Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ทรัมป์ลุยภาษีนำเข้า 10% เขย่า ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ จับตาความผันผวนใหม่ในตลาดบิตคอยน์(BTC)

ราคาบิตคอยน์(BTC) ยังคงทรงตัวหลังทรัมป์เดินหน้าประกาศเก็บ ‘ภาษีนำเข้าทั่วโลก 10%’ แบบฉับพลัน แม้เพิ่งแพ้คดีในศาลฎีกาสหรัฐ แต่เมื่อมองจากประวัติการเคลื่อนไหวของราคาแล้ว นักวิเคราะห์เตือนว่าความผันผวนระลอกใหม่ยังอาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะต่อกลุ่ม ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ทั้งตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดคริปโต

เมื่อวันศุกร์ (เวลาท้องถิ่น) ศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินจำกัดการใช้ ‘กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ(IEEPA)’ ของทรัมป์ในฐานะเหตุผลหลักในการเก็บภาษีนำเข้าจากแทบทุกประเทศทั่วโลก โดยระบุชัดว่า IEEPA ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับ ‘สงครามภาษี’ แบบครอบจักรวาล

ทรัมป์ตอบโต้ทันที โดยเรียกคำตัดสินดังกล่าวว่า ‘การตัดสินที่น่าอับอาย’ และประกาศเตรียมเดินหน้าออกมาตรการใหม่ ต่อมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เขาอ้างอิงอำนาจภายใต้ ‘มาตรา 122(Section 122)’ ของกฎหมายที่ไม่เคยถูกใช้จริงมาก่อน เพื่อประกาศ ‘ภาษีนำเข้าใหม่ 10% ชั่วคราว’ ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ

‘มาตรา 122’ ให้อำนาจประธานาธิบดีตั้งภาษีสูงสุด 15% เป็นเวลา 150 วัน จากนั้นสภาคองเกรสจึงจะมีสิทธิเข้ามาตรวจสอบและแทรกแซง ปัญหาคือ ในข้อบทไม่ได้เขียนห้ามชัดเจนว่าประธานาธิบดี ‘จะประกาศภาวะฉุกเฉินซ้ำ’ หลังครบ 150 วันไม่ได้ นักกฎหมายจำนวนหนึ่งจึงมองว่าทรัมป์อาจใช้ช่องว่างนี้ในการ ‘ต่ออายุ’ มาตรการภาษีไปเรื่อยๆ ผ่านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรอบใหม่

อย่างไรก็ดี คำตัดสินของศาลฎีกาครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะภาษีที่อาศัย IEEPA เป็นฐานกฎหมายเท่านั้น ภาษีที่อิงกฎหมายขยายการค้า ปี 1962 มาตรา 232 ซึ่งเก็บเพิ่มจากสินค้าที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงสหรัฐ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ไม้แปรรูป และรถยนต์ ยังคงมีผลบังคับใช้ตามเดิม หมายความว่า ‘ช่องทาง IEEPA’ ถูกปิด แต่เครื่องมือภาษีจากกฎหมายอื่นๆ ยังเดินหน้าต่อได้

อีกประเด็นใหญ่คือเรื่อง ‘เงินภาษีที่เก็บไปแล้ว’ มูลค่าราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 188.3 ล้านล้านวอน) ที่บริษัทและผู้นำเข้าเคยจ่ายตาม IEEPA จะต้อง ‘คืนอย่างไร’ ศาลฎีกาตัดสิน 6 ต่อ 3 ให้เบรกการใช้ IEEPA กับภาษีนำเข้า แต่ไม่ได้ให้แนวทางที่ชัดเจนต่อการคืนเงินดังกล่าว รัฐมนตรีคลัง ‘เบเซนท์’ ระบุภายหลังคำตัดสินว่า การถกเถียงเรื่องเกณฑ์และขั้นตอนการคืนภาษีอาจยืดเยื้อ “กินเวลาหลายปี” ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อภาคการค้าและการผลิตทั่วโลก

จากมุมมองนักลงทุนคริปโต คำถามหลักยังคงอยู่ที่ ‘บิตคอยน์และอัลท์คอยน์จะรอดจากรอบปรับฐานใหญ่ได้หรือไม่’ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนปีก่อน ทุกครั้งที่ทรัมป์งัด ‘การเก็บภาษีในวงกว้างต่อหลายประเทศ’ ออกมา ตลาดบิตคอยน์และเหรียญใหญ่ต่างร่วงแรงพร้อมกัน ขณะที่หุ้นโลก สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดเงินผันผวนอย่างรุนแรง สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างพร้อมเพรียง

ยังมีกรณีที่ ‘คำขู่ภาษี’ เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดคริปโตสะเทือน เมื่อทรัมป์เคยขู่อียูว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าเพราะดีลกรีนแลนด์ไม่ลงตัว ราคาบิตคอยน์และตลาดคริปโตก็เข้าสู่รอบย่อตัวเช่นกัน ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เชี่ยวชาญในเวลานั้นคือ นโยบายภาษีที่โยกฐานการค้าโลกและทำให้ภาพเศรษฐกิจข้างหน้ามืดมนลง ย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ รวมถึงดิจิทัลแอสเซตด้วย

ขณะนี้บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถวระดับราว 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.85 ล้านบาท) ในกรอบที่ถือว่า ‘นิ่งกว่าที่คาด’ เมื่อเทียบกับน้ำหนักข่าว โดยทันทีหลังประกาศภาษีนำเข้า 10% ใหม่ ความผันผวนระยะสั้นยังถูกจำกัด ภาพรวมดูใกล้เคียง ‘โหมดรอดูท่าที’ มากกว่าการเทขาย อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดจำนวนไม่น้อยยังจำได้ดีว่า ตอนที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษียุโรป ช่วงแรกบิตคอยน์ก็ยืนราคาได้ แต่พอตลาดการเงินโลกเปิดเต็มตัวในวันจันทร์ แรงขายก็ไหลทะลักเข้ามาพร้อมกันจนราคาดิ่งลงแรง

ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงมองว่า ‘แรงกระแทกแบบหน่วงเวลา’ อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย เพราะผลกระทบจริงของภาษีนำเข้า และทิศทางการจัดพอร์ตของสถาบันหรือเฮดจ์ฟันด์ มักใช้เวลาในการสะท้อนผ่านราคา ‘ความคิดเห็น’ จากนักกลยุทธ์บางรายชี้ว่า หากตลาดหุ้นโลกเริ่มรับรู้ความเสี่ยงภาษีอย่างจริงจัง แรงขายจากฝั่งฟิวเจอร์สและกองทุนเชิงปริมาณอาจลุกลามมายังตลาดบิตคอยน์อีกครั้ง

กรณีล่าสุดยังตอกย้ำว่า ‘ความเสี่ยงเชิงนโยบาย’ กลายเป็นตัวแปรถาวรสำหรับตลาดคริปโตไปแล้ว บิตคอยน์และเหรียญอื่นๆ ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ชายขอบของระบบการเงินอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับปัจจัยมาโครโลก ตั้งแต่ภาษี การค้า ไปจนถึงนโยบายการเงินและค่าเงินดอลลาร์ ทรัมป์อาจกดดันราคาบิตคอยน์ในระยะสั้นผ่านบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่ในระยะยาว ก็มีมุมมองที่มองว่าเหตุการณ์เช่นนี้กลับช่วยตอกย้ำ ‘บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก’ ต่อความเสี่ยงจากดอลลาร์และนโยบายการคลังการเงินของสหรัฐ

ในตอนนี้ เมื่อปัจจัยลบหลายด้านมารวมกัน ทั้งคำตัดสินศาลฎีกา การใช้มาตรา 122 ตั้งภาษีนำเข้าใหม่ 10% และความไม่ชัดเจนเรื่องการคืนภาษีมูลค่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ภาพรวมตลาดการเงินโลกจึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งย่อมทำให้บิตคอยน์และตลาดคริปโตเผชิญโอกาส ‘ขยายความผันผวน’ สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทิศทางต่อจากนี้ยังต้องจับตาควบคู่กันทั้งตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และตลาดเงินโลก ว่าจะรับข่าวภาษีชุดใหม่นี้ในทิศทางใด ขณะที่ราคาบิตคอยน์(BTC) อาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญว่าผู้เล่นสินทรัพย์เสี่ยงจะตัดสินใจอย่างไรในรอบถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1