กองทุนคริปโตชื่อดังอย่าง ‘เกรย์สเกล(Grayscale)’ เดินหน้าเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเหรียญคาร์ดาโน ‘เอ이다(ADA)’ ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะตลาดขาลงของราคาเอ이다 แต่ทั้งข้อมูลออนเชนและความเคลื่อนไหวของกองทุนเริ่มส่งสัญญาณว่า ทั้งฝั่งสถาบันและนักลงทุนรายย่อยกำลังกลับมาสะสมเหรียญอีกครั้ง โดยหลายฝ่ายมองว่าการเพิ่มน้ำหนักของเกรย์สเกลสะท้อนความเชื่อมั่นต่อ ‘ปัจจัยพื้นฐานระยะยาว’ ของเครือข่ายคาร์ดาโนมากกว่ามองเพียงราคาระยะสั้น
เกรย์สเกล อินเวสต์เมนต์ส เพิ่งปรับสัดส่วนการถือครองเอ이다ภายในกองทุน ‘สมาร์ตคอนแทรกต์ ฟันด์’ ของตนขึ้นอีกครั้ง จากเดิมราว 19.50% เป็น 19.55% และล่าสุดขยับขึ้นแตะประมาณ 20.12% หมายความว่าในตะกร้าโทเคนกลุ่มสมาร์ตคอนแทรกต์ เอ이다มีน้ำหนักเกิน 20% แล้ว ขณะที่ตลาดรวมยังอยู่ในช่วงปรับฐาน การเลือกดันน้ำหนักของอัลต์คอยน์ตัวหนึ่งขึ้นมาถึงระดับนี้ จึงถูกมองว่าเกรย์สเกลกำลังจัดให้เอ이다เป็น ‘สินทรัพย์หลัก’ ในพอร์ตสมาร์ตคอนแทรกต์ของตน
ที่สำคัญ การเพิ่มน้ำหนักครั้งนี้ไม่ใช่ดีลแบบฉาบฉวย แต่เกิดหลังจากเพิ่งมีการซื้อเพิ่มในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า หมายถึงสถาบันรายใหญ่นี้กำลังเข้าซื้อเอ이다อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาห่างกันไม่มาก ซึ่งมักบ่งชี้ถึงมุมมองเชิงโครงสร้างต่อทิศทางเครือข่ายและแผนการพัฒนาด้านเทคโนโลยี มากกว่าจะเป็นเพียงการเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น
ฝั่งนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า กลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนเอิดาของเกรย์สเกลเชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางใหม่ของระบบนิเวศคาร์ดาโน นั่นคือ ‘ดีไฟบนบิตคอยน์(DeFi)’ หรือการดึงสภาพคล่องของบิตคอยน์เข้ามาทำงานบนเชนคาร์ดาโน ผ่านโครงสร้างค้ำประกันแบบไม่ต้องเชื่อใจตัวกลาง (ไม่รับฝากรวมศูนย์) และโมเดลสินเชื่อ–กู้ยืมที่อิงสเตเบิลคอยน์ แนวคิดหลักคือการหลีกเลี่ยงจุดอ่อนของดีไฟยุคแรกที่เสี่ยงถูกบังคับชำระบัญชีง่ายในตลาดผันผวน แล้วหันมาออกแบบโครงสร้าง ‘หลักประกันไม่ถูกล้างพอร์ต’ และรูปแบบการกู้ที่คาดการณ์ได้มากขึ้น
เลเยอร์สมาร์ตคอนแทรกต์ของคาร์ดาโนถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้โมเดลเหล่านี้ทำงานจริงได้ ตั้งแต่การดูแลเสถียรภาพของสินทรัพย์ค้ำประกัน การจัดการอัตราค้ำประกัน ไปจนถึงกลไกชำระคืนอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดถูกโปรแกรมและดำเนินการอย่างโปร่งใสบนเชน ด้วยเหตุนี้ ฝั่งกองทุนที่มองระยะยาวและบริหารเงินก้อนใหญ่จึงอาจให้ความสำคัญกับ ‘วิวัฒนาการเชิงโครงสร้าง’ เหล่านี้มากกว่ากราฟราคาในแต่ละวัน และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเอ이다เข้าพอร์ตแบบไม่ส่งเสียง
หากโมเดลดังกล่าวนิ่งและใช้งานได้จริง นักลงทุนสถาบันที่ต้องการ ‘สินเชื่อที่คาดเดาได้โดยไม่เสี่ยงโดนชำระบัญชี’ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากบิตคอยน์ที่ถืออยู่ อาจทยอยไหลเข้าสู่ดีไฟบนคาร์ดาโนมากขึ้น การที่เกรย์สเกลทยอยเก็บเอ이다จึงถูกตีความได้ว่าเป็นการวางตำแหน่งล่วงหน้าให้ทันกับเทรนด์ ‘สภาพคล่องบิตคอยน์ + สมาร์ตคอนแทรกต์คาร์ดาโน’ ที่อาจกลายเป็นธีมใหญ่ในรอบหน้า
ด้านกิจกรรมบนเชนของคาร์ดาโน แม้ภาพรวมตอนนี้จะดูอยู่ในช่วงพักฐาน แต่คนในวงการบางส่วนมองว่านี่เป็นสัญญาณของการ ‘คัดกรองโปรเจกต์’ มากกว่าจะเป็นการถดถอยโดยสมบูรณ์ มิเนนเทิน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของดีอีเอ็กซ์มินสว็อป(Minswap) เปิดเผยว่า หลังปี 2021 เป็นต้นมา จำนวนโครงการใหม่บนคาร์ดาโนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่มีโปรเจกต์ใหม่เปิดตัวนับร้อยต่อปี จนกลายเป็นช่วงบูมของอีโคซิสเต็ม มาถึงปัจจุบัน จำนวนโครงการที่เหลืออยู่ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงพีก
อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ ของมิเนนเทินคือสถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เขามองว่านี่คือช่วงที่โปรเจกต์ซึ่งมีแต่ตัวเลขและกระแส hype ค่อยๆ ถูกคัดออกไป เหลือเพียงโครงการที่สร้างคุณค่าจริงเท่านั้นที่อยู่รอด หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือ ‘มิดไนท์(Midnight)’ เชนสายความเป็นส่วนตัวบนคาร์ดาโน ซึ่งกำลังเน้นสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความเป็นส่วนตัวในระยะยาว โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบมากกว่าเล่นกับราคาในช่วงสั้น จึงไม่ใช่โปรเจกต์ที่จะมียอดตัวเลขหวือหวาในทันที แต่มีโอกาสจับพื้นที่สำคัญด้าน ‘โครงสร้างพื้นฐานความเป็นส่วนตัว’ ในอนาคต
แนวโน้มนี้ทำให้หลายคนมองว่า คาร์ดาโนกำลังเปลี่ยนจุดโฟกัสจาก ‘การเติบโตเชิงปริมาณ’ ไปสู่ ‘การเติบโตเชิงคุณภาพ’ ตัวเลขจำนวนโปรเจกต์ที่ลดลงอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีพออีกต่อไป หากไม่มองลงลึกว่าโปรเจกต์แบบไหนที่ยังอยู่ และกำลังวางรากฐานโครงสร้างอะไรให้กับเครือข่ายในระยะยาว
ด้านราคา เอ이다(ADA) ล่าสุดซื้อขายแถวโซน 0.27 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งยังห่างจากระดับสูงกว่า 1 ดอลลาร์ที่เคยทำได้ในอดีตมาก ภาพในกรอบเวลาสั้นย่อมสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่การที่เกรย์สเกลยังคงทยอยเพิ่มสัดส่วนเอิดาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ามี ‘ทุนระยะยาว’ ที่เลือกสะสมโดยไม่สนใจความผันผวนระยะสั้นของราคา
ในอีกด้าน คาร์ดาโนเองก็กำลังเผชิญทั้งสัญญาณชะลอตัวจากตัวชี้วัดบนเชนและจำนวนโปรเจกต์ที่ลดลง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าปูทางโครงสร้างสำหรับวัฏจักรถัดไป ทั้งดีไฟบนบิตคอยน์ เลเยอร์ความเป็นส่วนตัว และโมเดลสินเชื่อที่ลดความเสี่ยงการถูกชำระบัญชี หากยอมรับว่ากองทุนสถาบันมักขยับตาม ‘การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง’ มากกว่าตามกราฟราคา การเพิ่มน้ำหนักเอิดาของเกรย์สเกลอาจถูกตีความได้ว่าเป็นหนึ่งใน ‘โหวตความเชื่อมั่น’ ต่อทิศทางระยะยาวของระบบนิเวศคาร์ดาโน
อย่างไรก็ดี เครือข่ายที่เติบโตไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องเดินไปในจังหวะเดียวกันเสมอไป ยังมีปัจจัยเปิดอยู่ทั้งในเรื่องกฎระเบียบ ดีไฟ ความปลอดภัย และดีมานด์บนเชนในฝั่งใช้งานจริง นักลงทุนจึงอาจต้องจับตาดูต่อไปว่า เอิดาและคาร์ดาโนจะต่อยอดออกมาเป็น ‘เคสการใช้งาน’ และ ‘รูปแบบรายได้’ แบบไหนในโลกจริง มากกว่าจะมองเพียงมุมบวกหรือมุมลบทางเดียวต่อเหรียญนี้ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0