนนี้ตลาดกำลังเห็นภาพ ‘การบีบตัวของราคา’ ใต้ระดับ 7.2 หมื่นดอลลาร์อย่างชัดเจน หากสามารถทะลุโซนนี้ขึ้นไปได้พร้อมการยืนราคาต่อเนื่องเหนือแนวต้าน มีโอกาสสูงที่บิตคอยน์จะขึ้นไปทดสอบด่านใหญ่ 7.5 หมื่นดอลลาร์ แต่ถ้าแรงดีดเริ่มอ่อน และราคาถูกกดซ้ำบริเวณนี้หลายครั้ง แรงขายอาจกลับมาคุมเกมอีกครั้ง ดึงราคาถอยลงไปหาแถว 6.5 หมื่นดอลลาร์ก่อน และหากแรงกดดันยังไม่จบ การย้อนกลับไปทดสอบโซนดีมานด์ 6 หมื่นดอลลาร์รอบใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตัดทิ้ง
ในตลาดอนุพันธ์ รูปแบบการเทรดของ ‘รายใหญ่–รายย่อย’ สวนทางกันอย่างเห็นได้ชัดในช่วงการย่อตัวที่ผ่านมา จากข้อมูลขนาดสัญญาเฉลี่ยของฟิวเจอร์สบิตคอยน์ พบว่าขณะราคาถูกกดลงสู่โซน 6 หมื่น–6.5 หมื่นดอลลาร์ มีสัญญาขนาดใหญ่จำนวนมากถูกเปิด (แสดงเป็นจุดสีเขียว) ซึ่งโดยทั่วไปมักถูกตีความว่าเป็นการเข้าซื้อของสถาบันหรือ ‘วาฬ’ ในตลาดอนุพันธ์
ข้อสังเกตที่จุดสีเขียวกลุ่มนี้ไปกระจุกอยู่ใกล้บริเวณ ‘จุดต่ำเฉพาะที่’ บ่งชี้ว่า ในขณะที่เม่าตื่นกลัวเทขาย รายใหญ่กลับอาจกำลัง ‘สะสมบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์’ ที่ระดับราคาเหล่านี้ ในทางกลับกัน เมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นมา จุดสีแดงซึ่งสื่อถึงคำสั่งขนาดเล็กกลับเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนภาพ ‘นักลงทุนรายย่อย’ เข้ามาไล่ซื้อและเก็งกำไรสั้นมากขึ้น
สรุปแล้ว การเข้าซื้อของวาฬใกล้โซน 6 หมื่นดอลลาร์ช่วยหนุนมุมมองว่า ระดับนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงแนวรับทางเทคนิคธรรมดา แต่เป็น ‘โซนสะสมระยะกลางถึงยาว’ ของทุนขนาดใหญ่ ขณะที่การดีดตัวรอบล่าสุดที่ขับเคลื่อนโดยรายย่อย กลับทำให้หลายฝ่ายมองว่าตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วง ‘แกว่งตัวในกรอบ (Sideways)’ มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มหลักในทันที
ปัจจัยชี้ขาดในมุมมองโครงสร้างเทรนด์คือ ‘การยึดคืนระดับ 8 หมื่นดอลลาร์’ ในเชิงจิตวิทยา หากในโซน 6.5 หมื่น–8 หมื่นดอลลาร์ยังคงเห็นการกลับเข้ามาของออเดอร์ซื้อขนาดใหญ่ซ้ำ ๆ การรีบาวด์รอบนี้มีโอกาสขยายตัวจากแค่ชอร์ตคัฟเวอริ่ง ไปสู่การกลับขึ้นของเทรนด์ที่ยั่งยืนมากขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเห็นพ้องกันว่า บิตคอยน์ต้องกลับขึ้นมายืนเหนือ 8 หมื่นดอลลาร์ให้ได้ ก่อนที่จะถูกยืนยันว่า ‘กลับเข้าสู่ภาวะขาขึ้นที่ชัดเจน’ เพราะก่อนแตะระดับนั้น ภาพรวมบนกราฟวันยังคงเป็นเพียงการเคลื่อนไหวภายในช่องทางขาลง หรือพูดง่าย ๆ ว่ายังอยู่ในเฟส ‘พักฐานในเทรนด์ลง’ อยู่ดี
เมื่อจัดระเบียบภาพรวมปัจจุบัน สามารถแบ่งโซนสำคัญได้ชัดเจนคือ 6 หมื่นดอลลาร์ทำหน้าที่เป็น ‘ฐานโครงสร้าง’ 7 หมื่น–7.2 หมื่นดอลลาร์เป็น ‘จุดชี้เป็นชี้ตายในระยะสั้น’ ส่วน 7.5 หมื่น–8 หมื่นดอลลาร์คือ ‘ด่านเปลี่ยนเทรนด์’ ที่ตลาดให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การเคลื่อนไหวของราคา และรูปแบบการซื้อขายของวาฬกับรายย่อยในแต่ละโซนเหล่านี้ จะเป็นเบาะแสสำคัญในการประเมินทิศทางบิตคอยน์(BTC) ในช่วงต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0