อีเธอเรียม(ETH) vs ริปเปิล(XRP) vs เอ이다(ADA) vs เชนลิงก์(LINK) ‘เหรียญไหน’ อยู่ในโซน ‘ถูกกดราคา’ มากที่สุด กำลังกลายเป็นคำถามสำคัญของนักลงทุน หลังราคากลุ่มอัลต์คอยน์ยังร่วงแรงจากจุดสูงสุดรอบก่อนอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ‘ออนเชน’ จากบริษัทวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง แซนทิเมนต์(Santiment) ณ วันที่ 30 ชี้ให้เห็นผ่านดัชนี MVRV ว่าเหรียญไหนอาจอยู่ในช่วง ‘ถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง’ มากที่สุดในระยะสั้น
แซนทิเมนต์นำ ‘บิตคอยน์(BTC)’ มาเปรียบเทียบกับอัลต์คอยน์ขนาดใหญ่อย่าง อีเธอเรียม, ริปเปิล, เอ이다 และ เชนลิงก์ ด้วยตัวชี้วัด ‘MVRV ช่วง 30 วัน’ ซึ่งคำนวณจากมูลค่าตลาดเทียบกับมูลค่าที่นักลงทุนซื้อจริง (Realized Value) เพื่อดูว่า ‘กำไรขาดทุนเฉลี่ย’ ของผู้ถือเหรียญในช่วงเดือนล่าสุดเป็นอย่างไร หากตัวเลข MVRV ต่ำมาก แปลว่าส่วนใหญ่กำลังขาดทุนในกรอบเวลา 30 วัน มีโอกาสสูงที่เหรียญจะอยู่ในโซน ‘ไม่ได้ร้อนแรง’ หรือ ‘อาจถูกกดราคามากเกินไป’ ในเชิงสถิติ
‘อีเธอเรียม’ ถูกกดราคาหนักสุด MVRV 30 วัน -14.3%
จากข้อมูลของแซนทิเมนต์ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ มีค่า MVRV ช่วง 30 วันอยู่ที่ -14.3% ซึ่งถือว่าเป็นระดับ ‘ติดลบลึกที่สุด’ ในบรรดาอัลต์คอยน์ขนาดใหญ่ เทียบได้ว่า นักลงทุนระยะสั้นส่วนใหญ่กำลังขาดทุนเฉลี่ยราว 14% ในกรอบเวลาเดือนเดียว
อีเธอเรียมเพิ่งทำราคาทะลุขึ้นไปใกล้ 5,000 ดอลลาร์ (ราว 7,242,500 บาท) ทำจุดสูงสุดใหม่เพียงเล็กน้อยเหนือยอดเดิมของรอบที่แล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็เข้าสู่ช่วงปรับฐานยาว จนทุกวันนี้ยังกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,897,000 บาท) ได้อย่างไม่มั่นคง
ถ้าดูแค่ราคา ‘อีเธอเรียม’ ยังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมราว 60% ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานด้านเครือข่ายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น
- การอัปเกรดประสิทธิภาพเครือข่าย
- การเติบโตของระบบ ‘โรลอัป’
- โครงสร้างการสเตกที่พัฒนามากขึ้น
‘ความคิดเห็น’ มีมุมมองว่า โครงสร้างพื้นฐานของอีเธอเรียมเติบโตไปข้างหน้า แต่ ‘ราคาโทเคนยังตามไม่ทัน’ จึงยิ่งตอกย้ำภาพว่าอีเธอเรียมกำลังอยู่ในโซนที่ถูกกดราคาอย่างมีนัยสำคัญในเชิงออนเชน
บิตคอยน์·เชนลิงก์ อยู่ในโซนถูกกดราคาแบบ ‘ไม่รุนแรง’
บิตคอยน์(BTC) จากข้อมูลเดียวกันมี MVRV ช่วง 30 วันอยู่ที่ -6.9% สะท้อนว่าผู้ลงทุนระยะสั้นส่วนหนึ่งเริ่มขาดทุนเล็กน้อย หลังราคาขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะพุ่งทะลุ 126,000 ดอลลาร์ (ราว 18,251,100 บาท) ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ปัจจุบันราคาย่อลงมาแถว 68,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,849,800 บาท) ห่างจากจุดสูงสุดล่าสุดราว 46%
บนกราฟออนเชน ภาพที่เห็นคือ ‘ความร้อนแรงลดลง’ นักลงทุนระยะสั้นไม่กำไรล้นเหมือนตอนปลายรอบทุ่งดอกทิวลิป แต่เมื่อเทียบกับ ‘อีเธอเรียม’ ค่า MVRV ของบิตคอยน์ยังติดลบไม่มาก จึงตีความได้ว่าเป็นแค่ ‘ช่วงพักฐาน’ มากกว่าจะเป็นโซนที่ถูกกดราคาหนัก
เชนลิงก์(LINK) มี MVRV ช่วง 30 วันที่ -5.1% อยู่ในอันดับที่สามของเหรียญที่ถูกกดราคาตามการจัดอันดับของแซนทิเมนต์ จุดที่น่าสนใจคือ เชนลิงก์ในรอบขาขึ้นปี 2025 กลับไม่สามารถทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลที่เคยสร้างไว้เมื่อปี 2021 ได้เหมือนเหรียญใหญ่อื่นๆ
ปัจจุบันราคา LINK อยู่แถว 8.88 ดอลลาร์ (ประมาณ 12,857 บาท) ขณะที่จุดสูงสุดรอบก่อนเมื่อปี 2021 อยู่ที่ 52.70 ดอลลาร์ (ราว 76,338 บาท) หรือร่วงลงมากว่า 83% จากยอดเก่า ทั้งที่ด้านการใช้งานจริง ‘เชนลิงก์’ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ‘ออราเคิล’ ให้กับดีไฟ(DeFi) และการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) อย่างต่อเนื่อง
ในสายตานักวิเคราะห์ การที่เชนลิงก์ยังไม่สามารถกลับไปใกล้จุดสูงสุดเดิมทั้งที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าราคา LINK ยังอยู่ในโซน ‘ส่วนลด’ จากอดีตค่อนข้างมาก
XRP·เอ이다 ติดโผท็อป 5 แต่ ‘เรื่องราว’ คนละแบบ
ริปเปิล(XRP) และ เอ이다(ADA) ตามมาติดๆ ด้วยค่า MVRV ช่วง 30 วันที่ -4.1% และ -2.0% ตามลำดับ ทำให้ทั้งคู่ปิดรายชื่อ 5 เหรียญอัลต์คอยน์ที่ ‘ถูกกดราคา’ มากที่สุดในช่วงนี้ แต่เมื่อเจาะลึกทีละเหรียญจะพบว่า ภาพรวมของทั้งสองต่างกันพอสมควร
XRP ทำราคาขึ้นไปถึง 3.65 ดอลลาร์ (ราว 5,289 บาท) เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทุบสถิติสูงสุดเดิมได้สำเร็จ ก่อนจะย่อลงมาแถว 1.45 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,100 บาท) ในตอนนี้ ซึ่งหมายถึงราคาหายไปประมาณ 60% จากยอดเดิม แม้ราคาจะดรอปแรง แต่ค่า MVRV 30 วันของ XRP ยังอยู่เพียง -4% กว่าๆ สะท้อนว่าผู้เล่นระยะสั้นในรอบเดือนที่ผ่านมายังไม่ได้ขาดทุนหนักเท่าอีเธอเรียมหรือเชนลิงก์ในเชิงเฉลี่ย
‘ความคิดเห็น’ จึงตีความได้ว่า XRP แม้จะรูปร่างกราฟย่อลงแรงจากจุดสูงสุด แต่แรงกดดันต่อผู้ถือในช่วงสั้นยังไม่รุนแรงเท่าเหรียญที่มี MVRV ติดลบลึกกว่า
เอ이다(ADA) กลับถูกมองว่าเป็น ‘ตัวแทนความอ่อนแอ’ ของอัลต์คอยน์กลุ่มบนในรอบนี้ เมื่อเทียบกับความร้อนแรงที่เคยทำได้ในปี 2021 ซึ่งตอนนั้นราคาเคยพุ่งทะลุ 3 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,345 บาท) แต่ในปีที่ผ่านมาเอ이다แทบไม่เคยกลับเข้าใกล้ระดับนั้นได้เลย
ทุกวันนี้เอิดาเทรดกันแถว 0.28 ดอลลาร์ (ราว 406 บาท) ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมถึงประมาณ 91% ทำให้ถ้าเทียบแต่ ‘ระยะย่อตัวจากจุดพีก’ เอิดาถือว่าเป็นหนึ่งในเหรียญใหญ่ที่ฟื้นตัวได้แย่ที่สุด
จุดที่ ‘น่าคิด’ คือ แม้ราคาจะถูกหั่นลงอย่างโหด แต่ MVRV 30 วัน ของเอิดากลับติดลบแค่ -2.0% เท่านั้น หมายความว่า นักลงทุนที่เพิ่งซื้อเอิดาในช่วงไม่นานมานี้ ขาดทุนเฉลี่ยไม่ลึกมาก บ่งบอกได้สองเรื่อง คือ
- ตลาดอาจยอมรับราคาใหม่ที่ต่ำลงมานานแล้ว
- การปรับฐานขนาดใหญ่ของเอิดาถูก ‘สะท้อนล่วงหน้า’ มาตลอดช่วงตลาดหมี
ในแง่นี้ เอิดาจึงดูเหมือนเหรียญที่ราคาได้ผ่านช่วง ‘เจ็บหนัก’ มายาวนาน จนความผันผวนด้านลบของผู้ถือรอบสั้นเริ่มลดลง
‘ดัชนีถูกกดราคา’ บอกอะไรได้บ้าง และมีข้อจำกัดตรงไหน
การวิเคราะห์ MVRV ของแซนทิเมนต์รอบนี้ พยายามตอบคำถามที่นักลงทุนคริปโตถามกันมานานว่า ‘ระหว่างอีเธอเรียม, XRP, เอิดา, เชนลิงก์ และบิตคอยน์ เหรียญไหนถูกกดราคามากสุด และมีโอกาสดีดกลับแรงกว่าหากตลาดกลับมาระเบิดรอบใหม่’
สรุปตามข้อมูลล่าสุดคือ
- ‘อีเธอเรียม’ ถูกจัดให้อยู่ในโซน ‘ถูกประเมินมูลค่าต่ำ’ ลึกที่สุดในกลุ่มเหรียญใหญ่
- รองลงมาคือ ‘เชนลิงก์, XRP และเอิดา’ ที่มีค่า MVRV ติดลบในระดับต่างกัน
- ส่วน ‘บิตคอยน์’ แม้อยู่ในช่วงปรับฐาน แต่ภาพรวมยังดูแข็งแรงกว่าในเชิงสถิติ
อย่างไรก็ตาม MVRV เป็นเพียงตัวชี้วัด ‘กำไร–ขาดทุนเฉลี่ยบนออนเชน’ ไม่ใช่สัญญาณการันตีว่า ราคาจะดีดขึ้นแน่นอนในอนาคต ปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมมีทั้ง
- การเติบโตของเครือข่ายและผู้ใช้งานจริง
- สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ
- กิจกรรมการพัฒนาโครงการ
- สภาพคล่องของตลาด
- ภาวะเศรษฐกิจมหภาคและกระแสเงินทุน
‘ความคิดเห็น’ มองว่า การที่ทั้ง ‘ส่วนต่างจากจุดสูงสุดเดิม’ และ ‘ค่า MVRV ที่สะท้อนโซนถูกกดราคา’ ของเหรียญหลักหลายตัวเริ่มเด่นชัดขึ้น ทำให้ช่วงนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับนักลงทุนในการจัดทำ ‘ลิสต์เฝ้าดู’ ว่า เมื่อใดก็ตามที่ตลาดกระทิงรอบใหม่เดินเกมต่อ เหรียญใดในกลุ่มอีเธอเรียม, XRP, เอิดา, เชนลิงก์ และบิตคอยน์ จะเป็นผู้ชนะในการ ‘ฟื้นตัวแรงกว่าใคร’ ในรอบถัดไป
ความคิดเห็น 0