Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โซลานา(SOL) ถูกเททั้งฟิวเจอร์ส-ออนเชน รายได้พึ่งมีมคอยน์ 40% นักลงทุนเริ่มไม่เห็นเหตุผลถือยาว

โซลานา(SOL) กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้าน ‘ราคา’ และ ‘ตัวชี้วัดออนเชน’ จนทำให้นักลงทุนหลายรายเริ่มมองไม่เห็น ‘เหตุผลที่จะถือรอ’ กันต่อไป ตลาดอนุพันธ์เห็นภาพการหายไปของดีมานด์เลเวอเรจฝั่งซื้ออย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งออนเชนเองก็ถูกตั้งคำถามถึงโครงสร้างที่พึ่งพา ‘มีมคอยน์’ และนักลงทุนรายย่อยมากเกินไป

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาโซลานาพยายามขึ้นไปยืนเหนือ 89 ดอลลาร์หลายรอบแต่ไม่สำเร็จ หลังจากถูกขายหนักบริเวณ 145 ดอลลาร์ช่วงกลางเดือนมกราคม และร่วงลงไปแตะ 67.60 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ระหว่างทางนี้ ความต้องการเปิดเลเวอเรจฝั่งซื้อแทบจะ ‘หายไปจากกระดาน’ ขณะที่นักเทรดในตลาดอนุพันธ์เริ่มหันมาเตรียมรับมือ ‘ขาลงรอบใหม่’ มากขึ้นเรื่อยๆ

‘ตลาดฟิวเจอร์ส’ ของโซลานาแสดงภาพชัดเจนที่สุดผ่านตัวเลข ‘มูลค่ามิ결제약정(open interest)’ ที่ทรุดลงแรง ปริมาณเปิดสถานะฟิวเจอร์สของ SOL ลดลงไปแล้วกว่า 75% จากจุดสูงสุดราว 13,500 ล้านดอลลาร์เมื่อ 5 เดือนก่อน สะท้อนว่ามันไม่ใช่แค่การปรับฐานราคา แต่เป็นการที่ผู้เล่นในตลาดอนุพันธ์ ‘ถอยออกจากสนาม’ กันจริงๆ

ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นที่ยังอยู่ในตลาดจำนวนไม่น้อยเลือกยืนฝั่ง ‘ชอร์ต’ ต่อเนื่อง ปัจจุบันผู้ถือสถานะชอร์ต SOL ยอมจ่าย ‘ค่าฟันดิง’ ในอัตราเฉลี่ยปีละราว 20% เพื่อรักษาโพซิชันของตัวเอง ฟันดิงติดลบต่อเนื่องยาวเกิน 1 สัปดาห์แบบนี้ บ่งชี้ว่าฝั่งชอร์ตมีความมั่นใจสูงว่าราคายังมีโอกาสลงต่อ เมื่อเทียบกับอีเธอเรียม(ETH) ที่ฟันดิงปีเฉลี่ยอยู่ราว 1% ซึ่งแม้จะต่ำกว่ากรอบกลางราว 6% แต่ก็ไม่ได้เอนเอียงข้างใดข้างหนึ่งชัดเจนเท่า SOL

ภายใต้บรรยากาศแบบนี้ โซลานาทำผลงาน ‘แย่กว่าตลาดรวม’ ประมาณ 11 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา หากเทียบกับดัชนีมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวม แม้โซลานายังยืนในกลุ่มเหรียญมูลค่าตลาดสูงสุด ‘ท็อป 7’ แต่ราคาปัจจุบันยังห่างจากจุดสูงสุดเดิมแถว 253 ดอลลาร์ที่เคยทำไว้ช่วงกันยายน 2025 ถึงราว 67% การปรับฐานของราคา บวกกับการไหลออกจากตลาดอนุพันธ์ กำลังกดดัน ‘กิจกรรมบนเชน’ และตลาดดีไฟ รวมถึงตลาดอนุพันธ์บนดีไฟของโซลานาไปพร้อมกัน

ด้าน ‘รายได้บนเชน’ ก็เริ่มเห็นสัญญาณถดถอยชัดเจน ราคาที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องส่งผลโดยตรงต่อความสามารถทำกำไรของโปรโตคอลดีไฟและโครงสร้างพื้นฐานบนโซลานา ไม่ว่าจะเป็นบริการสเตคกิง, ดีเซนทรัลไลซ์เอ็กซ์เชน(DEX), แพลตฟอร์ม Launchpad หรือโปรโตคอลกู้ยืม หลายโปรเจ็กต์เริ่มเจอแรงกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวลง จนมีบางเสียงเริ่มพูดถึงความเสี่ยงของ ‘เดธสไปรัล’ แบบ ราคาตก → รางวัลลด → ผู้ใช้หาย → ราคายิ่งตก ซ้ำไปซ้ำมา

ตามข้อมูลจากดีฟายลามา(DeFiLlama) รายได้รวมรายสัปดาห์จาก dApp บนเครือข่ายโซลานาอยู่ที่ราว 22.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 จุดที่หลายคนโฟกัสคือ ‘โครงสร้างรายได้’ ที่เริ่มเบ้ไปฝั่งมีมคอยน์อย่างชัดเจน บริการมีมคอยน์ Launchpad อย่าง ‘Pump.fun’ เพียงรายเดียวกวาดรายได้ช่วงสัปดาห์ล่าสุดไปถึง 9.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 40% ของรายได้ dApp ทั้งระบบบนโซลานา

เมื่อหันไปดูฝั่งอีเธอเรียม ภาพออกมาต่างกันพอสมควร รายได้รวมรายสัปดาห์จาก dApp บนเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่แถว 16 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 2% จากเดือนก่อน และส่วนใหญ่ไหลไปสู่โปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานดีไฟหลักอย่าง Sky, Flashbots, AAVE ซึ่งโฟกัสงานที่ต้องการความปลอดภัยและการกระจายศูนย์ในระดับสูง รายได้จึงมาจากดีมานด์ด้านดีไฟ ‘ค่าเพิ่มสูง’ มากกว่าจากกระแสเก็งกำไรมีมคอยน์และผู้เล่นรายย่อย

‘ความคิดเห็น’ หากสรุปให้สั้น โซลานากำลังพึ่งพาการใช้งานแบบระยะสั้นที่ขับเคลื่อนด้วยรีเทล มีมคอยน์ และ Launchpad มากเกินไป ขณะที่อีเธอเรียมวางฐานรายได้จาก TVL ขนาดใหญ่ และอุปสงค์จากดีไฟเชิงสถาบันที่หลากหลายกว่า โครงสร้างที่ต่างกันนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็น ‘ส่วนต่างด้านปัจจัยพื้นฐาน’ และ ‘ช่องว่างด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน’ ระหว่างสองเครือข่าย

ด้าน ‘ตลาดทุนดั้งเดิม’ ภาพของโซลานาก็ไม่ได้สดใสนัก แม้เครือข่ายจะมีความเร็วประมวลผลธุรกรรมสูง และมี TVL อยู่ในอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม แต่เมื่อลองดูตัวเลขเม็ดเงินที่ไหลเข้า ‘กองทุนโซลานา ETF’ ชื่อดังหลายเจ้ายังสะท้อนว่ากลุ่มสถาบันยังลังเล

ปัจจุบัน ETF โซลานาที่ออกโดยผู้เล่นอย่าง Bitwise, ฟิเดลิตี้, Grayscale, 21Shares, CoinShares, REX-Osprey มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) รวมราว 2.1 พันล้านดอลลาร์ ฟังดูอาจไม่น้อย แต่หากเทียบกับ AUM ของ ETF อีเธอเรียมที่ราว 15.8 พันล้านดอลลาร์แล้ว ยังตามหลังถึงประมาณ 86% ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ‘แค่’ ปริมาณธุรกรรมและ TVL บนเชน ยังไม่พอจะเปลี่ยนเป็น ‘ความไว้วางใจจากสถาบัน’ ได้แบบเต็มที่

ในตลาดยังมีมุมมองว่า ความคาดหวังต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของดีมานด์ dApp บนโซลานาเริ่มจางลงไป การเร่งเครื่องด้วยมีมคอยน์และ Launchpad จนร้อนแรงเกินไปอาจสร้าง ‘ความล้า’ ให้กับตลาด และกระทบความเชื่อมั่นต่อการมี ‘คิลเลอร์ dApp’ ที่รองรับการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง

เพื่อรีบูสต์โมเมนตัมรอบใหม่ หลายฝ่ายมองว่าต้องมี ‘เสาหลักดีมานด์ใหม่’ เข้ามาช่วย จุดที่ถูกพูดถึงบ่อยคือโครงสร้างพื้นฐานด้าน ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ และ ‘ตลาดพยากรณ์บนเชน’ เพราะจุดแข็งด้านความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำของโซลานานั้นเข้ากับงานที่ต้องรองรับธุรกรรมจำนวนมากและการประมวลผลข้อมูลบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม สนามนี้ไม่ได้มีแค่โซลานาลงเล่น อีเธอเรียมและเลเยอร์2 หลายตัว รวมถึงคอสมอส(ATOM), เนียร์โปรโตคอล(NEAR) ต่างก็กำลังเร่งพัฒนาในทิศทางเดียวกัน ทั้งศึกเทคโนโลยี เม็ดเงินนักพัฒนา และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ ทำให้โอกาสที่โซลานาจะ ‘ยึดหัวหาด’ ได้อย่างเด็ดขาดในเวลาอันสั้นดูจะไม่ง่ายนัก

มองจากสถานการณ์ตอนนี้ การหดตัวของตลาดอนุพันธ์โซลานา และการถดถอยของรายได้บนเชน เป็น ‘สัญญาณเตือน’ ที่ปฏิเสธไม่ได้ ระดับ 78 ดอลลาร์ถูกจับตาในฐานะ ‘แนวรับระยะสั้น’ ที่หากรับแรงขายรอบใหม่ไม่ไหว ก็อาจเปิดโอกาสให้เกิดการปรับฐานลงอีกระลอก แต่หากโซลานาสามารถค่อยๆ ขยับน้ำหนักจากโมเดลที่พึ่งพามีมคอยน์และรีเทล ไปสู่การใช้งานจริงในด้าน AI และตลาดพยากรณ์ได้สำเร็จ ก็ยังมีโอกาสพลิกกลับมาดึงดูด ‘ความสนใจจากตลาด’ ได้อีกครั้งในรอบใหม่เช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1