อีเธอเรียม(ETH) ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ ‘จิตวิทยา’ 2,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง โดยราคาล่าสุดแกว่งตัวแถวบริเวณ 1,955 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายและความไม่แน่นอนที่กดดันทั้งตลาด แม้จะมีความพยายามรีบาวด์เป็นระยะ แต่สภาพคล่องเริ่มตึงตัวและบรรยากาศการลงทุนเอนเอียงไปทาง ‘ระมัดระวัง’ มากขึ้น
ในช่วงที่ตลาดกำลังชั่งใจ ทิศทางของอีเธอเรียม(ETH) กลับยิ่งน่าจับตาเมื่อปริมาณโทเคนที่ไหลเข้าไปยัง ‘ไบแนนซ์(Binance)’ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามรายงานของ ‘คริปโตควนต์(CryptoQuant)’ ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา มียอดอีเธอเรียมไหลเข้าไบแนนซ์รวมราว 33.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,441.10 วอน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 15 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน
ปกติแล้วเมื่อตลาดเห็นการไหลเข้าของเหรียญจำนวนมากสู่กระดานเทรดขนาดใหญ่ ก็มักถูกตีความว่า ‘อุปทานที่พร้อมขาย’ กำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีเธอเรียม(ETH) มุ่งหน้าเข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลกอย่างไบแนนซ์ การเคลื่อนย้ายเหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับการขายสปอต การนำไปเป็นมาร์จิ้นในตลาดอนุพันธ์ หรือการปรับพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ ซึ่งล้วนเพิ่มโอกาสให้ ‘ความผันผวนระยะสั้น’ ขยายตัว
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง ‘คริปโตควนต์(CryptoQuant)’ ชี้ว่า การมองการไหลเข้านี้เป็น ‘สัญญาณลบแบบตรงไปตรงมา’ อาจเร็วเกินไป เพราะการส่งเหรียญเข้าเว็บเทรด ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือพร้อมเทขายทันทีเสมอไป แต่ยังอาจสะท้อนถึงกลยุทธ์การเทรดเชิงรุกในสภาวะผันผวน การทำเฮดจ์(ป้องกันความเสี่ยง) หรือการจัดสรรสินทรัพย์ใหม่ในเชิงยุทธศาสตร์
ในอดีตเคยมีหลายครั้งที่โทเคนไหลเข้าเว็บเทรดเพิ่มขึ้นแรง แต่ราคากลับไม่ดิ่งต่อทันที หากมีกำลังซื้อรอรับมากพอ แนวโน้มอาจไม่ใช่การร่วงลง แต่เป็นการ ‘แกว่งตัวในกรอบ’ หรือการสะสมฐานแทน นั่นหมายความว่า ทิศทางราคาของอีเธอเรียม(ETH) ในระยะต่อไป อาจถูกกำหนดโดยภาพรวมสภาพคล่องในตลาด การเอนเอียงของสถานะอนุพันธ์ และบรรยากาศเศรษฐกิจมหภาค มากกว่าจะเป็นเพียงตัวเลขการไหลเข้าเพียงอย่างเดียว
ด้านเทคนิค อีเธอเรียม(ETH) ยังซื้อขายต่ำกว่าระดับ 2,000 ดอลลาร์ ทำให้โครงสร้างราคาโดยรวมถูกมองว่า ‘เปราะบาง’ ตั้งแต่ไม่สามารถยืนเหนือโซน 4,800 ดอลลาร์ ซึ่งเคยถูกมองเป็นจุดสูงสำคัญระยะกลาง แนวโน้มที่ตามมาคือรูปแบบ ‘ขาลงคลาสสิก’ ที่ทั้งยอดสูงสุดและจุดต่ำสุดไล่ลดลงทีละขั้น
อีกแรงกดดันคือ ราคายืนอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลัก ๆ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นแนวรับในช่วงขาขึ้น แต่เมื่อเส้นเหล่านี้เริ่มหักหัวลง ก็เปลี่ยนสถานะเป็นแนวต้านแทน การดีดตัวไม่ผ่านบริเวณ 3,000 ดอลลาร์ยิ่งกลายเป็นจุดกลับตัวที่เพิ่มแรงขาลงเข้าไปอีก ด้านปริมาณการซื้อขายก็ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงบูมก่อนหน้า บ่งชี้ว่า ‘แรงเก็งกำไร’ แผ่วลง ทว่าในอีกมุมหนึ่งก็อาจหมายถึงแรงขายส่วนใหญ่ถูกระบายออกไปแล้ว และตลาดอาจเข้าสู่ช่วงความผันผวนต่ำหากแรงเทขายใหม่ไม่ตามมา
ระดับราคาที่ตลาดกำลังเพ่งเล็งในตอนนี้อยู่ที่โซน 1,800–1,900 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นบริเวณที่มีการซื้อขายหนาแน่นมาก่อน จึงถูกจับตาเป็น ‘แนวรับระยะสั้น’ หากโซนนี้ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน ความกังวลว่าราคาอาจย่อลึกลงไปอีกก็จะทวีขึ้น ในทางกลับกัน ฝั่งวิเคราะห์มองว่าอีเธอเรียม(ETH) ต้องสามารถดึงตัวกลับไปเหนือ 2,200–2,400 ดอลลาร์ พร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น จึงจะเริ่มเปลี่ยนภาพตลาดให้ ‘เป็นกลาง’ หรือเริ่มดู ‘สร้างสรรค์’ มากขึ้น
ท้ายที่สุด ปรากฏการณ์อีเธอเรียม(ETH) ไหลเข้าไบแนนซ์ทะลุ 33.3 พันล้านดอลลาร์ครั้งนี้ จึงถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าเหรียญกำลังเข้าสู่ ‘โซนเปราะบาง’ ของโครงสร้างราคา มากกว่าจะเป็นสัญญาณบวกหรือลบข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน คำถามสำคัญคือ อุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้จะกลายเป็นแรงขายจริง ๆ หรือจะถูกดูดซับโดยฝั่งซื้อและถูกจัดสรรใหม่ในมือผู้เล่นรายอื่น ‘ความคิดเห็น’ คือ ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้จะเป็นจุดตัดสินว่าอีเธอเรียม(ETH) จะหลุดลงไปลึกกว่านี้ หรือกลับเข้าสู่เฟสสะสมฐานเพื่อเตรียมเคลื่อนตัวรอบใหม่ในอนาคต
ความคิดเห็น 0