Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โมเดล AI จีน ‘คิมิ(KIMI)’ ชี้เป้า ริปเปิล(XRP)-เปเป้(PEPE)-เอ이다(ADA) อาจพุ่งขั้นต่ำ 5 เท่าก่อนสิ้นปี 2026

โมเดลปัญญาประดิษฐ์ ‘คิมิ(KIMI)’ จากจีน ออกรายงานคาดการณ์ราคา ‘ริปเปิล(XRP)’, ‘เปเป้(PEPE)’ และ ‘เอ이다(ADA)’ ภายใน ‘สิ้นปี 2026’ โดยสมมติฐานหลักคือทั้งสามเหรียญมีโอกาสพุ่งขึ้นอย่างน้อย 5 เท่าจากระดับปัจจุบัน ทำให้ทั้งนักลงทุนคริปโตและเทรดเดอร์เริ่มจับตาดูว่าฉากทัศน์นี้จะสอดคล้องกับสภาวะตลาดจริงได้มากน้อยแค่ไหน

แม้คิมิอ้างว่าการคาดการณ์นี้ใช้ข้อมูล ‘ออนเชน’ และข้อมูลเชิงปริมาณจากตลาดจำนวนมาก แต่ในตลาดคริปโตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การคาดราคาโดย ‘AI’ ยังถูกมองว่าเป็นเพียง ‘ข้อมูลอ้างอิง’ มากกว่าจะเป็นแผนการลงทุนโดยตรง อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ระบุปัจจัยหนุนราคาแบบเป็นรูปธรรม เช่น ‘กองทุน ETF’, ‘ทิศทางกฎระเบียบ’, และ ‘การเติบโตของระบบนิเวศ’ ซึ่งนักลงทุนบางส่วนมองว่าสามารถนำไปใช้เป็น ‘เช็กลิสต์’ เพื่อติดตามสถานการณ์ได้จริง

‘ความคิดเห็น’ แม้ตัวเลขราคาอาจดูหวือหวา แต่การแยกดูว่าคิมิใช้ปัจจัยอะไรเป็นฐานในการมองอนาคต อาจเป็นประโยชน์กับนักลงทุนมากกว่าการจดจำแค่ตัวเลขเป้าหมาย

‘ริปเปิล(XRP)’: ดันบทบาท ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินโลก’ เป้า 8 ดอลลาร์ปี 2026

ฝั่งริปเปิล ล่าสุดโครงการย้ำชัดว่า ‘เอ็กซ์อาร์พี(XRP)’ จะเป็นแกนหลักในการขยาย ‘เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์(XRP Ledger)’ ให้กลายเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับองค์กร’ จุดขายคือความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่แทบเป็นศูนย์ ซึ่งถูกหยิบมาอ้างอิงอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นข้อได้เปรียบในตลาดที่กำลังโตเร็วอย่าง ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘โทเค็นทรัพย์สินในโลกจริง (RWA)’

คิมิประเมินในโมเดลระยะยาวว่า ‘XRP’ อาจขยับขึ้นไปถึง ‘8 ดอลลาร์’ ได้ภายในสิ้นปี 2026 โดยอิงจากราคาอ้างอิงแถว ‘1.40 ดอลลาร์’ หมายความว่าถ้าแตะเป้าจริง ราคาจะเพิ่มขึ้นเกือบ ‘6 เท่า’ คิดเป็นเงินสกุลบาทจากปัจจุบันราว ‘2,021 บาท’ (1.40 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท) ไปถึงประมาณ ‘11,548 บาท’ (8 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท) ต่อ 1 XRP

ด้านเทคนิค ‘ดัชนี RSI’ ของ XRP อยู่แถวระดับ 39 และเริ่มมีทิศทางดีดตัวขึ้น ขณะที่ราคายังต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 30 วัน ทำให้เทรดเดอร์บางกลุ่มมองโซนนี้เป็นช่วง ‘ทยอยสะสม’ อย่างไรก็ตาม ทิศทางกลับตัวของแนวโน้มยังขึ้นกับปริมาณการซื้อขายและบรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลัก จึงยากจะใช้เพียงตัวชี้วัดเทคนิคในการสรุปภาพใหญ่

สำหรับปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ตลาดมองไปที่ ‘กองทุน ETF ที่อ้างอิง XRP ในสหรัฐ’ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติอาจดึงดูดเม็ดเงินสถาบันเข้ามาเพิ่ม รวมถึงการขยายความร่วมมือของริปเปิลกับพันธมิตรสถาบันการเงินทั่วโลก และความคาดหวังว่ากฎเกณฑ์ในสหรัฐจะมีความชัดเจนขึ้น ผ่านความคืบหน้าของกฎหมายอย่าง ‘CLARITY’ เป็นต้น

‘ความคิดเห็น’ ฉากทัศน์ XRP ที่ระดับ ‘8 ดอลลาร์’ ดูจะผูกกับเงื่อนไขหลักสามข้อคือ ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบลดลง + เงินทุนสถาบันไหลเข้า + การใช้งานด้านชำระเงินและ RWA ขยายตัว’ หากหนึ่งในสามข้อนี้สะดุด เป้าราคาอาจต้องถูก ‘ทบทวน’ ลงมา

‘เปเป้(PEPE)’: สมมติฐานเด้ง 2,300% สะท้อนทั้งโอกาสและความผันผวนของ ‘มีมคอยน์’

‘เปเป้(PEPE)’ เปิดตัวเมื่อเมษายน 2023 และขึ้นมาเป็นหนึ่งใน ‘มีมคอยน์’ ขนาดใหญ่ (นอกเหนือจากกลุ่มตามกระแส ‘โดจ์คอยน์(DOGE)’) มูลค่าตลาดล่าสุดอยู่ใกล้เคียง ‘1.7 พันล้านดอลลาร์’ จุดเด่นคือการอ้างอิงจากตัวละครในการ์ตูน ‘บอยส์ คลับ(Boy’s Club)’ ของ แมตต์ ฟิวรี(Matt Furie) และพลังการกระจายทางวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์

ในสมมติฐานเชิงรุกที่สุด ‘คิมิ’ มองว่า ‘เปเป้’ มีโอกาสพุ่งขึ้นอีกราว ‘2,300%’ ภายในปีนี้ ไปแตะโซน ‘0.000098 ดอลลาร์’ จากระดับปัจจุบันราว ‘0.0000041 ดอลลาร์’ โดยระบุว่า ณ ตอนนี้ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) เมื่อตุลาคม 2024 ที่ประมาณ ‘0.00002803 ดอลลาร์’ ราว 85% หากคำนวณเป็นเงินบาท เปเป้ตอนนี้มีมูลค่าประมาณ ‘0.0059 บาท’ (0.0000041 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท) และเป้าหมายจะอยู่แถว ‘0.1414 บาท’ (0.000098 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท)

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของ ‘มีมคอยน์’ นั้นฝังอยู่ในโครงสร้างของมันเอง ทั้งเรื่อง ‘ความผันผวนสูง’ และ ‘การพึ่งพาเนื้อเรื่อง (Narrative)’ อย่างมาก ต่อให้เปเป้มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและเป็นที่จดจำในวงกว้าง แต่เงินทุนในตลาดมีมคอยน์โยกย้ายเร็วมาก และธีม ‘หน้าใหม่’ สามารถแย่งความสนใจไปได้แทบจะในชั่วข้ามคืน

รายงานยังระบุด้วยว่า ทวีตหรือโพสต์ที่ตีความได้หลายแบบของ ‘อีลอน มัสก์(Elon Musk)’ บนแพลตฟอร์ม X อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นจิตวิทยาการเก็งกำไรในมีมคอยน์ รวมถึง ‘เปเป้’ ได้ แต่ปัจจัยลักษณะนี้มักส่งผลในเชิง ‘ระยะสั้น’ มากกว่าที่จะเป็นปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว

‘ความคิดเห็น’ ในกรณีของเปเป้ สิ่งที่อาจสำคัญกว่าตัวเลขจากคิมิคือการติดตาม ‘สภาพคล่องในตลาดมีมคอยน์’ โดยรวม และระดับ ‘ความกล้าเสี่ยง (Risk-on)’ ของนักลงทุนในเซกเตอร์นี้ ถ้ากระแสเงินเริ่มกลับเข้ามา ความเคลื่อนไหวก็สามารถรุนแรงได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

‘เอ이다(ADA)’: เป้า 3.80 ดอลลาร์ปี 2026 ชูจุดเด่นสาย ‘รีเสิร์ช’ แต่ยอมรับแรงกดดันฝั่งขาลง

‘เอ이다(ADA)’ ที่พัฒนาโดยทีมของ ‘ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน(Charles Hoskinson)’ เป็นหนึ่งในโปรเจกต์เลเยอร์1 ที่เน้นแนวทาง ‘วิจัยเชิงวิชาการ (Peer-reviewed)’, ความปลอดภัย, การรองรับปริมาณธุรกรรม และความยั่งยืนในระยะยาว จากข้อมูลที่อ้างในบทวิเคราะห์ มูลค่าตลาดของ ADA อยู่ราว ‘10,000 ล้านดอลลาร์’ ส่วนมูลค่าเงินที่ถูกล็อกในดีไฟ (TVL) อยู่แถว ‘128 ล้านดอลลาร์’ ซึ่งสะท้อนว่าระบบนิเวศยังคงมีการใช้งานและขยายตัวต่อเนื่อง แม้ในช่วงตลาดหมี

คิมิประเมินว่า ‘ADA’ สามารถขยับจากระดับราว ‘0.27 ดอลลาร์’ ไปถึง ‘3.80 ดอลลาร์’ ภายในสิ้นปี 2026 เท่ากับมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่า ‘1,300%’ เล็กน้อย และยังหมายถึงการขึ้นไป ‘เหนือกว่า’ จุดสูงสุดเมื่อปี 2021 ที่เคยทำไว้แถว ‘3.09 ดอลลาร์’ ถ้าคิดเป็นเงินบาท ราคาปัจจุบันของ ADA อยู่ประมาณ ‘390 บาท’ (0.27 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท) ในขณะที่ราคาเป้าจะอยู่ที่ราว ‘5,485 บาท’ (3.80 ดอลลาร์ × 1,443.50 บาท)

แต่ฝั่งความเสี่ยงก็ถูกเน้นย้ำอย่างชัดเจน ADA กำลังซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดนับจากตุลาคม 2024 และในปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนเช่นนี้ หากตลาดหมีลากยาว โอกาสที่ราคาจะไหลลงมาทดสอบโซน ‘0.15 ดอลลาร์’ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องตัดทิ้งจากฉากทัศน์ หนึ่งในปัญหาที่เคยเห็นซ้ำๆ คือเมื่อเงินทุนไหลกลับไปหาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เป็นหลัก สภาพคล่องในฝั่งอัลท์คอยน์ก็มักจะหายไปอย่างรวดเร็ว

‘ความคิดเห็น’ สำหรับ ADA ปัจจัยชี้ขาดอาจอยู่ที่ ‘การสร้างดีมานด์ใช้งานจริง’ เช่น ดีไฟ, โทเค็นดิจิทัล, แอปพลิเคชันบนเชน มากกว่าการพึ่งพาเพียงภาพลักษณ์โปรเจกต์เชิงวิชาการ ถ้าระบบนิเวศไม่สามารถดึงผู้ใช้และนักพัฒนาใหม่ๆ เข้ามาได้ เป้าระดับ ‘3 ดอลลาร์ปลายๆ’ จะยิ่งไปผูกกับภาวะตลาดกระทิงรอบใหญ่เท่านั้น

ตัวเลขของ ‘คิมิ’ เชื่อได้แค่ไหน

สิ่งที่ทำให้การคาดการณ์ของ ‘คิมิ’ ถูกพูดถึง ไม่ได้มาจาก ‘การมองโลกในแง่ดีเกินจริง’ เพียงอย่างเดียว แต่เพราะโมเดลพยายามผูก ‘ราคาเป้าหมาย’ เข้ากับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่จับต้องได้ เช่น ‘กองทุน ETF’, ‘กรอบกฎหมาย’, ‘โทเค็นทรัพย์สินจริง (RWA)’, ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘มูลค่า TVL ในระบบนิเวศ’ อย่างไรก็ตาม การคาดราคาด้วย AI ยังคงขึ้นกับ ‘ชุดข้อมูลที่ป้อนเข้าไป’ และ ‘สมมติฐานเบื้องต้น’ อย่างมาก ถ้าสมมติฐานเปลี่ยน ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้ทันที โดยเฉพาะในสินทรัพย์ประเภทมีมคอยน์ที่เนื้อเรื่องและกระแสโซเชียลมักเป็นตัวกำหนดราคา

ในภาพรวม ปัจจัยร่วมที่สำคัญต่อทั้ง ‘ริปเปิล(XRP)’, ‘เปเป้(PEPE)’ และ ‘เอ이다(ADA)’ สามารถสรุปได้เป็น 3 แกนหลัก ได้แก่

1) ‘การกลับมาของความต้องการเสี่ยงในตลาด (Risk-on sentiment)’

2) ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่ลดลง’

3) ‘การขยายตัวของการใช้งานจริง’ ทั้งด้านการชำระเงิน, การโทเค็นทรัพย์สิน, และดีไฟ

‘ความคิดเห็น’ เป้าราคาในปี 2026 ที่คิมิระบุ ควรถูกมองเป็นเพียง ‘หนึ่งในหลายฉากทัศน์ที่เป็นไปได้’ มากกว่าจะเป็นเส้นทางที่ตลาดจะเดินตามแบบตายตัว สำหรับนักลงทุน จุดสำคัญอาจไม่ใช่การเชื่อหรือไม่เชื่อในตัวเลข แต่คือการติดตามว่า ‘เงื่อนไข’ ที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น—เช่น การอนุมัติ ETF, ความชัดเจนด้านกฎหมาย, หรือการเติบโตของระบบนิเวศ—กำลังเดินหน้าเข้าใกล้ความจริงหรือถอยห่างออกไปมากน้อยเพียงใด แล้วค่อยนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ของตัวเองอย่างมีสติและบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับพอร์ตของแต่ละคน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1