โครงการบล็อกเชนสายความเป็นส่วนตัว *นิลเลียน(Nillion)* ผู้พัฒนาเครือข่าย *นิลเชน(nilChain)* ประกาศยุติการใช้งานเชนที่สร้างบน *คอสมอส(Cosmos)* แบบเต็มรูปแบบ และหันไปโฟกัสกับระบบนิเวศ *อีเธอเรียม(Ethereum)* เพียงด้านเดียว การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับกระแส ‘ย้ายบ้าน’ ของโปรเจกต์ต่างๆ ออกจากคอสมอส ท่ามกลางตัวเลข *TVL* และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ถดถอยลงต่อเนื่อง
‘นิลเลียน’แจ้งผ่าน X เมื่อวันที่ 17 ว่า จะปิดเครือข่าย *นิลเชน* ที่สร้างด้วย Cosmos SDK อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 23 มีนาคมนี้ พร้อมแนะนำให้ผู้ถือโทเคน *NIL* โอนสินทรัพย์กลับไปยัง *อีเธอเรียม* ให้เรียบร้อยก่อนการ ‘เช็ตดาวน์’ เชน
เดิมทีนิลเชนถูกออกแบบมาเป็นเครือข่ายสาย *ความเป็นส่วนตัว* เน้น ‘การประมวลผลแบบปลอดภัย’ หรือ ‘secure computation’ สำหรับข้อมูลละเอียดอ่อนบนเชน แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมา โปรเจกต์ยังไม่สามารถดึงเคสใช้งานชัดเจน หรือสร้างดีมานด์ที่โดดเด่นภายในระบบนิเวศคอสมอสได้
อย่างไรก็ตาม การปิดเชนไม่ได้แปลว่าโปรเจกต์จะปิดตัว นิลเลียนยืนยันว่าจะย้ายโครงสร้างพื้นฐานและโปรโตคอลทั้งหมดจากคอสมอส ไปพัฒนาต่อบน *อีเธอเรียม* แทน
หลังประกาศไม่นาน ราคาโทเคน NIL ของนิลเชนพุ่งขึ้นมากกว่า 10% แตะราว 0.06 ดอลลาร์ (ประมาณ 8 บาท) ก่อนจะอ่อนลงมาบริเวณ 0.053 ดอลลาร์ (ประมาณ 8 บาท) ตามข้อมูลจาก *คอยน์เกโค(CoinGecko)*
แม้จะไม่ได้เป็นชื่อดังระดับเลเยอร์1–เลเยอร์2 กระแสหลัก แต่นิลเลียนถือเป็นโปรเจกต์ที่ระดมทุนได้ไม่น้อย ย้อนกลับไปเดือนธันวาคม 2022 นิลเลียนสามารถปิดรอบ Seed ระดมทุนได้ราว 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 290 ล้านบาท) นำโดยดีสทริบิวเต็ดโกลบอล(Distributed Global) โดยมี GSR มาร์เก็ต และ *แฮชคีย์(HashKey)* เข้าร่วมลงทุน
ต่อมาในเดือนตุลาคม 2024 นิลเลียนระดมทุนเพิ่มได้อีก 25 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 363 ล้านบาท) จากรอบที่นำโดย *แฮ็ก VC(Hack VC)* มีชื่อใหญ่อย่างมูลนิธิอาร์บิทรัม, เวิลด์คอยน์(Worldcoin), เซย์(Sei), แฮชคีย์ แคปิตอล และ *แอนิโมกา แบรนด์ส(Animoca Brands)* เข้าร่วม สะท้อนความคาดหวังต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความเป็นส่วนตัวและ *secure computation* ของโปรเจกต์
ถึงแม้เงินทุนจะแน่น แต่นิลเลียนก็เลือกเดินออกจากคอสมอส ทีมงานปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับ *ดิไฟแอนต์(The Defiant)* ทำให้ยังไม่มีเหตุผลอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี “ความคิดเห็น” ในตลาดส่วนใหญ่มองว่า การย้ายไปยัง *อีเธอเรียม* เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าไปอยู่ในระบบที่มีสภาพคล่อง ผู้ใช้ และนักพัฒนากระจุกตัวอยู่มากกว่า ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตและการใช้งานจริงของโปรเจกต์ในระยะยาว
การหันหลังให้คอสมอสของนิลเลียน เกิดขึ้นในช่วงที่คอสมอสกำลัง ‘รีเซ็ตทิศทาง’ ตัวเองอีกครั้ง ช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 คอสมอส ฮับตัดสินใจ *ล้มเลิก* แผนการเพิ่มฟังก์ชันสมาร์ตคอนแทรกต์แบบเนทีฟบนฮับโดยตรง โดยให้เหตุผลเรื่องต้นทุนสูง และดีมานด์จากนักพัฒนาที่ไม่มากพอ พร้อมแนะนำให้ทีมต่างๆ ไปสร้างแอปพลิเคชันบนเชนอื่นภายในระบบคอสมอสแทน
เมื่อยุทธศาสตร์ “สมาร์ตคอนแทรกต์บนฮับ” ถูกพับเก็บ แผนธุรกิจของหลายทีมจึงต้องถูกรื้อใหม่ ผลลัพธ์คือ เริ่มเห็นทั้งโปรเจกต์ที่ย้ายออกจากระบบนิเวศ และทีมที่ตัดสินใจลดขนาดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
โปรเจกต์โฟกัสสเต이블คอยน์อย่าง ‘โนเบิล(Noble)’ ประกาศเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ว่าจะออกจากคอสมอสไปสร้างเลเยอร์1 ที่รองรับ *EVM* ของตัวเอง โดยให้เหตุผลชัดเจนว่า “จะไปอยู่ในที่ที่มีผู้ใช้และนักพัฒนาแล้ว” ย้ำการเลือกเดินเข้าสู่โลกอีเธอเรียมอย่างเต็มตัว
ด้านเชนอย่าง *พริซึม(Pryzm)* และ *ควอซาร์(Quasar)* ก็มีทั้งประกาศปิดเชน หรือทำรีสตรักเชอร์ครั้งใหญ่ แสดงให้เห็นรูปแบบ ‘การเก็บของ’ ที่แตกต่างกันออกไป
แรงสั่นสะเทือนจากกรณี *เทรา(LUNA)–UST* ล่มสลายในปี 2022 ซึ่งสร้างผลกระทบหนักในไทยด้วย ยังทิ้งบาดแผลยาวนานให้กับคอสมอส โปรเจกต์จำนวนมากสะท้อนว่าในช่วงหลายปีหลังจากนั้น พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพคล่องที่ขาดแคลน ผู้ใช้กระจัดกระจาย และความยากลำบากในการดึงดูดนักพัฒนา ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยหนุนให้เกิด ‘การอพยพ’ ออกจากคอสมอส
“ความคิดเห็น” ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและทีมพัฒนาบางส่วนยังมองว่า โมเดล *อินเตอร์ออปเปอราบิลิตี้* ของคอสมอสยังมีความหมาย โดยเฉพาะสำหรับทีมที่โฟกัสการเชื่อมต่อระหว่างเชนและเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าดีไฟสายรีเทลขนาดใหญ่ ซึ่งยังมองว่าคอสมอสเป็นตัวเลือกที่ใช้การได้
แต่ตัวเลขในปัจจุบันไม่ได้ใจดีกับคอสมอสนัก ข้อมูลจาก *ดีไฟลามา(DefiLlama)* ระบุว่า TVL บนคอสมอส ฮับ ลดลงจากราว 2.65 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38 ล้านบาท) ลงมาเหลือแค่ราว 1.31 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 19 ล้านบาท) ในช่วงต้นเดือนนี้ แตะจุดต่ำสุดใหม่ของเครือข่าย
ฝั่งรายได้จากค่าธรรมเนียมก็ไม่สดใส เดือนมกราคมที่ผ่านมา คอสมอส ฮับมีรายได้ค่าธรรมเนียมรายเดือนประมาณ 218,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32 ล้านบาท) แต่ในบรรดา 11 โปรโตคอลที่ทำงานอยู่บนฮับ มีเพียง 4 โปรโตคอลเท่านั้นที่สร้างรายได้จริง
โทเคนกำกับดูแลของคอสมอส ฮับอย่าง *คอสมอส(ATOM)* เองก็กำลังเผชิญภาวะ “เหวี่ยงแรง” ข้อมูลจากคอยน์เกโคชี้ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ATOM ร่วงลงประมาณ 4% แต่ถ้าขยายกรอบเวลาเป็น 7 วัน กลับฟื้นขึ้นมากกว่า 18% ซึ่งสะท้อนภาพการปะทะกันของฝั่งซื้อ–ขายระยะสั้นและระยะยาว ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานของระบบนิเวศที่อ่อนแรงลง
การย้ายไป *อีเธอเรียม* ของนิลเชน ไม่ได้เป็นแค่การสลับเชนของโปรเจกต์เดี่ยวๆ แต่เป็นเหมือน ‘กระจก’ ส่องปัญหาเชิงโครงสร้างที่คอสมอสต้องเผชิญ เมื่อสภาพคล่อง ผู้ใช้ และนักพัฒนาทยอยไหลเข้าสู่ตระกูล EVM มากขึ้น คำถามใหญ่คือคอสมอสจะนิยามและรักษาจุดขาย ‘ระบบนิเวศเพื่อการเชื่อมต่อข้ามเชน’ ของตัวเองต่อไปอย่างไร
ในช่วงต่อจากนี้ การเคลื่อนตัวของโปรเจกต์อย่างโนเบิลและนิลเลียนที่ออกไปหาช่องทางใหม่ภายนอกคอสมอส จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน รวมถึงทีมโครงสร้างพื้นฐานและทีมคอร์ที่ยังอยู่ในคอสมอสจะสามารถสร้าง ‘เคสใช้งานเฉพาะทาง’ ที่แตกต่างได้มากน้อยเพียงใด จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ทิศทางของคอสมอสในระยะกลางถึงยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0