Satlantis เปิดตัวแพลตฟอร์มอีเวนต์และระบบจำหน่ายตั๋วที่ใช้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นฐาน โดยฝัง ‘กระเป๋าเงินล闪ิงนิ่ง(라이트닝 지갑)’ ไว้ในบัญชีผู้ใช้และหน้ากิจกรรมโดยตรง ทำให้ผู้จัดงานไม่ต้องพึ่งพาแต่ผู้ประมวลผลการชำระเงินแบบดั้งเดิม สามารถออกตั๋วและรับชำระด้วยบิตคอยน์ได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มเดียว
ตามประกาศที่แชร์กับ Cointelegraph แพลตฟอร์ม Satlantis ให้ฟังก์ชันการทำงานคล้ายผู้ให้บริการอย่าง 루마(Luma) และ อีเวนต์ไบรท์(Eventbrite) ทั้งระบบจัดระดับตั๋ว การจัดการผู้เข้าร่วม และการสร้างหน้าอีเวนต์ แต่สิ่งที่เป็น ‘จุดขาย’ คือทุกกิจกรรมจะถูกสร้าง ‘กระเป๋าเงินบิตคอยน์เฉพาะ’ ให้โดยอัตโนมัติ ผู้เข้าร่วมสามารถชำระค่าตั๋วเข้ากระเป๋านั้นโดยตรง ขณะที่ผู้จัดงานสามารถดึงเงินออกจากกระเป๋าได้ทันทีผ่านแดชบอร์ด
แพลตฟอร์มไม่ได้ตัด ‘เงินตราฟ法定(법정화폐)’ ออกจากระบบโดยสิ้นเชิง Satlantis ผสานการทำงานร่วมกับ สไตรป์(Stripe) เพื่อรองรับบัตรและช่องทางชำระเงินเดิม พร้อมระบุว่ามีแผนเพิ่มการรองรับ ‘สเตเบิลคอยน์’ ในอนาคต เมื่อฟีเจอร์ดังกล่าวเปิดใช้ ผู้จัดงานจะเลือกได้จากแดชบอร์ดเดียว ว่าจะรับเฉพาะบิตคอยน์ รับเฉพาะเงินตราดั้งเดิม หรือใช้ ‘ทั้งสองแบบควบคู่กัน’ เพื่อกระจายช่องทางรายได้
ในหน้าระดมทุนของ Satlantis นักลงทุนที่ปรากฏชื่ออยู่แล้วได้แก่ กองทุน Bitcoin Opportunity Fund และบริษัทลงทุนที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานบิตคอยน์อย่าง ไทม์เชน แคปิตอล(Timechain Capital) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อโมเดล ‘แพลตฟอร์มอีเวนต์บนบิตคอยน์(BTC)’ ที่ผสานการจ่ายเงินเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตโดยตรง
‘ความคิดเห็น’ แพลตฟอร์มลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้จัดงานขนาดเล็กหรือในประเทศที่ระบบชำระเงินสากลเข้าถึงยาก สามารถรับรายได้เป็นบิตคอยน์ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางจำนวนมากเหมือนระบบเดิม
‘라이트닝 네트워크’ กับเกมลดค่าธรรมเนียม
ฝั่ง Satlantis วางแนวทางชัดเจนว่าจะใช้ ‘บิตคอยน์ ล闪ิงนิ่ง 네트워크’ เป็นหัวใจหลักของระบบ เพื่อกดค่าธรรมเนียมการขายตั๋วลง และเปิดทางให้ผู้ใช้งานในพื้นที่ที่การเข้าถึงโครงข่ายชำระเงินดั้งเดิมจำกัด สามารถจ่ายค่าตั๋วอีเวนต์ข้ามพรมแดนได้สะดวกขึ้น 라이트닝 네트워크 เป็นโปรโตคอลเลเยอร์2 ที่ทำงานบนเครือข่ายหลักของบิตคอยน์ โดยย้ายธุรกรรมนอกเชน (off-chain) แล้วสรุปยอดกลับบนเมนเชน ช่วยเพิ่มความเร็วและลดต้นทุนต่อธุรกรรม
ข้อมูลที่ แซม วู터스(Sam Wouters) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ ริเวอร์(River) หยิบยกมาเมื่อไม่นานนี้ ระบุว่า 라이트닝 네트워크 มีปริมาณธุรกรรมในเดือนพฤศจิกายนปีก่อนราว 5.2 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.58 หมื่นล้านบาท) เมื่อเทียบกับลักษณะการซื้อขายตั๋วซึ่งมักเป็น ‘ธุรกรรมจำนวนไม่สูง แต่เกิดบ่อย’ นักวิเคราะห์จึงมองว่า 라이트닝 네트워크 สามารถเสริมตรรกะการใช้งานคริปโตในโลกจริง ทั้งในมุมค่าธรรมเนียมและความเร็วในการชำระ–โอนเงิน
‘ความคิดเห็น’ หาก Satlantis สามารถดึงศักยภาพของ 라이트닝 네트워크 มาใช้ได้เต็มที่ ต้นทุนต่อการขายตั๋วหนึ่งใบอาจต่ำกว่าระบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอีเวนต์ระดับเล็ก–กลางที่อ่อนไหวต่อค่าธรรมเนียมสูง
คริปโตบุก ‘ตลาดตั๋ว’ และโลกอีเวนต์
ความพยายามผูก ‘คริปโต’ เข้ากับระบบจำหน่ายตั๋วและไลฟ์อีเวนต์ไม่ได้เพิ่งเริ่มในยุคเว็บ3 ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา สโมสรกีฬาและบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ทั่วโลกทดลองรับชำระ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ มาอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างชัดเจนคือ ทีมบาสเกตบอล เอ็นบีเอ(NBA) อย่าง แซคราเมนโต คิงส์(Sacramento Kings) ที่เริ่มรับบิตคอยน์สำหรับค่าตั๋วและสินค้าที่ระลึกตั้งแต่ปี 2014 ทำให้พวกเขามักถูกอ้างถึงว่าเป็นหนึ่งในสโมสรกีฬาอาชีพรายแรกๆ ที่เปิดรับคริปโตอย่างเป็นทางการ ขณะที่ ดัลลาส แมฟเวอริกส์(Dallas Mavericks) ก็เปิดให้แฟนๆ ซื้อบัตรเข้าชมเกมด้วยบิตคอยน์ตั้งแต่ปี 2019 หลัง มาร์ก คิวบัน(Mark Cuban) เจ้าของทีม ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนคริปโตเป็นช่องทางการชำระเงิน
การนำคริปโตมาใช้ไม่ได้จำกัดแค่ ‘การจ่ายเงินหน้าประตู’ แต่ยังลุกลามไปถึงขั้นตอน ‘การชำระล่วงหน้าและการระดมทุน’ โมเดลของ TIX ซึ่งเป็นโครงข่ายการชำระเงินบนเชนเบื้องหลัง KYD 랩스(KYD Labs) เสนอแนวคิดแปลงตั๋วให้เป็น ‘โทเคนสินทรัพย์จริง (RWA)’ เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการหาทุนก่อนจัดงาน พร้อมทั้งเชื่อมต่อระบบการชำระคืนแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้จัดงานบริหารกระแสเงินสดได้ยืดหยุ่นขึ้น
ในฝั่งองค์กรกีฬาระดับโลก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า(FIFA) ก็กำลังทดลองผูก ‘ผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชน’ เข้ากับระบบตั๋วแข่งขัน ฟีฟ่าทำโปรเจกต์โทเคนไม่สามารถทดแทน(NFT) มาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และก่อนฟุตบอลโลก 2026 ก็ออก NFT ที่ให้สิทธิ์ผู้ถือในการซื้อบัตรชมการแข่งขันในราคาเต็ม (face value) หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด แม้โทเคนนี้จะไม่ใช่ ‘ตั๋ว’ โดยตรง แต่ถูกออกแบบให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้บนมาร์เก็ตเพลซ NFT ของฟีฟ่าเอง
‘ความคิดเห็น’ โมเดล RWA สำหรับตั๋ว และ NFT สิทธิ์ซื้อบัตรของฟีฟ่า แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนไม่ได้ถูกใช้แค่ในชั้นการชำระเงิน แต่ยังถูกนำมาออกแบบโครงสร้างการระดมทุนและสิทธิประโยชน์ของแฟนๆ ในมิติใหม่ๆ
เดิมพันของ Satlantis: UX, ค่าธรรมเนียม และกฎระเบียบ
ตลาดตั๋วและอีเวนต์มีธุรกรรมจำนวนมากและมีความต้องการข้ามพรมแดนสูง จึงเป็นสนามทดลองสำคัญของ ‘คริปโตเพย์เมนต์’ โดยเฉพาะโมเดลที่ใช้ ‘บิตคอยน์(BTC) + 라이트닝 지갑’ แบบที่ Satlantis เลือกใช้ คำถามสำคัญคือแพลตฟอร์มจะทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ ‘ลื่นไหล’ ได้แค่ไหน ทั้งในมุมผู้ซื้อและผู้จัดงาน
ในมุมวงการ ผู้เล่นอย่าง Satlantis จะถูกจับตาในสามประเด็นหลัก
- ‘ค่าธรรมเนียม’: จะสามารถกดต้นทุนให้ต่ำกว่าผู้เล่นเดิมได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อคิดรวมค่าถอน ค่ารูดบัตร (ผ่าน Stripe) และค่าแปลงสกุลเงิน
- ‘กฎระเบียบ’: การรับชำระด้วยบิตคอยน์และสเตเบิลคอยน์ในหลายประเทศอาจถูกจัดอยู่คนละหมวดกับการรับเงินสดหรือบัตรเครดิต ทำให้ต้องปฏิบัติตามกฎ KYC/AML และข้อกำกับเฉพาะทาง
- ‘การจัดการหลังบ้าน’: ระบบการคืนเงิน การยกเลิกงาน การชำระรายได้ให้พาร์ตเนอร์ และการออกเอกสารทางภาษี จะถูกผูกเข้ากับการชำระแบบคริปโตได้ราบรื่นเพียงใด
หาก Satlantis สามารถตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้พร้อมกัน แพลตฟอร์มอีเวนต์ที่วางอยู่บน ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ 라이트닝 네트워크 อาจกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของการนำคริปโตมาใช้จริงในตลาดแมสอย่าง ‘ธุรกิจตั๋วและอีเวนต์’ ซึ่งมีการแข่งขันด้านประสบการณ์และค่าธรรมเนียมสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ความคิดเห็น 0