Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วาฬบิตคอยน์(BTC) แห่โอนเข้าไบแนนซ์(Binance) อัตราการไหลเข้าพุ่ง ดันความผันผวนตลาดจ่อปะทุ

บิตคอยน์(BTC) ‘วาฬ’ เริ่มขยับกลับเข้าสู่กระดานเทรด ไบแนนซ์(Binance) อีกครั้ง ในช่วงที่ราคาอยู่ในโซ่ย่อพักฐาน ความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินรายใหญ่และ ‘อัตราการไหลเข้า’ ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ตลาดจับตาว่านี่คือ ‘การเตรียมตัวเงียบ ๆ’ ของรายใหญ่ หรือสัญญาณเตือน ‘ความผันผวนระยะสั้น’ รอบใหม่กันแน่ แต่สัญญาณบนเชนเหล่านี้ยังไม่ถึงขั้นชี้ทิศทางตลาดได้อย่างชัดเจน

ราคาบิตคอยน์เพิ่งร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์ (ราว 10.12 ล้านบาท) และกำลังเข้าสู่ช่วงตั้งหลักใหม่ ท่ามกลาง ‘ความไม่แน่นอนด้านมหภาค’ และ ‘ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์’ ที่ปะทุพร้อมกัน ส่งผลให้ตลาดคริปโตเริ่มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับบรรดาสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกมากขึ้น นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเลือกลดเลเวอเรจและชะลอการเทรด เพื่อรอดูผลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ทิศทางดอกเบี้ย และสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค

ฝั่งสินทรัพย์ดั้งเดิม ภาพรวมก็ยังเต็มไปด้วย ‘สัญญาณแบบสลับหน้า’ บางช่วงบรรยากาศรับความเสี่ยงเริ่มดีขึ้นเมื่อสถานการณ์บางพื้นที่ผ่อนคลาย แต่ก็ถูกกดทับอีกครั้งเมื่อความตึงเครียดปะทุในอีกภูมิภาค จนทำให้เม็ดเงินหันกลับไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ในสภาพตลาดที่ถูกดึงไปดันมาแบบนี้ ‘ความผันผวนของบิตคอยน์’ จึงตอบสนองต่อข่าวและข้อมูลระยะสั้นไวเป็นพิเศษ ทิศทางราคาช่วงสั้นยังไม่เปิดหน้าอย่างเด็ดขาด

‘คำสำคัญ’ บิตคอยน์(BTC) วาฬ ไบแนนซ์(Binance) ออนเชน(On-chain) ความผันผวน

‘อัตราการไหลเข้าของวาฬ’ บนไบแนนซ์พุ่ง ขยับขึ้นแรงใน 2 สัปดาห์

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนเชน ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ‘อัตราการไหลเข้าของวาฬ (Whale Inflow Ratio)’ บนไบแนนซ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยตัวชี้วัดนี้จะดูว่า ในปริมาณบิตคอยน์ทั้งหมดที่ไหลเข้ากระดานเทรด มีสัดส่วนเท่าใดที่มาจาก ‘ธุรกรรมฝาก 10 รายการที่ใหญ่ที่สุด’

ข้อมูลระบุว่า อัตราดังกล่าวขยับจากบริเวณ 0.40 แถววันที่ 2 กุมภาพันธ์ ขึ้นไปแตะราว 0.62 ช่วงกลางเดือน 15 กุมภาพันธ์ หมายความว่า ภายในเวลาไม่นาน ‘สัดส่วนเหรียญที่ไหลเข้าตลาดจากกระเป๋าเงินรายใหญ่’ เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากเป็นการวัดสัดส่วนของ 10 ดีลที่ใหญ่ที่สุดต่อปริมาณทั้งหมด ไม่ใช่แค่ยอดฝากถอนรวม ตัวเลขจึงสะท้อนว่า ‘จำนวนไม่มากของกระเป๋าเงินขนาดใหญ่’ มีอิทธิพลต่อสภาพตลาดเพิ่มขึ้น

โดยทั่วไป เมื่ออัตรานี้ดีดขึ้น ตลาดมักมองว่า ‘ผู้เล่นรายใหญ่กำลังเตรียมปรับพอร์ตหรือเคลื่อนย้ายสถานะครั้งใหญ่’ ซึ่งอาจจะเป็นการส่งบิตคอยน์เข้าเทรดเพื่อขายทำกำไร ย้ายไปสู่เหรียญอื่น หรือใช้เป็นหลักประกันเปิดสถานะอนุพันธ์เพื่อทำเฮดจ์ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน สิ่งที่สำคัญคือ การเคลื่อนไหวของวาฬมักมี ‘แรงกระเพื่อมต่อราคา’ ตามมาเสมอ

ณ ช่วงเวลาที่มีรายงาน ราคาบิตคอยน์เทียบดอลลาร์ (BTCUSD) อยู่บริเวณ 67,547 ดอลลาร์ (ราว 9.78 ล้านบาท) แม้จะปรับฐานลงจากโซนสูงสุดเดิม แต่ก็ยังถือว่าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ‘ใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล’ ที่แรงซื้อแรงขายยังดึงเชือกกันอย่างดุเดือด

วาฬระดับ ‘Hyperunit’ ขยับทีเดียว 10,000 BTC หลายกระเป๋าเคลื่อนพร้อมกัน

สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษในรอบนี้ คือการที่มี ‘กระเป๋าเงินรายใหญ่เฉพาะเจ้า’ ถูกระบุและติดตามได้พร้อมกัน ตามรายงานระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับกะเร็ต จิน(Garrett Jin) อินเวสเตอร์ที่ถูกเรียกว่า ‘วาฬไฮเปอร์ยูนิต(Hyperunit whale)’ มีการโอนบิตคอยน์ราว 10,000 BTC เข้าไบแนนซ์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทตามราคาตลาดปัจจุบัน

นอกจากกระเป๋าดังกล่าวแล้ว ยังมี ‘หลายที่อยู่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง’ เคลื่อนย้ายบิตคอยน์จำนวนมากเข้าสู่ไบแนนซ์ในช่วงใกล้เคียงกันด้วย ทำให้ภาพรวมดูไม่ใช่การเคลื่อนไหวเฉพาะเจ้า แต่เป็น ‘พฤติกรรมคล้ายการเคลื่อนพลแบบเป็นกลุ่ม’ ของวาฬหลายราย

เมื่อรูปแบบนี้ถูกจับได้ ตลาดมักโฟกัสความเสี่ยงหลัก ๆ อยู่สองด้าน

ด้านแรกคือ ‘โอกาสการเทขายขนาดใหญ่’ หากคำสั่งขายปริมาณมากถูกเทลงบนสมุดคำสั่ง (order book) พร้อม ๆ กัน สภาพสั่งซื้อปกติที่รออยู่ในตลาดอาจไม่เพียงพอรองรับ ทำให้ราคาไหลลงได้รวดเร็ว

ด้านที่สองคือ ‘ภาวะสภาพคล่องตึงตัว’ เมื่อทั้งฝั่งลองและชอร์ตเริ่มลดขนาดสถานะพร้อมกัน ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อ–เสนอขาย (สเปรด) อาจกว้างขึ้น การเคลื่อนย้ายคำสั่งซื้อขายที่มีขนาดใหญ่เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ราคาผันผวนแรงกว่าปกติ

ผลลัพธ์คือ เทรดเดอร์ทั้งฝั่งลองและชอร์ตต่าง ‘รัดเข็มขัด’ ปรับเลเวอเรจลง กระชับจุดตัดขาดทุน (stop loss) และระดับโดนล้างสถานะ (liquidation) ให้ใกล้เข้ามา ในสภาพแบบนี้ ‘ปริมาณเทรดไม่ต้องสูงมาก’ ความผันผวนก็อาจถูกขยายเกินจริงได้ง่าย

‘วาฬโอนเข้า = เตรียมขาย’ ไม่เสมอไป แต่เป็นสัญญาณเตือน ‘ความผันผวน’

แม้บิตคอยน์จะถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่กระดานเทรดมากขึ้น แต่การตีความว่าเป็น ‘สัญญาณขายทันที’ อาจเร็วเกินไป เหรียญส่วนหนึ่งอาจใช้เป็นหลักประกันสำหรับเทรดอนุพันธ์ เป็นมาร์จิ้นในการเปิดสถานะฟิวเจอร์สหรือออปชัน หรือเป็นเพียงการโยกย้ายภายในของผู้ให้บริการเพื่อการดูแลสินทรัพย์ (คัสโตดี) ก็เป็นได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ไบแนนซ์’ ซึ่งมีสัดส่วนการเทรดอนุพันธ์สูงมาก การดูแค่การย้ายเหรียญบนเชนโดยไม่พิจารณาศูนย์รวมสภาพคล่องจากมุมมองอนุพันธ์ อาจไม่เพียงพอที่จะอ่านเจตนาของวาฬได้ชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ บางครั้งวาฬย้ายเหรียญเข้ากระดานเพื่อเปิดเฮดจ์สั้น ๆ ในฟิวเจอร์ส แทนที่จะขายสปอตออกทันที

แต่ถึงอย่างนั้น ‘การพุ่งขึ้นของอัตราไหลเข้าของวาฬ’ ก็ยังถูกมองว่าเป็น ‘ไฟเตือนบนหน้าปัดความผันผวนระยะสั้น’ เมื่อกระเป๋าใหญ่รวมตัวกันอยู่บนกระดานเทรดมากขึ้น สภาพแวดล้อมที่ ‘พร้อมสำหรับคำสั่งขนาดใหญ่จะออกมาเมื่อไรก็ได้’ ก็เริ่มชัดเจน พอภาพนี้ถูกตลาดรับรู้ เทรดเดอร์จำนวนมากก็จะทยอยลดเลเวอเรจและปรับสมดุลพอร์ต ทำให้ความผันผวนถูก ‘ขยายตัวเอง’ ผ่านพฤติกรรมของตลาด

จุดที่นักลงทุนควรจับตาต่อจากนี้ สามารถสรุปได้ 3 ด้านหลัก ๆ

หนึ่ง ‘อัตราการไหลเข้าของวาฬ’ จะเดินหน้าสูงขึ้นอีกหรือไม่ หากตัวเลขยังเร่งขึ้นเรื่อย ๆ ความกังวลเรื่องการเทขายใหญ่ก็อาจเพิ่มตาม แต่หากเริ่มย่อลงกลับสู่โซนปกติ แรงกดดันระยะสั้นก็อาจผ่อนคลาย

สอง สภาพสมุดคำสั่งและสเปรดในตลาด ‘สปอตและอนุพันธ์ของไบแนนซ์’ ทั้งฝั่งเสนอซื้อ–เสนอขาย หากความหนาแน่นของคำสั่งบางลงและสเปรดกว้างขึ้น จะบ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ถดถอย และเสี่ยงให้ราคาเหวี่ยงแรงจากคำสั่งไม่น้อย

สาม การเคลื่อนไหวของ ‘ผู้ถือระยะยาว (Long-Term Holders, LTH)’ บนเชน หากเหรียญที่นอนนิ่งมานานเริ่มถูกปลดล็อกและโยกย้ายสู่กระดานเทรดพร้อมกับวาฬระยะสั้น ภาพรวมแรงขายอาจรุนแรงขึ้น

หากทั้งสามปัจจัยนี้ ‘เลวร้ายพร้อมกัน’ เช่น วาฬไหลเข้าเพิ่ม สเปรดกว้าง สภาพคล่องบาง และ LTH เริ่มขยับเหรียญ ความน่าจะเป็นของการปรับฐานแรงในระยะสั้นก็ย่อมถูกประเมินว่าสูงขึ้น

ณ ตอนนี้ ยังเร็วไปที่จะฟันธงว่า ‘การกลับมาของวาฬ’ เป็นจุดเริ่มต้นการกลับตัวของเทรนด์ใหญ่ หรือแค่การ ‘ปรับพอร์ตปกติ’ ท่ามกลางสภาพมหภาคที่ผันผวน สิ่งที่เริ่มชัดคือ ‘ตลาดบิตคอยน์’ กำลังเชื่อมโยงกับปัจจัยมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น และการตัดสินใจของกระเป๋าเงินรายใหญ่จะสร้างแรงสะเทือนต่อราคามากกว่าที่เคย

ในสภาวะแบบนี้ นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า สิ่งที่ผู้เล่นในตลาดควรโฟกัสอาจไม่ใช่การคาดเดาทิศทางราคาเป็นหลัก แต่คือ ‘การจัดการความเสี่ยงต่อความผันผวน’ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเลเวอเรจ การกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน หรือการลดขนาดสถานะเมื่อสัญญาณบนเชนเริ่มส่งสัญญาณ ‘เตือน’ แทนการ ‘ไล่ราคา’ เพียงอย่างเดียว

‘คำสำคัญ’ วาฬบิตคอยน์(BTC) ไบแนนซ์(Binance) คริปโตควอนต์(CryptoQuant) อัตราการไหลเข้าของวาฬ ความผันผวนตลาด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1