ราคา *บิตคอยน์(BTC)* แม้จะร่วงลงมาราว 50% จากจุดสูงสุด แต่ระดับ ‘การยอมรับ (adoption)’ กลับเดินหน้าเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ตามรายงานฉบับล่าสุดของบริษัทให้บริการทางการเงิน ‘ริเวอร์(River)’ ที่ประเมินว่า การนำ *บิตคอยน์(BTC)* ไปใช้ในระดับสถาบันการเงิน ธนาคาร ร้านค้า บริษัทจดทะเบียน ไปจนถึงระดับประเทศ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2025 และแนวโน้มนี้ยังสะท้อนเข้าไปในราคาไม่เต็มที่
ริเวอร์ระบุในรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารว่า “การยอมรับบิตคอยน์ไม่มีตลาดหมี” พร้อมชี้ว่า แม้ *บิตคอยน์(BTC)* จะร่วงลงมาครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดตลอดกาล แต่กระบวนการยอมรับกำลังสะสมแบบ ‘ดอกเบี้ยทบต้น (compounding)’ ในลักษณะที่ “ยังไม่ส่งผลต่อราคาอย่างชัดเจน”
บริษัทมองว่า ‘ความเชื่อมั่น’ ต่อบิตคอยน์กำลังเติบโตเร็วกว่า ‘สินทรัพย์ใด ๆ ในประวัติศาสตร์’ โดยระบุว่า บิตคอยน์ซึ่งเริ่มจากการเป็นเพียง “การทดลอง” ได้พัฒนาจนกลายเป็น ‘เครื่องมือเก็บรักษามูลค่า (store of value)’ ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และรูปแบบการยอมรับกำลังขยับขึ้นในอัตราเร่งที่ “เทียบได้กับความเร็วในการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ต”
‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มนี้สะท้อนภาพที่ต่างจากกราฟราคาอย่างมาก เพราะในเชิงโครงสร้าง บิตคอยน์กำลังถูกฝังอยู่ในระบบการเงินและเศรษฐกิจจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในฝั่งสถาบัน ริเวอร์ประเมินว่าในปี 2025 กลุ่มสถาบันต่าง ๆ ได้ ‘ซื้อสุทธิ’ *บิตคอยน์(BTC)* รวมทั้งสิ้นราว 829,000BTC โดยนับรวมการเข้าซื้อของบริษัทเอกชน รัฐบาล กองทุน และกองทุน ETF ที่อ้างอิงบิตคอยน์ทั้งหมด
ข้อมูลระบุว่า กลุ่ม ‘ที่ปรึกษาการลงทุนที่จดทะเบียน’ (RIA) ทำการซื้อสุทธิ *บิตคอยน์(BTC)* ต่อเนื่องเป็นเวลา 8 ไตรมาสติดต่อกัน และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเงินลงทุนเฉลี่ยราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสไหลเข้าสู่กองทุน ETF ที่อ้างอิงบิตคอยน์ ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่า “จะมี *นักลงทุนรายย่อยพื้นฐาน* เป็นจำนวนหลายล้านคนที่ได้สัมผัส *บิตคอยน์(BTC)* เป็นครั้งแรก ผ่านบัญชีโบรกเกอร์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และงบดุลของบริษัทต่าง ๆ” ตามการวิเคราะห์ของริเวอร์
ด้านภาคธนาคารก็เริ่มขยับชัดเจนมากขึ้น ริเวอร์ระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของสหรัฐราว 60% อยู่ระหว่างการพัฒนาหรือให้บริการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ *บิตคอยน์(BTC)* โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบภายในประเทศที่เริ่มผ่อนคลายและเป็นมิตรมากขึ้น ทำให้ธนาคารสามารถเสนอการให้บริการด้าน ‘การดูแลสินทรัพย์ (custody)’ บิตคอยน์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ลงทุนที่เกี่ยวข้องให้กับลูกค้าได้สะดวกกว่าเดิม
ฝั่งบริษัทเอกชน ริเวอร์ชี้ว่า ปี 2025 บริษัทคือ “ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด” ของ *บิตคอยน์(BTC)* โดยเฉพาะกลุ่ม ‘บริษัทที่ใช้บิตคอยน์เป็นคลังสมบัติดิจิทัล (crypto treasury)’ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของฝั่งดีมานด์ และอัตราการยอมรับของกลุ่มนี้เติบโตเร็วขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในมิติการใช้จ่ายจริง บิตคอยน์ก็เริ่มถูกใช้เป็น ‘สื่อกลางในการชำระเงิน’ มากขึ้น ริเวอร์ระบุว่า ในปี 2025 จำนวนร้านค้าและผู้ประกอบการในสหรัฐที่รับชำระด้วย *บิตคอยน์(BTC)* เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ขณะที่ปริมาณการใช้งานในระดับโลกเพิ่มขึ้น 74%
ส่วนเครือข่าย *ไลท์นิง เน็ตเวิร์ก(Lightning Network)* ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การทำธุรกรรมบิตคอยน์รวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ ก็กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ริเวอร์ประเมินว่า ปริมาณธุรกรรมผ่านไลท์นิง เน็ตเวิร์กตลอดปี 2025 เติบโตสูงถึง 300% และมูลค่าธุรกรรมต่อเดือนทะลุระดับ 1.1 พันล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งตอกย้ำว่าระบบนี้เริ่มมีบทบาทจริงในโครงสร้างการชำระเงินดิจิทัล
ในระดับประเทศ การยอมรับ *บิตคอยน์(BTC)* ก็ขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้นเช่นกัน ริเวอร์รายงานว่า เฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว มี 5 ประเทศที่ถูกจัดให้เป็น “ประเทศที่ถือครองบิตคอยน์” อย่างเป็นทางการ
ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ของลักเซมเบิร์กและซาอุดีอาระเบียซึ่งเข้าซื้อ *บิตคอยน์(BTC)* เพิ่มเข้าพอร์ต ตามด้วยธนาคารกลางของสาธารณรัฐเช็กที่รายงานว่ามีการเข้าซื้อเช่นกัน ขณะที่อีก 2 ประเทศคือบราซิลและไต้หวันถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ‘ประเทศผู้ถือครอง’
หากนับรวมการถือครองผ่านโครงการเหมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ทรัพย์สินถูกยึดและนำมาเก็บรักษาโดยรัฐบาล ตลอดจนการถือครองทางอ้อมผ่านพอร์ตของธนาคารกลาง ริเวอร์คาดว่าจำนวนประเทศที่ถือครอง *บิตคอยน์(BTC)* ในระดับใดระดับหนึ่งมีมากถึง 23 ประเทศ
ริเวอร์ยังมองด้วยว่า ‘ความผันผวน’ ของราคาบิตคอยน์กำลังปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ย้ายเข้าใกล้ระดับของทองคำและดัชนีหุ้นสหรัฐอย่าง S&P500 มากขึ้น ซึ่งตีความได้ว่า “ตลาดกำลังค่อย ๆ มอง *บิตคอยน์(BTC)* เป็นสินทรัพย์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (more mature asset class)”
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อความผันผวนลดลง “กำแพงที่นักลงทุนสายระมัดระวังต้องข้ามก็จะต่ำลง” ซึ่งหมายถึงประตูสำหรับเงินทุนขนาดใหญ่ที่เน้นการบริหารความเสี่ยงจะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา
ท้ายที่สุด ริเวอร์สรุปว่า เครือข่ายของ *บิตคอยน์(BTC)* ถูกสร้างขึ้นบน ‘ความเชื่อถือ (trust)’ และนิยามบิตคอยน์ว่าเป็น “สกุลเงินดิจิทัลเพียงหนึ่งเดียวที่มีความ ‘ขาดแคลน’ อย่างแท้จริง (อุปทานจำกัด) และแทบจะไม่สามารถถูกบิดเบือนได้” พร้อมคาดการณ์ว่า ในช่วงไม่กี่ปีจากนี้ ‘การยอมรับบิตคอยน์’ จะไม่เพียงแค่เดินหน้าต่อเนื่องตามเทรนด์ปัจจุบัน แต่ยังมีแนวโน้มเร่งตัว ‘อย่างมีนัยสำคัญ’ อีกด้วย
‘ความคิดเห็น’ แม้กราฟราคาของ *บิตคอยน์(BTC)* จะยังคงผันผวน แต่หากดูจากทิศทางการเข้ามาถือครองและนำไปใช้งานทั้งในตลาดทุน ธนาคาร ภาคธุรกิจ ร้านค้า และภาครัฐ หลายฝ่ายเริ่มมองว่าราคาปัจจุบันอาจยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพของการยอมรับในโลกความเป็นจริงเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างผู้ถือครองกำลังขยับจากรายย่อยไปสู่สถาบันและรัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดเห็น 0