Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

GLDY สเตเบิลคอยน์ทองคำยุคใหม่ ปูทางบิตคอยน์(BTC) สู่สินทรัพย์จริงก่อรายได้บนบล็อกเชน

บิตคอยน์(BTC) กำลังค่อยๆ สลัดภาพ ‘สินทรัพย์เก็งกำไรความเสี่ยงสูง’ และเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่เชื่อมกับ ‘สินทรัพย์จริง + สินทรัพย์ก่อรายได้’ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ‘สตรีมเอ็กซ์ GLDY’ สเตเบิลคอยน์ที่มี ‘ทองคำ’ เป็นหลักประกันและออกแบบให้สร้าง ‘ผลตอบแทน’ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ถูกจับตาในฐานะกรณีศึกษาเชิงสัญลักษณ์ ว่าการโทเคนไนซ์และการผูกกับสินทรัพย์จริงจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของระบบนิเวศบิตคอยน์อย่างไร

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งตัวรุนแรงไม่แพ้บิตคอยน์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ราคาทองคำสปอตพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ออนซ์ละ 5,592.85 ดอลลาร์ (ราว 8,100 ล้านบาท) ก่อนจะร่วง intraday สูงสุดถึง 12% ภายในวันเดียว แต่การที่กองกำลังสหรัฐถูกระดมเข้าสู่ตะวันออกกลางในขนาดใหญ่สุดนับตั้งแต่การบุกอิรักปี 2003 ทำให้ทองคำดีดกลับขึ้นมายืนเหนือออนซ์ละ 5,000 ดอลลาร์ (ราว 7,239 ล้านบาท) อีกครั้ง และกลับมาท้าทายจุดสูงสุดเดิม แม้มีการย่อตัวบ้าง แต่ตั้งแต่ต้นปีทองคำยังคงบวกอยู่ราว 17.7% ขณะที่บิตคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกันกลับปรับตัวลงราว 23.2% ทำให้สถานะ ‘ทองคำดิจิทัล’ ของบิตคอยน์ดูสั่นคลอนชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม การตีความว่าบิตคอยน์กำลังเดินสู่ ‘ทางตัน’ อาจเร็วเกินไป ‘ความคิดเห็น’ ปัจจัยสำคัญคือกระแสโทเคนไนซ์สินทรัพย์ที่เร่งตัว ทำให้โครงสร้างของระบบการเงินดั้งเดิมและอินฟราสตักเจอร์บนบล็อกเชนค่อยๆ ขยับมาจัดแนวเข้าหากัน ทองคำถูกโทเคนไนซ์ และถูกพัฒนาต่อไปเป็นโทเคนทองคำแบบ ‘สร้างรายได้’ อย่าง GLDY ยิ่งโมเดลนี้แข็งแรงเท่าไร โอกาสที่บิตคอยน์จะถูกรีโพสิชั่นเป็น ‘สินทรัพย์สร้างผลตอบแทนที่เสถียรขึ้น’ ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทองคำที่ถูกโทเคนไนซ์จึงเปรียบได้กับ ‘กระจก’ ที่สะท้อนให้เห็น ‘ศักยภาพด้านรายได้’ ของบิตคอยน์ในระยะต่อไป

ในงานประชุมของ ‘เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนนเชียล(World Liberty Financial)’ ที่รีสอร์ตมาร์เอลาโก รัฐฟลอริดา ลูกชายของประธานาธิบดีทรัมป์อย่าง เอริค ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์การลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนต่ำอย่างตรงไปตรงมา เขาระบุว่า หากไม่มี ‘ใจ’ พอจะทนความผันผวน ก็แค่ไปซื้อพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ยปีละ 4.5% แล้วจบวันไป พร้อมย้ำจุดยืนหนุนบิตคอยน์ แต่ในโลกของคนมีเงิน ‘ความคิดเห็น’ เคล็ดลับการสร้างความมั่งคั่งไม่ใช่แค่การเลือกสินทรัพย์เสี่ยง แต่คือการเอา ‘ผลตอบแทนไปทบต้น’ อย่างต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่ตราสารหนี้ยังคงเป็นแกนหลักของตลาดการเงินดั้งเดิม

หากลองสมมติว่าเราลงทุน 1,000 ดอลลาร์ (ราว 1.44 ล้านบาท) ในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทน 4.5% ต่อปี ผ่านไป 10 ปี เงินต้นจะงอกขึ้นเป็นราว 1,552 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.24 ล้านบาท) หรือคิดเป็นผลตอบแทนรวมราว 55.3% หากนำโครงสร้างนี้ไปผูกกับ ‘การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ’ ด้วย ผลทบต้นจะยิ่งทวีคูณ บิตคอยน์เองก็สามารถเดินตามโมเดลเดียวกัน หากสมมติว่าบิตคอยน์วิ่งไปถึง 1,000,000 ดอลลาร์ (ราว 1,447.9 ล้านบาท) ตามมุมมองของเอริค ทรัมป์ แล้วถูกนำไปปล่อยกู้หรือเข้าโครงสร้างสินทรัพย์ก่อรายได้ที่เสถียร ความเร็วในการสะสมความมั่งคั่งย่อมเร่งขึ้นแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล GLDY จึงถูกมองว่าเป็น ‘ต้นแบบ’ ของโมเดล ‘ราคาปรับขึ้น + มีผลตอบแทน’ ที่ถูกนำมาทดลองในตลาดทองคำก่อน

สตรีมเอ็กซ์(Streamex, แนสแด็ก: STEX) รับบทเป็นบริษัทวัตถุประสงค์เฉพาะ (SPV) สำหรับการออก GLDY โทเคนทองคำแบบสร้างรายได้ โดย GLDY จะถูกผูกกับทองคำจริงในอัตรา 1:1 ต่อทองคำแท่งมาตรฐาน 1 ออนซ์ที่ผ่านการรับรองจากสมาคมตลาดทองคำลอนดอน(LBMA) จัดอยู่ในประเภทโทเคนหลักทรัพย์ที่โทเคนไนซ์ และถูกออกแบบให้สามารถจ่าย ‘อัตราผลตอบแทนต่อปี (APY)’ เป็นทองคำจริง สูงสุดราว 4% ต่อปี

โครงสร้างผลตอบแทนของ GLDY มาจาก ‘ค่าเช่าทองคำ’ (Gold Lease) โดยทองคำที่ GLDY ถืออยู่จะถูกนำไปปล่อยเช่าต่อให้กับ Monetary Metals ก่อนที่บริษัทนี้จะนำทองคำไปรีลีสให้กับผู้ใช้งานตัวจริง เช่น บริษัทเหมือง โรงกลั่น ผู้ผลิตเครื่องประดับ และผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานทองคำ รายได้จากค่าธรรมเนียมที่จ่ายเป็นทองคำในการเช่า คือแหล่งที่มาของผลตอบแทนสำหรับผู้ถือ GLDY นักลงทุนจะได้รับการจัดสรรผลตอบแทนแบบรายเดือน ส่วนการไถ่ถอนโทเคน (Redemption) จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนตามเงื่อนไข

หากพิจารณาเฉพาะโครงสร้างการลงทุน GLDY มีความใกล้เคียงกับกองทุนทองคำแบบซื้อขายในตลาด (ทองคำ ETF) แต่จุดต่างที่สำคัญคือ นักลงทุนไม่ต้องแบกรับ ‘ค่าฝากเก็บ/ค่าบริหาร’ ในรูปของค่าธรรมเนียม แต่กลับได้รับทองคำเพิ่มจากผลตอบแทนแทน นอกจากนี้ ยังมีการใช้โอราเคิลของเชนลิงก์(Chainlink) เพื่อนำข้อมูลปริมาณทองคำคงคลังและราคามาเผยแพร่บนบล็อกเชนแบบเรียลไทม์ ช่วยยืนยัน ‘หลักประกัน (Proof-of-Reserves)’ และโครงสร้างผลตอบแทนอย่างโปร่งใส จึงถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนในโลกการเงินดั้งเดิม(TradFi) และผู้ใช้งานดีไฟ(DeFi) ไปพร้อมกัน

เพื่อลงลึกในโครงสร้างของโปรเจกต์ GLDY ทีมข่าวได้สัมภาษณ์ มอร์แกน เร็กสตรอม ผู้ร่วมก่อตั้งสตรีมเอ็กซ์ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในดีลเหมืองแร่ โลหะ และการควบรวมกิจการ(M&A) ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ปัจจุบันเขานั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ของบริษัท เร็กสตรอมระบุว่า “รอบพรีเซลของ GLDY เป็นการขายแบบ Private Placement วงเงินสูงสุดราว 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,447 ล้านบาท) ผ่านโครงสร้างอินฟราของบริษัทเอง และเป็นดีลที่แยกจากหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในแนสแด็กของเราอย่างชัดเจน”

เขาอธิบายต่อว่า “สตรีมเอ็กซ์ในฐานะบริษัทเทคโนโลยี ถูกซื้อขายบนแนสแด็กด้วยตัวย่อ STEX ขณะที่ GLDY เป็นโทเคนหลักทรัพย์ที่มีทองคำหนุนหลัง 1:1 และมุ่งให้ผลตอบแทนทบต้นต่อปีสูงสุดราว 4% โดยออกแบบในมาตรฐานสำหรับนักลงทุนสถาบัน” แม้เป้าหมายการระดมทุนในเฟสแรกคือ 100 ล้านดอลลาร์ แต่โครงสร้างแบบ ‘กองทุนหมุนเวียน (Rolling Fund)’ เปิดโอกาสให้ขยายขนาดได้ตามดีมานด์ของตลาด “โครงสร้างสามารถสเกลได้เร็วมาก” เขาย้ำ ปัจจุบันสตรีมเอ็กซ์กำลังสร้างอินฟราครบชุดสำหรับสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Assets – RWA) ครอบคลุมทั้งอินเทอร์เฟซแบบครอสเชน ระบบพิสูจน์สำรองผ่านโอราเคิล และแพลตฟอร์มซื้อขายรองที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของสหรัฐอย่าง tZERO ATS ทั้งหมดจะถูกหนุนด้วยงบดุลที่มี ‘ทองคำ’ เป็นฐาน และในระยะยาวบริษัทไม่ปิดโอกาสพัฒนากองทุน ETF ที่ห่อโครงสร้างของ GLDY เป็น ‘ETF Wrapper’ เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์เต็มรูปแบบ

ด้านโครงสร้างทุน สตรีมเอ็กซ์ถือว่ามีฐานะการเงินที่ค่อนข้างมั่นคง บริษัทเพิ่งปิดหนี้หุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีหลักประกันที่ทำกับยอร์กวิล(Yorkville) แบบเต็มจำนวน และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้ระดมทุนเพิ่มราว 40.25 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 583 ล้านบาท) ผ่านการออกหุ้นสามัญ 13.416 ล้านหุ้น ส่งผลให้เม็ดเงินสดในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นเกิน 50 ล้านดอลลาร์ (กว่า 723 ล้านบาท) เร็กสตรอมย้ำว่า “GLDY แต่ละโทเคนถูกค้ำด้วยทองคำแท่งบริสุทธิ์ 1 ออนซ์เต็มๆ และผลตอบแทนจะถูกจ่ายกลับในรูปของโทเคน GLDY เพิ่มเติม” นั่นหมายความว่านักลงทุนสามารถสะสม ‘ผลตอบแทนที่คิดเป็นทองคำ’ สูงสุดราว 4% ต่อปี และปล่อยให้สถานะทองคำที่ถืออยู่ขยายตัวแบบทบต้นตามกาลเวลา

ในระดับมหภาค แนวคิด ‘โทเคนไนซ์ทุกสิ่ง (Tokenization of Everything)’ กำลังขยับจากวาทกรรมสู่ความจริงในตลาดการเงินโลก GLDY ถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นถูกจังหวะ เพราะใช้ ‘ทองคำจริง’ เป็นฐาน แต่ให้ผลตอบแทนบนเชน หากมองเลยไปจากการเป็นผู้ออกโทเคน สตรีมเอ็กซ์ต้องการยืนอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่นี้ เร็กสตรอมอธิบายว่า “โปรแกรม GLDY ถูกออกแบบให้รายได้จากการปล่อยเช่าทองคำไม่ได้ไหลไปเป็นเงินปันผลของผู้ถือหุ้นสามัญของสตรีมเอ็กซ์ แต่จะกลับไปหาผู้ถือ GLDY ในรูปของ GLDY เพิ่มเติม สตรีมเอ็กซ์เองทำหน้าที่เป็นสปอนเซอร์และผู้ให้บริการ ทั้งออกแบบโครงสร้าง ดูแลการดำเนินงาน และร่วมลงทุน จึงได้ส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจจากบทบาทเหล่านี้ แต่การถือหุ้น STEX ไม่ได้ทำให้ใครมีสิทธิในกระแสรายได้ของ GLDY โดยอัตโนมัติ” ในเชิงโครงสร้างการถือหุ้น บริษัทแม่ของสตรีมเอ็กซ์ SPV คือไบโอซิก เทคโนโลยีส์(BioSig Technologies)

เร็กสตรอมเล่าต่อว่า “ธุรกิจสตรีมเอ็กซ์ที่เราเห็นในวันนี้ เป็นผลของดีลควบรวมระหว่างไบโอซิก เทคโนโลยีส์กับสตรีมเอ็กซ์ เอ็กซ์เชนจ์เมื่อปี 2025 ทำให้เกิดแพลตฟอร์มโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริงที่จดทะเบียนในแนสแด็กอย่างเต็มตัว จากจุดนั้นเป็นต้นมา กลยุทธ์ของบริษัทถูกย้ายโฟกัสออกจากเทคโนโลยีการแพทย์ของไบโอซิก มาสู่การสร้างอินฟราสำหรับโทเคนไนซ์ระดับสถาบันและโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์โภคภัณฑ์บนเชน” GLDY จะถูกจำหน่ายให้เฉพาะนักลงทุนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และสถาบันเท่านั้น โดยการซื้อขายจริงมีกำหนดเริ่มบนแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์จริง RWA.xyz ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์

ในตลาดโทเคนทองคำ ตัวผู้เล่นหลัก ณ วันนี้คือเทเธอร์(Tether) ซึ่งถูกประเมินว่าถือครองทองคำจริงอยู่ราว 140–148 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,000–24,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.33–3.47 ล้านล้านบาท) และครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด โทเคนทองคำ ‘เทเธอร์ โกลด์(XAUT)’ มีมูลค่าตลาดราว 2,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,765 ล้านบาท) ตามมาอย่างใกล้ชิดคือ ‘แพกซ์ โกลด์(PAXG)’ ที่ 2,270 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,289 ล้านบาท) ส่วนคิเนซิส โกลด์(KAU) มีมูลค่าราว 391 ล้านดอลลาร์ (ราว 566 ล้านบาท) อยู่อันดับสาม

นอกจากสามรายนี้ ยังมีโปรเจกต์โทเคนทองคำอีกจำนวนมากที่เตรียมเปิดตัวหรือพยายามใช้โครงสร้างที่แตกต่างเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด สิ่งที่ทำให้ GLDY โดดเด่นท่ามกลางฝูงชนคือโมเดล ‘สร้างรายได้’ ซึ่งกำลังกลายเป็นสนามปะทะใหม่ระหว่างธนาคารสหรัฐกับอุตสาหกรรมคริปโต ประเด็นว่า ‘จะอนุญาตให้สเตเบิลคอยน์จ่ายผลตอบแทนหรือไม่’ กลายเป็นหนึ่งในปมหลักที่ทำให้ร่างกฎหมาย ‘CLARITY’ ติดค้างยังไม่คืบหน้า

แม้มีการจัดประชุมระหว่างทำเนียบขาว ฝั่งธนาคาร และผู้เล่นคริปโตไปแล้วถึงสามรอบเมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารสหรัฐยังคงยืนยันจุดยืน ‘คัดค้านเต็มที่’ ต่อสเตเบิลคอยน์ที่มีโครงสร้างจ่ายดอกเบี้ย เหตุผลคือสินทรัพย์ลักษณะนี้อาจดึงดูดเม็ดเงินฝากมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ออกจากระบบธนาคารสหรัฐโดยตรง ในบริบทเช่นนี้ การเปิดตัว GLDY ที่ใช้ ‘ทองคำจริง’ เป็นหลักประกันและสร้างรายได้แบบสเตเบิลคอยน์ อาจกลายเป็นเวทีทดสอบชุดใหม่ของข้อถกเถียงด้านกฎระเบียบในสหรัฐ

สิ่งที่ GLDY พยายามพิสูจน์จึงไม่ใช่แค่ ‘การย้ายทองคำขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชน’ แต่คือการสร้าง ‘ต้นแบบเชิงปฏิบัติการ’ ให้เห็นว่า โมเดล ‘สินทรัพย์จริง + ผลตอบแทน’ สามารถรันอยู่บนบล็อกเชนได้จริง และโมเดลเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้กับบิตคอยน์ได้แทบจะตรงตัว บางเขตอำนาจศาลทั่วโลกมีโปรดักต์ฝาก–กู้บิตคอยน์เพื่อรับผลตอบแทนมาแล้วหลายปี โดยหนึ่งในผู้บุกเบื้องหน้าคือเน็กโซ(Nexo)

หลังจากถูกกดดันจากหน่วยงานกำกับของสหรัฐยาวนาน 3 ปี จนต้องถอนตัวออกจากตลาด เน็กโซกลับเข้ามาได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้ลงทุนสามารถนำบิตคอยน์ไปฝากกับเน็กโซเพื่อหวังผลตอบแทนที่ 3–6.5% ต่อปี แต่หากต้องการอัตราสูงสุด ส่วนหนึ่งของผลตอบแทนจะไม่ได้จ่ายเป็นบิตคอยน์สปอต แต่จ่ายเป็นโทเคนเน็กโซ(NEXO) เอง ขณะเดียวกัน ในยุโรปก็มี ‘ETP บิตคอยน์แบบมีผลตอบแทน’ หลายตัวที่จดทะเบียนซื้อขายแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘บิตคอยน์ ฟิสิคัล สเตคกิง(1VBS)’ ของ 1Valour ที่คาดหวังผลตอบแทนได้ราว 1.4% ต่อปี แม้ต่ำกว่าการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่ 2.4% แต่ก็ยังดีกว่าการถือ ‘0% ผลตอบแทน’ เฉยๆ

GLDY ของสตรีมเอ็กซ์กำลังนำโมเดลที่คล้ายกันนี้มาทดลองในตลาดทองคำ ผ่านโทเคนมาตรฐาน ERC-20 ที่ออกบนบล็อกเชนเบส(Base) นักลงทุนสามารถเข้าถึง GLDY ผ่านแพลตฟอร์ม RWA.xyz โดยจะเริ่มซื้อขายจริงตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เอกสารไลต์เปเปอร์ของโปรเจกต์เปิดให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ กรณีศึกษา GLDY จึงไม่ได้แค่โชว์ให้เห็นว่าสินทรัพย์จริงที่ให้ผลตอบแทนสามารถเขย่าวงการทองคำดั้งเดิมได้อย่างไร แต่ยังช่วยให้ตลาดมองภาพออกว่า โครงสร้างเดียวกันนี้สามารถนำไป ‘ครอบ’ บิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ได้อย่างไร

ท้ายที่สุด ‘คำถามหลัก’ ของตลาดจึงเหลือเพียงว่า เราจะสามารถสะสม ‘สินทรัพย์จริงหรือดิจิทัลที่ก่อรายได้’ บนเชนในรูปแบบ ‘ทบต้น’ ได้มากน้อยแค่ไหน GLDY เป็นการทดลองวางโครงสร้างนี้ลงบนฐานสินทรัพย์ที่保守สุดอย่าง ‘ทองคำ’ หากโมเดลนี้พิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จะเร่งสปีดการเติบโตของทั้งผลิตภัณฑ์บิตคอยน์ก่อรายได้ และตลาดโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (RWA) ในภาพรวมให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้นในช่วงปีต่อๆ ไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1