บิตคอยน์(BTC) ถูกประเมินว่าจะทำ ‘จุดต่ำสุด’ รอบใหม่ที่ราว 3만4,000달러(ประมาณ 4,924.9 ล้านวอน) ในช่วงเดือนตุลาคม 2026 หลังจากปรับฐานลึกสุดราว -72% จากจุดสูงสุด ตามมุมมองของนักวิเคราะห์เทคนิคชื่อดัง โทนี เซเบริโน ผู้เคยคาดเดาจุดยอดรอบกระทิงก่อนหน้าแถว 12만6,000달러(ประมาณ 18.2511 ล้านวอน) ได้อย่างแม่นยำ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เซเบริโนเข้าร่วม X(เดิม ทวิตเตอร์) สเปซรายการ ‘마켓 토크(Market Talk)’ ในฐานะแขกรับเชิญ และเปิดเผย ‘กรอบราคาก้นเหวอย่างเป็นทางการ’ ของบิตคอยน์ ทั้งเรื่องจุดสิ้นสุดขาลง รอบระยะเวลา ราคาที่คาดการณ์ และขนาดการปรับฐานสูงสุด เขาเป็น ‘공인시장기술사(CMT)’ ที่วิเคราะห์ตลาดผ่าน ‘วัฏจักร(Psychological Cycle)’, ‘รูปแบบราคา(Pattern)’, และ ‘พฤติกรรมนักลงทุน’ อีกทั้งยังเคยได้รับความสนใจจากการชี้ล่วงหน้าว่าช่วงต้นปี 2025 ซึ่งสอดคล้องกับการเข้ารับตำแหน่งของ ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ จะเป็นจุดสูงสุดรอบใหม่ของบิตคอยน์
‘ความคิดเห็น’ การเชื่อมโยงการเมืองสหรัฐฯ กับวัฏจักรคริปโต ทำให้มุมมองของเซเบริโนถูกจับตาเป็นพิเศษ
‘비트코인, 2026년 10월 3만4,000달러서 바닥’…최대 -72% 조정 가정
เซเบริโนมองว่าขาลงรอบนี้ของบิตคอยน์มีโอกาสสูงที่จะสิ้นสุดลงช่วง “ปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงราวเดือนตุลาคม 2026” โดยมีจุดตั้งต้นสำคัญคือ ‘최대 낙폭(Max Drawdown)’ ของบิตคอยน์ในแต่ละรอบกำลังค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
เขาย้อนทบทวน 4 ขาลงหลักในอดีตของบิตคอยน์ รอบแรกบิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดลงมาประมาณ -94% ขาลงปี 2014 ลดลงราว -86% ขณะที่ปี 2018 มี ‘최대 낙폭’ แถว -84% ส่วนรอบล่าสุดซึ่งผ่านเหตุการณ์ล่มสลายของ FTX พอดีกับที่ตลาดหยุดร่วงบริเวณ -78% จากจุดสูงสุด
เซเบริโนนำตัวเลขเหล่านี้มาวิเคราะห์ผ่านแนวคิด ‘선형 감쇠(linear decay)’ หรือการที่ ‘ความผันผวนสูงสุด’ ค่อย ๆ อ่อนแรงลงตามกาลเวลา แต่ยังคงความแกว่งรุนแรงในระดับเฉพาะตัวของบิตคอยน์อยู่ หากลากเส้นเชื่อมอัตราการร่วง -94%, -86%, -84% และ -78% แบบเชิงเส้น จะได้ ‘최대 낙폭’ ทางทฤษฎีของรอบถัดไปแถว -72% ถึง -74%
เขาเลือกใช้ขอบล่างเชิงอนุรักษ์นิยมที่ ‘-72%’ มาเป็นฐานในการคำนวณ ทำให้ได้ ‘ราคาเป้าก้นเหว’ ของรอบนี้ที่ประมาณ 3만4,000달러 พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ จากสถิติเท่านั้น แต่ยังสอดรับกับสัญญาณเชิงเทคนิคด้วย
ด้านเทคนิค เซเบริโนชี้ว่าบริเวณ 3만4,000달러 ตรงกับระดับ ‘0.618 피보나치 되돌림’ หรือการย่อตัวคืน 61.8% ของคลื่นขาขึ้นก่อนหน้า ซึ่งตามทฤษฎีฟิโบนัชชี ระดับนี้มักทำหน้าที่เป็น ‘แนวรองรับหลัก’ ของวัฏจักรระยะยาว และมีโอกาสที่แรงซื้อจะรวมตัวกันอย่างมีนัยสำคัญ
‘ความคิดเห็น’ การที่ระดับราคาเดียวกันถูกยืนยันทั้งจาก ‘สถิติการร่วงสูงสุด’ และ ‘ฟิโบนัชชี’ ทำให้ 3만4,000달러 กลายเป็นจุดอ้างอิงทางจิตวิทยาที่ทรงน้ำหนักในมุมมองนักเทรดเทคนิคจำนวนมาก
ไซเคิล·แพตเทิร์น·จิตวิทยา…“สำคัญกว่าคือ ‘กรอบคิดที่สม่ำเสมอ’ ไม่ใช่การทายเป๊ะ”
เซเบริโนระบุชัดว่าการวิเคราะห์ของเขา “ไม่ใช่การเดาวันและราคาตรง ๆ แบบหมอดู” แต่เป็นการสร้าง “กรอบความน่าจะเป็น” บนฐานข้อมูลเชิงสถิติและสัญญาณเทคนิค อย่างไรก็ตาม ผลงานในรอบก่อนก็เพียงพอจะทำให้ตลาดหันมาจับตา
ในรอบกระทิงที่ผ่านมา เขาเคยชี้ว่า “ช่วงต้นปี 2025 ซึ่งสอดคล้องกับการเข้ารับตำแหน่งของ ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’” จะเป็นหนึ่งใน ‘ตัวเต็งจุดสูงสุดวัฏจักร’ ของบิตคอยน์ โดยหากมองผ่านกราฟเทียบ ‘บิตคอยน์เทียบทองคำ’ ช่วงดังกล่าวกลายเป็นจุดพีกด้านมูลค่าสัมพัทธ์จริง อีกทั้งหากดูกราฟ BTCUSD เทียบดอลลาร์ ช่วงนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเฟสขาลงอย่างเด่นชัดในสายตานักวิเคราะห์หลายราย
เขายังใช้สัญญาณ ‘TD(톰 디마크) 매수’ บนกราฟรายสัปดาห์ในเดือนเมษายน 2025 เพื่อคาดการณ์ “การดีดตัวสั้น ๆ” ของราคา ซึ่งต่อมาบิตคอยน์ก็พุ่งขึ้นอีกครั้งไปทำจุดยอดบริเวณ 12만6,000달러 ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2025 ก่อนที่เขาจะออกมาเตือนว่า “นี่คือยอดอีกลูกหนึ่ง”
เซเบริโนเปิดเผยว่า เขาใช้จังหวะดังกล่าวเปิด ‘숏 포지션’ อย่างเข้มข้นและสามารถทำกำไรในระดับ “สถิติส่วนตัว” ได้สำเร็จ
เซเบริโนสรุปมุมมองว่า “แม้ความลึกของการปรับฐานจะลดลงตามแต่ละรอบ แต่ตลาดนี้ก็ยังต้องเผื่อใจรับการย่อตัวราว -70% อยู่ดี” พร้อมแนะนำให้นักลงทุน “อย่าจดจำแค่ตัวเลขราคาแบบเป๊ะ ๆ แต่ควรมี ‘ความคาดหวังที่สมเหตุสมผล’ ต่อทั้งความลึกและระยะเวลาขาลง”
‘ความคิดเห็น’ การมี ‘เฟรมเวิร์ก’ ที่ยึดโยงกับสถิติและพฤติกรรมราคาแทนการล่าเป้าตัวเลขเพียงจุดเดียว เป็นแนวทางที่ลดอคติและอารมณ์ได้มากสำหรับนักลงทุนรายย่อย
13,000% จาก 숏 포지션…เทรดเดอร์ ‘ของจริง’ ที่ถูกตรวจสอบได้
อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้มุมมองราคา ‘บิตคอยน์’ ของเซเบริโนถูกจับตา คือ ‘ผลงานเทรดจริง’ ของเขาสามารถตรวจสอบจากภายนอกได้อย่างโปร่งใส
เซเบริโนทำหน้าที่เป็นเมนเทอร์บนแพลตฟอร์มด้านการลงทุนและโซเชียลเทรดดิ้ง ‘슬라이스 앱(Slice App)’ ที่ออกแบบระบบให้ ‘ไม่สามารถแก้ไขหรือดบโพสต์และไอเดียการเทรดย้อนหลังได้’ ทำให้ความเป็นไปได้ในการ “ปรับย้อนหลัง” หรือ “ลบโพสต์ที่พลาด” แทบเป็นศูนย์
ด้วยโครงสร้างนี้ ผลการเทรดในอดีตและอัตราผลตอบแทนของเซเบริโนจึงถูกเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งจุดเปิดปิดสถานะ ราคา เวลา และเลเวอเรจ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ว่าช่วงใดเขาเทรดอะไรและผลออกมาอย่างไร
จากข้อมูลที่เปิดเผย เขาเคยทำอัตราผลตอบแทนสูงสุดถึง ‘1만3,000%’ จากการใช้เลเวอเรจเปิด 숏 포지션 ในบิตคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีอื่น ๆ ขณะเดียวกัน หากไม่นับเลเวอเรจ ผลงานในตลาดอ้างอิงและอนุพันธ์ก็โดดเด่น โดยเฉพาะการเทรด ‘เงิน(실버)’ ที่สร้างผลตอบแทนมากกว่า 183% ซึ่งทำให้เขาติดอันดับ ‘เมนเทอร์ผลตอบแทนสูงสุด’ บนแพลตฟอร์มดังกล่าว
โครงสร้างที่ทำให้ทุกดีลถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ยังคงรักษาผลลัพธ์ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่หลายฝ่ายมองว่า ‘เพิ่มน้ำหนัก’ ให้กับการคาดการณ์จุดต่ำสุดรอบใหม่ของบิตคอยน์ครั้งนี้
บทเรียนสำหรับนักลงทุนบิตคอยน์
สมมติฐาน ‘บิตคอยน์ทำก้นที่ 3만4,000달러 ช่วงตุลาคม 2026 หลังถูกกดราว -72%’ ของเซเบริโน จะถูกพิสูจน์โดยตลาดในอีก 1–2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การที่ ‘최대 낙폭’ ในแต่ละวัฏจักรมีแนวโน้มลดลง และโซนราคาที่เขาระบุยังซ้อนทับกับระดับฟิโบนัชชีสำคัญ ทำให้มุมมองนี้ถูกมองว่าเป็น ‘หนึ่งในสมมติฐานที่มีเหตุมีผล’ สำหรับนักลงทุนระยะกลาง–ยาว
ตลาดบิตคอยน์ยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคโลก กฎระเบียบใหม่ ๆ นโยบายจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ รวมถึงโครงสร้างสถานะในตลาดอนุพันธ์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถกระตุ้นความผันผวนระยะสั้นได้อย่างรุนแรง แม้เช่นนั้น ความพยายามสร้าง ‘กรอบราคา-เวลา’ จากไซเคิล แพตเทิร์น และสถิติแบบที่เซเบริโนทำ ก็ได้รับการมองว่า ช่วยให้นักลงทุนรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความหวังเกินจริง’ กับ ‘ความกลัวเกินเหตุ’ ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ของเขาก็เป็นเพียง ‘หนึ่งในหลายฉากทัศน์’ ไม่ได้มีหลักประกันว่าราคาบิตคอยน์จะต้องย่อลึกถึงโซนดังกล่าวเสมอไป นักลงทุนไทยและต่างประเทศจึงควรใช้บทวิเคราะห์ลักษณะนี้เป็นเพียง ‘ข้อมูลประกอบ’ มากกว่าจะเชื่อแบบสุดขั้ว พร้อมประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้ ปรับสัดส่วนพอร์ต และเลือกกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของตนเอง
‘ความคิดเห็น’ ในตลาดที่ผันผวนอย่างบิตคอยน์ การรักษาวินัยและการบริหารความเสี่ยงอาจมีความสำคัญไม่แพ้การหา ‘จุดเข้าออกที่ดีที่สุด’ นักลงทุนน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า หากนำมุมมองของเซเบริโนไปต่อยอดสร้างกรอบการตัดสินใจของตนเอง แทนที่จะใช้เป็นคำทำนายแบบตายตัว
ความคิดเห็น 0