World Liberty Financial เดินเกมย้ำภาพ ‘การมีส่วนร่วมกำกับดูแล (Governance)’ เปิดตัวข้อเสนอระบบโหวตแบบสเตกกิง โดยผู้ถือโทเค็น WLFI ที่ปลดล็อกแล้วจะต้องนำโทเค็นไป ‘สเตก’ ก่อนจึงจะสามารถลงคะแนนได้ พร้อมเสนอ ‘รางวัล’ ให้กับผู้ใช้งานที่เข้าร่วมกำกับดูแลจริง ขณะที่โปรเจ็กต์นี้ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์ และวางตัวเป็นแพลตฟอร์มดิไฟ(DeFi) ที่เน้นโครงสร้างระยะยาว
ข้อเสนอดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) ใจความสำคัญคือผูก ‘สิทธิ์โหวต = การสเตกกิง’ ไว้ด้วยกัน หากแผนนี้ผ่าน ผู้ถือ WLFI ที่ต้องการเข้าร่วมลงคะแนนในระบบกำกับดูแล จะต้องล็อกโทเค็นไว้อย่างน้อย 180 วัน นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้สิทธิ์โหวตอย่างน้อย 2 ครั้งระหว่างช่วงเวลาล็อก จะได้รับรางวัลจากคลังทุนของโปรเจ็กต์ (Treasury) ในอัตราที่เทียบเท่าดอกเบี้ยราวปีละ 2%
ในแง่ ‘อิทธิพลการโหวต (Voting Power)’ โปรเจ็กต์ระบุว่าไม่ได้ใช้เพียงจำนวนโทเค็นที่สเตก แต่จะคำนวณจากทั้ง ‘ปริมาณที่สเตก’ และ ‘ระยะเวลาล็อกที่เหลืออยู่’ ผ่านสูตรแบบ ‘ไม่เป็นเชิงเส้น’ เพื่อจำกัดไม่ให้สิทธิ์กำกับดูแลกระจุกตัวเกินไปในมือผู้ถือรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ‘ความคิดเห็น’ แนวคิดนี้สะท้อนความพยายามบาลานซ์ระหว่างทุนใหญ่กับผู้ถือระยะยาวที่จริงจังกับการมีส่วนร่วม
World Liberty Financial ยังผูกกลไกสเตกกิงนี้เข้ากับสเตเบิลคอยน์หลักของตน ‘USD1’ ตามเอกสารข้อเสนอ ระบบใหม่จะเชื่อมการสเตก WLFI เข้ากับ ‘อินเซนทีฟการฝาก USD1’ โดยตรง ทำให้การเข้าร่วมกำกับดูแลมีผลต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์หลักของแพลตฟอร์มไปพร้อมกัน โปรเจ็กต์มองว่าความเชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยดึงดูด ‘การล็อกทุนระยะยาว’ เพิ่มดีมานด์ USD1 และกระจายสิทธิ์กำกับดูแลไปยังผู้มีส่วนร่วมที่ผูกพันกับระบบในระยะยาวอย่างแท้จริง
ในฝั่งผู้ถือรายใหญ่ ข้อเสนอได้ออกแบบโครงสร้างแบบ ‘ระดับชั้น’ ผ่านการกำหนดสถานะ ‘Node’ และ ‘Super Node’ สำหรับสเตเกอร์รายใหญ่ โดยผู้ที่ได้ระดับ Node ขึ้นไปจะได้รับสิทธิประโยชน์เชิงการใช้งานจริง เช่น การแลกเปลี่ยน USD1 แบบ 1:1 ที่ใกล้เคียงการใช้ในตลาดทุนดั้งเดิม
เงื่อนไขการเป็น ‘Node’ คือการสเตก WLFI ขั้นต่ำ 10 ล้านโทเค็น ซึ่งอ้างอิงจากราคาตลาดในเอกสารต้นฉบับคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,278 ล้านบาทไทย เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,427.80 วอน เกาหลีใต้ ผู้ที่ได้สถานะ Node จะสามารถเข้าถึงเส้นทางแปลงเหรียญเสถียรอย่าง Tether(USDT) และ USD Coin(USDC) ไปเป็น USD1 แบบ ‘1:1’ ผ่านมาร์เก็ตเมกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต รวมถึงเข้าถึงช่องทาง ‘ถอน (Off-ramp)’ จาก USD1 กลับเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายโปรเจ็กต์เน้นย้ำว่า โครงสร้างใหม่นี้จะเปลี่ยนทิศทางของ ‘กำไรส่วนต่างราคา (Arbitrage)’ โดยนำส่วนหนึ่งของกำไรเชิงโครงสร้างที่เดิมมักตกอยู่ในมือมาร์เก็ตเมกเกอร์สถาบัน มาแบ่งให้กับผู้ถือโทเค็นที่ยอมล็อกทุนระยะยาวในระบบแทน และระหว่างทางก็หวังจะเพิ่มทั้งสภาพคล่องและดีมานด์ของ USD1 ไปพร้อมกัน
ส่วนระดับ ‘Super Node’ กำหนดให้ต้องล็อกอย่างน้อย 50 ล้าน WLFI ผู้ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับ ‘สิทธิ์เข้าถึงก่อน (Priority Access)’ ในการหารือพาร์ตเนอร์ชิปและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทีมผู้บริหารแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ดี การทำข้อตกลงเชิงพาณิชย์ใดๆ จะยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาและอนุมัติตามปกติ
ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการโหวตเป็นเวลา 7 วัน และจะถือว่ามีผลได้ต่อเมื่อมีการเข้าร่วมจากโทเค็นที่มีสิทธิ์อย่างน้อย 1,000 ล้านโทเค็น (Quorum) คำถามสำคัญคือ ผู้ถือ WLFI จะยอม ‘ล็อกยาว’ ตามเงื่อนไขหรือไม่ และโครงสร้างที่ให้สิทธิ์พิเศษกับสเตเกอร์รายใหญ่แบบ Node และ Super Node จะถูกมองว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ดี หรือกลับกันเป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำของอำนาจกำกับดูแลในคอมมูนิตี้
ในภาพกว้างของวงการดิไฟ แนวคิด ‘สเตกกิงเพื่อสิทธิ์กำกับดูแล’ เริ่มถูกใช้มากขึ้นในฐานะเครื่องมือสร้างแรงจูงใจระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งการควบคุมแบบรวมศูนย์ World Liberty Financial จึงถูกจับตาว่าโมเดลนี้จะสามารถผลักดันการยอมรับใช้ USD1 และเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในระบบกำกับดูแลของแพลตฟอร์มได้จริง หรือจะเจอแรงต้านจากผู้ใช้งานที่กังวลเรื่องการรวมศูนย์อำนาจในมือผู้เล่นรายใหญ่กันแน่
ความคิดเห็น 0