Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) ยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนพุ่ง–สถาบันแห่ซื้อผ่าน ETF สปอต

อีเธอเรียม(ETH) กลับมายืนเหนือแนวจิตวิทยา 2,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) เพิ่มขึ้นกว่า 8% ภายในวันเดียว สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นทั่วทั้งตลาดคริปโต แต่สัญญาณจากข้อมูล ‘ออนเชน’ และตลาดอนุพันธ์กลับชี้ว่าความผันผวนของอีเธอเรียมกำลังเร่งตัวเข้าสู่ ‘ช่วงไม่เสถียร’ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของราคาในระยะสั้น

ในวันดังกล่าว อีเธอเรียมสามารถยึดระดับ 2,000 ดอลลาร์ที่ถือเป็น ‘แนวจิตวิทยาหลัก’ ไว้ได้ และยังรักษาโมเมนตัมเชิงบวกเอาไว้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การดีดตัวแรงในเวลาอันสั้นทำให้การแกว่งตัวของราคาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตลาดเริ่มจับตาว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ จะต่อยอดเป็นการ ‘เบรกขึ้นอย่างมีทิศทาง’ หรือสุดท้ายจะกลับไปติดอยู่ในกรอบราคาแบบเดิมอีกครั้ง

‘ความคิดเห็น’ ระดับ 2,000 ดอลลาร์ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขสวย ๆ แต่เป็นเส้นแบ่งอารมณ์ของทั้งฝั่งกระทิงและฝั่งหมี การยืนเหนือระดับนี้ได้ท่ามกลางความผันผวนที่พุ่งสูง มักเป็นช่วงที่ตลาดเริ่มกำหนดทิศทางรอบใหม่ของราคา

‘ความผันผวนพุ่ง’ สัญญาณว่า “ตลาดเงียบ” ใกล้จบรอบ

ตามข้อมูลจากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) 30 วัน Realized Volatility หรือ ‘ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง’ ของอีเธอเรียมในตลาดไบแนนซ์ พุ่งขึ้นมาที่ราว 0.97 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2025 เป็นต้นมา ตัวเลขนี้สะท้อนว่าช่วง ‘ตลาดนิ่งเงียบ’ ตลอดหลายสัปดาห์ก่อนหน้าเริ่มสิ้นสุดลง และช่วงการแกว่งตัวของราคาในแต่ละวันกำลังขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ระดับราคาปัจจุบันของอีเธอเรียมก็อยู่ในโซนที่น่าสนใจ เพราะกำลังเทรดอยู่บริเวณ ‘โซนรับกลาง’ ที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญมาหลายครั้ง เมื่อรวมกับภาพของราคาที่กำลังแกว่งตัวในลักษณะไซด์เวย์ (คอนโซลิเดชัน) ท่ามกลางความผันผวนที่สูงขึ้น จึงกลายเป็นสนามประลองที่ฝั่งซื้อและฝั่งขายขับเคี่ยวกันอย่างสูสี นักเทรดจำนวนมากจึงเลือก ‘จัดระเบียบพอร์ตใหม่’ เพื่อเตรียมรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่อาจตามมา

คริปโตควอนต์มองว่าการขยายตัวของความผันผวนรอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “สัญญาณรบกวนระยะสั้น” แต่เป็นลักษณะเฉพาะของช่วง ‘การรีไพรซิง (repricing)’ หรือช่วงที่ตลาดพยายามประเมินมูลค่าใหม่เชิงโครงสร้าง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตลาดกำลังทยอยย้ายจากสภาพ ‘ความผันผวนต่ำ’ ไปสู่เฟสที่อ่อนไหวและไม่แน่นอนมากขึ้น

หากความผันผวนยังเดินหน้าสูงต่อ ขณะที่ราคาก็เคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน โอกาสที่จะเกิด ‘การเบรกออกจากกรอบ’ อย่างรุนแรงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ถ้าความผันผวนสูงขึ้นโดยที่ราคายังไม่สร้างแนวโน้มที่ชัด อีเธอเรียม(ETH) ก็มีสิทธิ์สูงที่จะเคลื่อนไหวในกรอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าตลาดจะได้รับ “ตัวเร่งความเชื่อมั่น” ชุดใหม่

ในรอบวัฏจักรที่ผ่านมา หลายครั้งที่การพุ่งขึ้นของความผันผวนกลายเป็น ‘สัญญาณก่อนหน้า’ ของการวิ่งขึ้นรอบใหญ่ ทำให้มีเสียงประเมินจากในตลาดว่า อีเธอเรียมอาจกำลังยืนอยู่ใกล้จุด ‘เปลี่ยนเฟส’ ของรอบนี้แล้ว

ฝั่งนักวิเคราะห์บางรายยังชี้ด้วยว่า ปัจจุบันอีเธอเรียมกำลังเคลื่อนไหวในบริเวณที่เรียกว่า ‘โซนดีมานด์ 5 ปี’ หรือช่วงราคาที่ในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ฝั่งผู้สะสมมักแข็งแกร่งกว่าฝั่งผู้ขายออก เป็นช่วงที่แรง ‘สะสม (accumulation)’ มักจะเด่นกว่าแรงเทขาย

ด้านตัวชี้วัดออนเชนก็ให้น้ำหนักไปทาง ‘ยังไม่ร้อนแรงเกินไป’ มากกว่าโซนฟองสบู่ ข้อมูลจากซานติเมนท์(Santiment) ระบุว่าอีเธอเรียมมีค่า 30 วัน MVRV (อัตราส่วนมูลค่าตลาดเทียบกับมูลค่าที่รับรู้แล้ว) อยู่ที่ราว -5.5% หมายความว่า นักลงทุนที่ซื้อในช่วง 30 วันที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยแล้วยังคงอยู่ในสถานะ ‘ขาดทุนเล็กน้อย’ จึงถูกตีความว่า ยังไม่ใช่สัญญาณจุดสูงสุดในทางเทคนิค แต่เป็นโซนที่ ‘ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk-reward)’ เริ่มเอียงมาทางฝั่งผู้ซื้อมากขึ้น

‘ความคิดเห็น’ ค่า MVRV ที่ติดลบเล็กน้อย มักสัมพันธ์กับช่วงที่ตลาดกำลังสะสมพลัง มากกว่าช่วงที่ทุกคนกำไรล้นมือและพร้อมขายทิ้ง จึงเป็นตัวเลขที่นักลงทุนระยะกลาง–ยาวให้ความสนใจเป็นพิเศษ

กระแสเงินไหลเข้า ETF หนุนดีมานด์สถาบัน

ฝั่งสถาบันเริ่มกลับมาแสดงความต้องการถือครองอีเธอเรียม(ETH) ชัดเจนขึ้น เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) กองทุน ETF อีเธอเรียมแบบ ‘สปอต’ ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกันกว่า 157 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบราวหนึ่งเดือน หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,427.20 วอน จะเทียบเท่าประมาณ 224,000 ล้านวอน

กองทุนที่โดดเด่นที่สุดในวันดังกล่าวคือ FETH ของฟิเดลิตี(Fidelity) ที่มียอดไหลเข้า 62 ล้านดอลลาร์ หรือราว 88,500 ล้านวอน ตามมาด้วยกองทุน ETHE ของเกรย์สเกล(Grayscale) ที่มีเงินไหลเข้า 33.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 48,300 ล้านวอน) และกองทุน ETHA ของแบล็คร็อก(BlackRock) ที่มียอดไหลเข้า 31 ล้านดอลลาร์ (ราว 44,300 ล้านวอน)

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยมองว่ากระแสเงินไหลเข้า ETF เหล่านี้ อาจไม่ได้นำไปสู่การดันราคาอีเธอเรียม(ETH) แบบฉับพลันทันที แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญคือ ‘ช่องทางการเข้าถึงของสถาบัน’ ที่กว้างขึ้น และ ‘ฐานอุปสงค์ (demand base)’ ที่หนาขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ ETF สปอตให้ใช้

อย่างไรก็ตาม เมื่อประกอบภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทั้งการกลับมายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ ความผันผวนที่เร่งตัวขึ้น และเงินทุนจากฝั่งสถาบันที่เริ่มกลับเข้ามา ตลาดกำลังเดินเข้าสู่จุดทดสอบสำคัญว่า การฟื้นตัวครั้งนี้ของอีเธอเรียม(ETH) จะพัฒนาเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ หรือเป็นเพียง ‘ฉากเปิด’ ของช่วงตลาดผันผวนที่อาจกินเวลายาวนาน

‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้เล่นระยะสั้น ความผันผวนที่สูงขึ้นหมายถึงทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น พร้อมกัน ส่วนผู้ถือระยะยาวมักโฟกัสไปที่ภาพใหญ่ของดีมานด์สถาบันและโซนสะสมมากกว่าการแกว่งตัวในแต่ละวัน แต่ในทุกกรณี การบริหารความเสี่ยงและขนาดสถานะยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดผลลัพธ์ของการลงทุนในอีเธอเรียม(ETH) ในช่วงที่ตลาดอยู่ใน ‘โหมดรีไพรซิง’ เช่นตอนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1