Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ศึกเดือดเอฟี(AAVE): เอฟี แลบส์ขอเพิ่มงบ 51 ล้านดอลลาร์ ดัน V4 ชนดีเอโอหวั่นบีบเทผู้ใช้ทิ้ง V3

เอฟี(AAVE) กำลังเผชิญศึกภายในครั้งใหญ่ หลังเอฟี แลบส์(Aave Labs) ผู้พัฒนาหลักของ ‘เอฟี(AAVE) อีโคซิสเต็ม’ ยื่นข้อเสนอ ‘Aave Will Win’ ขอ ‘งบพัฒนาส่วนเพิ่ม’ 51 ล้านดอลลาร์ (ราว 728.48 ล้านบาท) จากเอฟี ดีเอโอ(Aave DAO) ส่งผลให้ผู้ให้บริการหลักและตัวแทนโหวตสำคัญหลายรายออกมาโต้กลับอย่างรุนแรง โดยมองว่าทิศทางดังกล่าวอาจทำให้ดีเอโอลดความสำคัญของโปรโตคอลรุ่นปัจจุบันอย่าง ‘เอฟี V3’ และบีบให้ผู้ใช้ย้ายไป ‘เอฟี V4’ แบบกลายๆ

จุดโฟกัสของข้อขัดแย้งอยู่ที่แนวทางการพัฒนาระยะยาวของโปรโตคอล เอฟี แลบส์ระบุชัดในข้อเสนอว่า เมื่อ ‘V4’ เติบโตและมีความสมบูรณ์ จะค่อยๆ ‘ปรับพารามิเตอร์ของ V3’ เพื่อจูงใจให้เกิดการย้ายแพลตฟอร์ม แสตนี คูเลชอฟ(Stani Kulechov) ผู้ร่วมก่อตั้งเอฟี แลบส์ เขียนไว้ในเอกสารว่า จะใช้วิธีปรับทีละขั้นเพื่อ “กระตุ้นการมูฟไป V4” ซึ่งถูกตีความในดีเอโอว่าเป็น ‘การบังคับย้าย’ มากกว่าจะเปิดเสรีให้ตลาดตัดสิน

‘คำ’ จุดแตกหัก: BGD แลบส์ชี้ V3 คือ ‘ผลงานที่สุกงอมแล้ว’ พร้อมพิจารณาหยุดงานกับดีเอโอ

ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) หลังบีจีดี แลบส์(BGD Labs) หนึ่งในผู้ให้บริการด้านเทคนิคหลัก ออกแถลงการณ์ผ่านชุมชนว่ากำลัง “พิจารณาระงับงานทั้งหมดกับเอฟี ดีเอโอ” โดยให้เหตุผลว่าทีมแลบส์หันไปโฟกัสที่ ‘V4’ แทบเต็มตัว ทั้งที่ ‘V3’ เป็นโปรโตคอลที่ “เติบโตเต็มที่และประสบความสำเร็จอย่างสูง” อยู่แล้ว

การที่พันธมิตรเชิงเทคนิคระดับแกนกลางส่งสัญญาณถอยห่าง ถูกมองว่าเป็น ‘ธงแดง’ ต่อเสถียรภาพของ ‘คำ’ การกำกับดูแลแบบดีเอโอ ทั้งในแง่การบำรุงรักษาซอร์สโค้ด ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของการอัปเกรดเครือข่าย

มาร์ก เซลเลอร์(Marc Zeller) ผู้ก่อตั้งเอฟี-ชาน อินนิชิเอทีฟ(Aave-Chan Initiative, ACI) ซึ่งเป็นหนึ่งใน ‘เซอร์วิส โพรไวเดอร์’ ฝั่งดีเอโอ ก็ออกมาระบุว่า ความเป็นไปได้ที่ BGD จะถอนตัวถือเป็น “การเปลี่ยนฉากครั้งใหญ่” พร้อมมีรายงานว่าเขาได้ขายโทเคน เอฟี(AAVE) บางส่วนที่ถืออยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนว่า ‘ความขัดแย้งภายในดีเอโอ’ เริ่มส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือโทเคน

เซลเลอร์เปิดรายงาน ‘ตรวจสอบผลงาน’ เอฟี แลบส์ จวกยับ “สุสานโปรดักต์ ความสำเร็จเป็นศูนย์”

สถานการณ์ร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อเซลเลอร์โพสต์รายงานตรวจสอบผลงานฉบับใหญ่ของเอฟี แลบส์ ลงในกระดานสนทนาเอฟี กัฟเวอร์แนนซ์ โดยเจาะทั้ง ‘ความสามารถในการปล่อยโปรดักต์ใหม่’ ความสามารถทำรายได้ และดีลด้านบิสซิเนส ดีเวลลอปเมนต์(BD) ของทีม

ในเอกสารดังกล่าว เซลเลอร์จัดกลุ่มโปรดักต์ที่เอฟี แลบส์สร้างและดูแลเอง เช่น เลนส์ โปรโตคอล(Lens Protocol), GHO v1 และฮอไรซอน(Horizon) เข้าเป็นหมวด ‘The Product Graveyard (สุสานโปรดักต์)’ พร้อมระบุว่ามี “ความสำเร็จแทบเป็น ‘ศูนย์’”

เขาชี้ให้เห็นว่า ฮอไรซอนแม้จะเคยมีมูลค่าสินทรัพย์ล็อก(TVL) สูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,142 ล้านบาท) แต่ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) กลับติดลบถึง ‘–96%’ ขณะที่สเตเบิลคอยน์ประจำระบบอย่าง GHO v1 ก็เผชิญปัญหา ‘ดีเพกกิง’ จากระดับ 1 ดอลลาร์ไปช่วงหนึ่ง และต้อง “อาศัยการเข้ามา ‘ยกเครื่องใหม่’ โดย BGD แลบส์ และทีมโทเคนลอจิก(TokenLogic)” มากกว่าจะนับเป็นผลงานสำเร็จของแลบส์เพียงฝ่ายเดียว

‘คำ’ ความคิดเห็น: รายงานของเซลเลอร์ถูกมองว่าเป็นมากกว่าการเช็กผลงานปกติ แต่เป็นการ ‘ท้าทายความ正当’ ของคำขอเพิ่มงบ 51 ล้านดอลลาร์ โดยตรง เพราะหากผลงานที่ผ่านมาถูกประเมินว่า “สร้างมูลค่าไม่คุ้มต้นทุน” ก็ย่อมทำให้สมาชิกดีเอโอตั้งคำถามกับการทุ่มทรัพยากรครั้งใหม่ให้ V4

ดีลกับเบส(Base) ของคอยน์เบสยังไม่ฟีดแบ็กแรง ‘โมโฟ(Morpho)’ โผล่เป็นคู่แข่งเด่น

ในพาร์ต BD รายงานชี้ว่า เอฟี แลบส์มีการเจรจาและวางแผนร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ชื่อดังหลายราย เช่น เลเยอร์2 ‘เบส(Base)’ ของคอยน์เบส, โปรเจกต์ทางการเงิน เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนเชียล(World Liberty Financial), อะพอลโล(Apollo) และเมนเทิล(MNT) ซึ่งถือเป็นชื่อใหญ่ทั้งฝั่งดีไฟและไฟแนนซ์ดั้งเดิม

แต่ในเชิงผลลัพธ์เชิงพาณิชย์และ ‘คำ’ การแข่งขันในตลาด กลับถูกมองว่ายัง “ไปไม่ถึงศักยภาพ” เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างโมโฟ(Morpho) ที่เริ่มมีบทบาทชัดเจนขึ้นในฐานะโปรโตคอลกู้ยืมทางเลือก

โมโฟถูกระบุว่าได้รับเลือกให้เป็น ‘แบ็กเอนด์’ สำหรับผลิตภัณฑ์กู้ยืมแบบไร้ตัวกลางของคอยน์เบส ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ โมโฟยังประกาศเป็นพาร์ตเนอร์กับยักษ์ใหญ่จัดการสินทรัพย์ระดับโลก อะพอลโล โกลบอล แมเนจเมนต์(Apollo Global Management) ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่ากว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,142.72 ล้านล้านบาท) ยิ่งทำให้โมโฟถูกจับตาในฐานะแพลตฟอร์มที่กำลัง “ช่วงชิงสปอตไลต์” จากเอฟีในสายตาสถาบัน

TVL ยังเบอร์ 1 ดีไฟ แต่โทเคนเอฟี(AAVE) ราคาร่วงใกล้ ‘จุดต่ำหลายปี’

แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเอฟี ดีเอโอและเอฟี แลบส์จะเริ่มสั่นคลอน แต่ในแง่ตัวเลข ‘บนเชน’ โปรโตคอลเอฟียังคงครองตำแหน่ง ‘ดีไฟ TVL อันดับ 1’ อย่างเหนียวแน่น โดยมีมูลค่ารวมที่ล็อกอยู่บนทุกเชนราว 27.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 39,285.5 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 28% ของตลาดดีไฟทั้งหมด ขณะที่โมโฟมี TVL ราว 5.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 8,285 ล้านบาท) อยู่ในอันดับ 2 หมวดโปรโตคอลกู้ยืม และอันดับ 6 ของดีไฟรวม

อย่างไรก็ดี ‘คำ’ ช่องว่างระหว่าง ‘ประสิทธิภาพโปรโตคอล’ กับ ‘ราคาทางตลาดของโทเคน’ กลับยิ่งเห็นชัด ปัจจุบันโทเคนเอฟี(AAVE) ซื้อขายอยู่แถว 122 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,270 บาท) ใกล้ระดับ ‘จุดต่ำหลายปี (multi-year low)’ ทั้งที่โปรโตคอลยังมีสถานะผู้นำด้าน TVL มูลค่ารวมแบบการเฟ้อเต็มที่ (FDV) อยู่เพียงราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57,139 ล้านบาท)

ในอดีต เอฟีเคยทำราคาขึ้นไปถึง 380 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2024 และเคยแตะ 660 ดอลลาร์ในปี 2021 ทำให้ความแตกต่างระหว่าง ‘ผลงานบนเครือข่าย’ กับ ‘การประเมินมูลค่าโทเคน’ ยิ่งถูกหยิบมาเป็นประเด็นในช่วงที่ ‘คำ’ ความขัดแย้งภายในกำลังปะทุ

สื่อคริปโตต่างประเทศ เดอะ ดีไฟแอนต์(The Defiant) เปิดเผยว่าได้ติดต่อขอคำชี้แจงจากเอฟี แลบส์ต่อกรณีดีเอโอคัดค้านคำขอเพิ่มงบ และข้อกล่าวหาเรื่องการละเลย V3 แต่จนถึงเวลาจัดทำรายงานยังไม่ได้รับคำตอบ

ในภาวะที่ความไว้ใจระหว่าง ‘หน่วยงานพัฒนา’ และ ‘ชุมชนผู้กำกับดูแลแบบดีเอโอ’ เริ่มสั่นคลอน การจะเดินหน้าจ่ายงบพัฒนาเพิ่ม 51 ล้านดอลลาร์ และแผนโรดแมป ‘ย้ายศูนย์ถ่วงไปยัง V4’ จำเป็นต้องได้รับการจัดโครงสร้างใหม่อย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ ไม่เช่นนั้น ‘คำ’ การเปลี่ยนผ่านเวอร์ชันครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคตของระบบนิเวศเอฟีทั้งหมด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1