Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เด้งใกล้ 66,000 ดอลลาร์ หนุนด้วยรีบาวด์หุ้นสหรัฐ-เงินไหลเข้า ETF สปอต 258 ล้านดอลลาร์

บิตคอยน์(BTC) พยายามกลับมายืนเหนือระดับ 66,000 ดอลลาร์ (ราว 9.41 ล้านบาท) อีกรอบ ตามแรงหนุนจากการ ‘รีบาวด์’ ของตลาดหุ้นสหรัฐและความต้องการหยุดยั้งภาวะอ่อนแอในตลาดคริปโตช่วงต้นปี 2026 สัญญาณซื้อฝั่งสหรัฐและกระแสเงินในกองทุน ETF บิตคอยน์แบบส pot ก็เริ่ม ‘ปรับดีขึ้น’ สะท้อนว่าแรงขายเทขายก่อนหน้ากำลังผ่อนลง

เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์(BTC) เด้งขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดบวกเมื่อคืนก่อนหน้า กระแสลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่ฟื้นตัว ทำให้ความต้องการถือ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ กลับมา ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นใกล้โซน 66,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

ฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีแนสแด็กทะยานขึ้น 1.05% ขณะที่ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์(S&P)500 บวก 0.68% ส่วนดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรม 30 หุ้น เพิ่มขึ้น 421 จุด ปิดสูงกว่าวันก่อนหน้า 0.86% บรรยากาศฟื้นตัวนี้ลามมาถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตด้วย โดยหุ้นของกระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ในสหรัฐ ‘คอยน์เบส(COIN)’ ปรับขึ้น 1.12% ขณะเดียวกันบริษัทที่ถือบิตคอยน์จำนวนมากอย่าง ‘ไมโครสตราทิจี(MSTR)’ ก็ขยับขึ้น 0.73% นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การรีบาวด์รวดเร็วในสินทรัพย์เสี่ยงช่วยลดแรงขายจากนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้เร่งลดความเสี่ยงลง

แรงซื้อฝั่งสหรัฐยังสะท้อนผ่าน ‘ดัชนีพรีเมียมบิตคอยน์บนคอยน์เบส’ ซึ่งวัดส่วนต่างราคาระหว่างคอยน์เบสและไบนานซ์ เพื่อชี้วัดความแข็งแกร่งของดีมานด์ฝั่งอเมริกา ดัชนีนี้กลับมาอยู่ในแดนบวก(+) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม นักวิเคราะห์ตลาดชื่อ นิก(Nic) ระบุว่า “ตัวเลขที่พลิกกลับมาเป็นบวก หมายความว่าผู้ซื้อฝั่งสหรัฐกำลังเข้ามาอีกครั้ง” พร้อมเสริมว่า การที่ดัชนีรักษา ‘สถานะบวก’ ไว้ได้ต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันว่าแรงซื้อเชิงเทรนด์กำลังจะเกิดขึ้นจริง

กระแสเงินในกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐก็มีทิศทางดีขึ้นเช่นกัน เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตที่จดทะเบียนในสหรัฐมียอด ‘เงินไหลเข้า’ สุทธิราว 258 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 36.79 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อการรีบาวด์รอบนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวระยะสั้นมักผูกโยงกับ ‘สภาพคล่อง’ เป็นหลัก ทำให้กระแสเงิน ETF ยังเป็นจุดโฟกัสสำคัญในช่วงที่ตลาดผันผวน

ในมุมของความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่น ตลาดจับตาว่า บิตคอยน์ในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงและมักเดินตามดัชนี S&P500 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเริ่มบ่งชี้ว่า ‘ความสัมพันธ์ดังกล่าวอ่อนลงชัดเจน’ แล้ว

ผู้ให้บริการข้อมูลออนเชนอย่าง ซานติเมนต์(Santiment) ระบุว่า ค่าสหสัมพันธ์รายวันระหว่างบิตคอยน์กับดัชนี S&P500 ปัจจุบันอยู่ที่ราว 0.32 เท่านั้น ขณะที่กับทองคำกลับเป็น ‘สหสัมพันธ์เชิงลบ’ ที่ราว -0.45 ซานติเมนต์ชี้ว่า ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมปีก่อน ทองคำพุ่งขึ้นแล้ว 51% ดัชนี S&P500 ปรับขึ้น 7% แต่ ‘บิตคอยน์กลับร่วงลง 43%’ นับเป็นระดับที่ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและบิตคอยน์อ่อนแรงที่สุดนับจากเหตุล้มละลายของเอ็กซ์เชนจ์ FTX ช่วงปลายปี 2022

ซานติเมนต์ให้ “ความคิดเห็น” ว่า โดยทั่วไปแล้ว เมื่อสินทรัพย์ที่เคยเคลื่อนไหวสอดคล้องกันกลับ ‘แยกทางอย่างสุดขั้ว’ เช่นนี้ ความคลาดเคลื่อนมักไม่ยืดเยื้อไปตลอด และในระยะยาว ภาวะที่บิตคอยน์และอัลต์คอยน์ ‘ถูกทิ้งห่าง’ จากสินทรัพย์อื่น อาจแปลว่ามีช่องว่างให้ราคาฟื้นตัวขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ หากเศรษฐกิจกลับสู่โหมดขยายตัวและตลาดหุ้นยังเดินหน้าต่อ มีโอกาสที่บิตคอยน์จะ ‘ไล่กวด’ ผลตอบแทนที่ตามหลังอยู่ในช่วงที่ผ่านมา

มุมมองเช่นนี้สอดคล้องกับมุมมองของ ดาริอุส ซิต(Darius Sit) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน(CIO) ของบริษัทเทรดดิ้งเชิงสถาบัน QCP แคปิตอล(QCP Capital) เขาเน้นว่า การถกเถียงเรื่อง ‘บิตคอยน์ vs ทองคำ’ มักถูกตีความผิดว่าเป็นการแข่งขันด้านราคา ทั้งที่ตัวขับเคลื่อนสำคัญจริงๆ คือ ‘สภาพคล่องและโครงสร้างตลาด’ ต่างหาก

ซิตอธิบายว่า ช่องว่างระหว่างการเคลื่อนไหวของหุ้นกับบิตคอยน์ในช่วงนี้ ไม่ได้สะท้อนว่า ‘เนื้อเรื่องระยะยาวของบิตคอยน์ล้มเหลว’ แต่สะท้อนผลของการปิดสถานะและการไหลของเงินที่ใช้เลเวอเรจมากกว่า เขาเสริมว่า บิตคอยน์ยังคงทำหน้าที่คล้าย ‘เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อระยะยาว’ และความ ‘อ่านง่าย’ ของมันในฐานะสินทรัพย์ค้ำประกันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในระดับโครงสร้างตลาด ปี 2025 ถูกมองว่าเป็นปีที่สถาบันการเงิน ธนาคาร ร้านค้า บริษัทจดทะเบียน และบางประเทศเร่งเพิ่มการยอมรับบิตคอยน์ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่ขึ้น’ ชัดเจนขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเสริม ‘ความยืดหยุ่นด้านขาลง’ ให้นักลงทุนเชื่อว่าราคามีแนวรองรับในภาวะผันผวน อย่างไรก็ตาม ทิศทางและความเร็วของการที่ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นจะ ‘กลับมาบรรจบกัน’ ยังขึ้นกับปัจจัยมหภาคด้านสภาพคล่องโลก กระแสการยอมรับความเสี่ยงในตลาดหุ้นสหรัฐ และทิศทางเงินทุนใน ETF บิตคอยน์ จึงยังจำเป็นต้องจับตา ‘ตัวเลขและดัชนีเหล่านี้’ อย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1