นักวิเคราะห์ชี้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ มีโอกาส 88% ที่ราคาจะสูงกว่าปัจจุบันในช่วงต้นปี 2027 จากสถิติผลตอบแทนย้อนหลัง แม้ราคาจะซบเซาต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 แต่มุมมอง ‘ขาขึ้นระยะกลาง–ยาว’ ยังถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทั้งข้อมูลในอดีตและรายงานจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่เป็นฐานสนับสนุน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานที่ ‘ทิโมธี ปีเตอร์สัน(Timothy Peterson)’ นักเศรษฐศาสตร์สายเน็ตเวิร์ก เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม X เขาระบุว่า ในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมา ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของผลตอบแทนรายเดือนของบิตคอยน์ปิดบวก (ให้ผลตอบแทนเป็นบวก) จากสถิตินี้ เขาคำนวณว่า “ภายในอีก 10 เดือนข้างหน้า บิตคอยน์จะมีโอกาส 88% ที่จะไปอยู่ในระดับราคาที่สูงกว่าปัจจุบัน” หากบิตคอยน์ทำผลตอบแทนได้เพียงระดับ “ค่าเฉลี่ย” จากอดีตในช่วงเวลา 10 เดือนข้างหน้า ราคาอาจพุ่งขึ้นราว 82% ไปแตะบริเวณ 1.22 แสนดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 17.679 ล้านบาท) โดยการคำนวณนี้อ้างอิงชุดข้อมูลราคาย้อนหลังที่ยาวไปถึงปี 2011
ปีเตอร์สันเน้นว่า ตัวชี้วัดที่เขาใช้ไม่ใช่ ‘เครื่องมือให้เป้าหมายราคา’ แบบตรง ๆ แต่เหมาะสำหรับจับ ‘จุดเปลี่ยนของแนวโน้ม’ มากกว่า “ตัวชี้วัดนี้วัดแค่ ‘ความถี่’ ของการขึ้น–ลง ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับ ‘ขนาด’ ของการปรับตัว” เขาอธิบาย นั่นหมายความว่า แม้บิตคอยน์จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบหรือติดในช่วงไซด์เวย์หลายเดือน ค่าอินดิเคเตอร์นี้ก็ยังสามารถปรับลดลงได้ เพราะนับตามจำนวนเดือนที่ปิดบวก–ปิดลบ ไม่ใช่ความแรงของการแกว่งตัว
แม้เจ้าตัวจะเรียกเครื่องมือนี้ว่าเป็นเพียงอินดิเคเตอร์แบบ ‘ไม่เป็นทางการ’ แต่ก็ยังมองว่าใช้เป็นสัญญาณจับช่วงเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ดีพอสมควร ข้อมูลในกราฟที่เขานำเสนอแสดงให้เห็นว่า ในแต่ละจุดหัว–หัวไหล่ของรอบขาขึ้นและขาลงก่อนหน้า ‘ความถี่ของเดือนที่ปิดบวก’ มักชะลอตัวลงก่อนเกิดการเปลี่ยนแนวโน้ม จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประเมินทิศทาง ‘จุดเปลี่ยน’ ของตลาดบิตคอยน์(BTC) ได้
พร้อมกันนั้น ผลสำรวจที่ปีเตอร์สันจัดทำเมื่อวันอาทิตย์เผยให้เห็นว่า ‘บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโต’ ยังเย็นชัดเจน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้มุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มตลาดในระยะข้างหน้า สะท้อนความจริงที่ว่าราคาบิตคอยน์ยังคงอ่อนแรงในช่วงสั้น ‘ความคิดเห็น’ ปัจจุบันเรากำลังเห็นภาพที่นักวิเคราะห์เริ่มพูดถึง ‘โอกาสขาขึ้น’ มากขึ้น แต่ความรู้สึกของนักลงทุนรายย่อยและรายกลางกลับยังใกล้เคียงภาวะ ‘ตลาดหมี’ อยู่พอสมควร
ด้านสถาบันการเงินรายใหญ่และบริษัทวิจัยก็ทยอยออกมาหนุนมุมมองว่า ‘วัฏจักรขาขึ้น’ ของบิตคอยน์อาจกลับมาอย่างชัดเจนในช่วงปี 2026 ตามรายงานของ ‘โคอินเทเลกราฟ(Cointelegraph)’ บริษัทวิจัยระดับโลก ‘เบิร์นสไตน์(Bernstein)’ ออกรายงานล่าสุดให้ราคาเป้าหมายบิตคอยน์ที่ 1.5 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 21.727 ล้านบาท) พร้อมทั้งระบุว่าการปรับฐานรอบนี้เป็น ‘ตลาดหมีที่อ่อนที่สุดในประวัติศาสตร์’ เมื่อเทียบกับรอบก่อน ๆ ทั้งในแง่ของแรงย่อตัวและระยะเวลา โดยให้เหตุผลว่าความต้องการเชิงโครงสร้างในตลาดรอบนี้แข็งแรงกว่าในอดีต
ฝั่งธนาคารยักษ์ใหญ่อเมริกา ‘เวลส์ฟาร์โก(Wells Fargo)’ ก็ประเมินว่า เม็ดเงินที่กำลังไหลเข้าสู่ตลาดบิตคอยน์และตลาดหุ้นรวมกันอาจแตะ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 217.3275 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นเดือนมีนาคม ‘ควอน โอซอง’ นักวิเคราะห์ของเวลส์ฟาร์โก ระบุในบันทึกวิจัยว่า “เมื่อความสามารถในการออมเพิ่มสูงขึ้น การเทรดเชิงเก็งกำไรย่อมกลับมา” พร้อมเสริมว่า “เราคาดว่า ‘โยโล (YOLO – You Only Live Once)’ จะกลับคืนสู่ตลาด” หมายถึงสภาพที่นักลงทุนเริ่มยอมรับความเสี่ยงสูงมากขึ้นและพร้อมจะกระโจนกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC)
ภาพรวมจึงกลายเป็นสถานการณ์ที่ ‘ความรู้สึกขาลง’ ของนักลงทุนรายย่อยและความระมัดระวังสูง ยืนอยู่คนละฝั่งกับ ‘ฉากทัศน์ขาขึ้น’ ที่อิงข้อมูลสถิติย้อนหลังและรายงานจากสถาบัน ต่างฝ่ายต่างดำรงอยู่ในตลาดเดียวกัน ขณะที่ตัวเลขจากการวิเคราะห์ของปีเตอร์สันอย่างโอกาส 88% ที่ราคาในอนาคตจะสูงกว่าปัจจุบัน และกรอบคาดการณ์ 1.2–1.5 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 17.679–21.727 ล้านบาท) ในช่วงปี 2026–2027 ก็ยังเป็นเพียงการประเมินโดยอ้างอิง ‘รูปแบบในอดีต’ และ ‘ข้อมูล ณ ปัจจุบัน’
ท้ายที่สุด เส้นทางราคาบิตคอยน์(BTC) ในระยะกลางถึงยาวจะถูกกำหนดโดยปัจจัยผสมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมมหภาค ทิศทางดอกเบี้ยและสภาพคล่อง การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ การไหลเข้า–ออกของเงินในกองทุน ETF แบบสปอต และข้อมูลกิจกรรมบนเชน(ออนเชน) ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การทายให้ถูกว่าตัวเลขจะไปจบที่ 1.2 แสนหรือ 1.5 แสนดอลลาร์ แต่คือการมองภาพรวมของวัฏจักรให้ขาด และประเมิน ‘ความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้’ ให้ชัด ก่อนตัดสินใจก้าวตามหรือสวนกระแสกับกระแสคาดการณ์ ‘ขาขึ้น’ ของบิตคอยน์ในรอบใหม่นี้
ความคิดเห็น 0