บิตคอยน์(BTC) ในฐานะ ‘ดิจิทัลโกลด์’ กำลังถูกตั้งคำถามอีกครั้ง หลังจาก ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างราคาบิตคอยน์และทองคำอ่อนแรงลงอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้สมมติฐานที่ว่าทั้งสองสินทรัพย์จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเริ่มหมดพลังในสายตานักลงทุน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) จู กียอง(Ju Ki-young) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ ระบุว่า ตอนนี้บิตคอยน์(BTC) “ไม่ได้อยู่ในโหมด ‘ดิจิทัลโกลด์’ แล้ว” โดยให้เหตุผลว่า ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างบิตคอยน์และทองคำได้ “ถ่างออกจากกันอย่างมาก” ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
‘ความสัมพันธ์’ จากเดินคู่ สู่สวนทาง… จุดเปลี่ยนปลายปี 2024
หากมองกราฟราคาบิตคอยน์และทองคำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นจุดเปลี่ยนค่อนข้างชัดเจน ระหว่างปี 2022 จนถึงครึ่งแรกของปี 2024 ค่าสหสัมพันธ์ของทั้งสองสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในโซนบวก (+) แม้บิตคอยน์จะถูกมองเป็น ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ขณะที่ทองคำเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ แต่ในภาพใหญ่แล้ว ทั้งคู่มักจะขยับขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม บริเวณช่วงปลายปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงก่อน–หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นจุดพลิกผันสำคัญ ค่าสหสัมพันธ์ของทั้งสองสินทรัพย์ร่วงลงมาอยู่ในโซนลบ (-) เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนภาวะ ‘หลุดโซ่’ ของการเคลื่อนไหวราคาในตลาด ขณะนั้นบิตคอยน์(BTC) ทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นตามไม่ทัน
ต่อมาเมื่อราคาทองคำเร่งตัวขึ้นในภายหลัง ค่าสหสัมพันธ์ของทั้งสองสินทรัพย์ก็ฟื้นกลับขึ้นมาแถวระดับ 0.5 ช่วงไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ปี 2025 แต่จากจุดนั้นเป็นต้นมา โครงสร้างตลาดคริปโตเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง ในขณะที่ตลาดทองคำกลับเดินหน้าในแนวโน้มขาขึ้นอย่างมั่นคง ทำให้ช่องว่างระหว่างสองสินทรัพย์ถูกประเมินว่า “กว้างขึ้นอีกระลอก”
10 ตุลาคม ‘วันแดงเดือด’ ของ BTC – ทองคำกลับทำสถิติสูงสุดใหม่
ตามรายงาน บิตคอยน์(BTC) เจอแรงเทขายอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 จนหลายฝ่ายมองว่าเป็นวันที่ “เปลี่ยนโครงสร้าง” ของทั้งตลาดคริปโตภายในวันเดียว มูลค่าการชำระบัญชี (liquidation) รวมตลอด 24 ชั่วโมงในตลาดอนุพันธ์พุ่งขึ้นถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27.398 แสนล้านวอน หรือคิดเป็นราว 27.4 ล้านล้านบาท หากใช้อัตรา 1 ดอลลาร์ = 1,442 วอน)
หลังจากนั้น บิตคอยน์ก็ไม่สามารถกลับไปแตะระดับราคาสูงสุดเดิมได้อีก และเข้าสู่ภาวะอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยในช่วงเวลาที่มีการรายงานข่าว ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่แถว 63,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 9.0846 หมื่นดอลลาร์เกาหลี หรือราว 2.2–2.3 ล้านบาท ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมราว 50%
ด้านทองคำ ภาพแทบจะตรงกันข้าม ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ราวปลายเดือนมกราคม บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ต่อหน่วย แม้จะมีจังหวะย่อลงอย่างรวดเร็วไปแถว 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็น ‘การย่อตัวผิดปกติ’ แต่โดยรวมแล้วราคายังคงทรงตัวอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ หรือใกล้เคียงค่อนข้างยาวนาน
เมื่อเทียบกับระดับราว 4,000 ดอลลาร์ในวันที่ 10 ตุลาคม ราคาทองคำในปัจจุบันจึงซื้อขายกันที่โซนซึ่งสูงขึ้นราว 30% ด้านมูลค่าตลาด (Market cap) ของทองคำถูกประเมินว่าได้ทะลุ 36.1 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว ขณะที่ช่องว่างมูลค่าระหว่างทองคำกับบิตคอยน์ถูกคำนวณว่าห่างกันราว ‘30 เท่า’
‘ดิจิทัลโกลด์’ ยังใช้ได้อยู่ไหม… คำถามที่ตลาดต้องตอบใหม่
การที่ ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างบิตคอยน์(BTC) และทองคำอ่อนแรงลงในรอบนี้ ทำให้แนวคิดที่มองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในระดับเดียวกับทองคำถูกนำกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงตลาดร่วงหนัก นักลงทุนจะเริ่มจับตาว่า ‘เงินหนีไปไหน’ – ไหลกลับสู่ทองคำและพันธบัตร หรือย้ายเข้าสินทรัพย์อื่น – และสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโต มีศักยภาพจะทำหน้าที่ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ได้จริงหรือไม่เมื่อเกิดภาวะวิกฤต
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การใช้บิตคอยน์(BTC) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดระดับมหภาค หากเป็นภาวะเงินเฟ้อพุ่ง–ดอลลาร์อ่อน บิตคอยน์อาจเคลื่อนไหวคล้ายทองคำ แต่หากเข้าสู่โหมดลดความเสี่ยง (risk-off) รุนแรง นักลงทุนสถาบันอาจหันไปสะสม ‘ทองคำจริง’ มากกว่าถือสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหวี่ยงแรง
อย่างไรก็ตาม ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างสินทรัพย์ถือเป็นตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบที่เปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา จึงยากจะสรุปภาพรวมระยะยาวจากเพียงหนึ่งวัฏจักรตลาด นักลงทุนในตอนนี้จึงรอดูว่า บิตคอยน์และทองคำจะกลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันอีกครั้งหรือไม่ในรอบถัดไป หรือสุดท้ายแล้วคำว่า ‘ดิจิทัลโกลด์’ จะค่อยๆ เหลือเพียง ‘วาทกรรมเชิงสัญลักษณ์’ มากกว่าจะสะท้อนพฤติกรรมราคาจริงในตลาดคริปโตยุคใหม่
ความคิดเห็น 0