บิตคอยน์(BTC) ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 7 หมื่นดอลลาร์ได้ต่อเนื่องหลายวัน ติดอยู่ในภาวะ ‘แกว่งผันผวน’ ขณะที่ ‘วาฬสายสั้น’ หรือกระเป๋านักลงทุนรายใหญ่ที่เพิ่งเข้าตลาดภายในช่วง 6 เดือน กำลังแบก ‘มูลค่าขาดทุนที่ยังไม่รับรู้’ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์เตือนภาวะนี้อาจกลายเป็นชนวนเพิ่มความผันผวนระยะสั้นให้กับราคา บิตคอยน์(BTC) ได้
‘단기 보유자 고래’의 미실현 손실 260억달러…‘ตลาดเริ่มเครียด’
ตามรายงานล่าสุดของนักวิเคราะห์ตลาดคริปโต ดาร์กฟอสต์(Darkfost) ผู้เขียนบทวิเคราะห์ให้แพลตฟอร์มข้อมูลคริปโต ‘คริปโต퀀트(CryptoQuant)’ ระบุว่า ในช่วงขาลงรอบนี้ ‘วาฬสายสั้น’ หรือกลุ่ม ‘ผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holder·STH)’ ที่มีกระเป๋าใหญ่ กำลังเผชิญ ‘มูลค่าขาดทุนที่ยังไม่รับรู้’ ในระดับที่น่ากังวล วาฬกลุ่มนี้มักเป็นนักลงทุนที่เพิ่งเข้าซื้อไม่นานแต่ใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ทำให้มีแนวโน้มตอบสนองต่อการแกว่งของราคาค่อนข้างแรง
จากข้อมูลบนเชนที่ดาร์กฟอสต์นำเสนอ วาฬที่เข้าตลาดภายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กำลังถือครอง บิตคอยน์(BTC) ที่มีมูลค่าขาดทุนยังไม่รับรู้รวมราว 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 37.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 37.6 ล้านล้านบาท หากอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,446.30 วอน โดยเขาชี้ว่านี่เป็นหนึ่งในระดับที่สูงที่สุดของปีนี้
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ถูกระบุว่าเป็น ‘จุดพีก’ ของความตึงเครียดบนเชน เมื่อราคา บิตคอยน์(BTC) หลุดต่ำกว่า 6 หมื่นดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของวาฬสายสั้นพุ่งขึ้นไปแตะราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 46.3 ล้านล้านวอน) โครงสร้างตลาดจึงกลายเป็นว่า ยิ่งราคาฟื้นตัวไม่ได้และถูกกดทับนานเท่าใด วาฬที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่เท่านั้นจะยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้น
ดาร์กฟอสต์มองว่า การที่วาฬสายสั้นจำนวนมากยังติดอยู่ในโซนขาดทุน แม้จะยังไม่ใช่ ‘สัญญาณบังคับขาย’ โดยตรง แต่ถือเป็นปัจจัยด้าน ‘จิตวิทยา’ ที่อาจทำให้บรรยากาศตลาดเปราะบางขึ้น เมื่อมูลค่าขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มนี้มีแนวโน้มสั่นคลอน และเมื่อราคากลับมาเหวี่ยงแรงอีกครั้ง การตัดสินใจแบบใช้อารมณ์ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น ‘ความคิดเห็น’ หากวาฬสายสั้นเริ่มเปลี่ยนสถานะพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดขาดทุนหรือซื้อเฉลี่ยต้นทุน ก็สามารถกลายเป็นตัวจุดชนวนทิศทาง ‘รอบใหม่’ ที่มีนัยสำคัญให้กับราคา บิตคอยน์(BTC) ได้
‘แรงตลาดบนเชน’ ยังไม่สุด…“รอบบูมจริงอาจยังไม่เริ่ม”
ขณะเดียวกัน สัญญาณจากข้อมูลบนเชนที่ใช้ประเมินวัฏจักรตลาดกลับส่งภาพที่ไม่ชัดเจน ซีดับเบิลยู(CW) นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักลงทุนคริปโต โพสต์บนโซเชียลมีเดีย X อ้างอิง ‘สัญญาณความแข็งแกร่งของกิจกรรมบนเชน (On-chain Activity Strength Signal)’ ว่า รอบนี้ ‘ยังไม่ใช่บูลรันใหญ่ของจริง’
ซีดับเบิลยูประเมินว่า การขึ้นของราคาในช่วงที่ผ่านมามีองค์ประกอบของ ‘โมเมนตัมเก็งกำไรระยะสั้น’ สูง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มักเห็นในตลาดขาขึ้นใหญ่ เช่น การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของกิจกรรมบนเครือข่าย ยังไม่ชัดเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี เขามองว่าการทำจุดสูงสุดใหม่ของราคาและการย่อตัวแรงในระยะสั้น อาจเป็นเพียง “ขั้นตอนเตรียมตัวสำหรับขาขึ้นใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม” มากกว่าจะเป็นจุดจบของรอบนี้
ซีดับเบิลยูยังเปรียบเทียบขาขึ้นถัดไปของ บิตคอยน์(BTC) กับรอบปี 2017 ซึ่งเป็นหนึ่งในไซเคิลที่รุนแรงที่สุด โดยอ้างอิงระดับการสะสมเหรียญของวาฬที่ตอนนี้อยู่ในโซน ‘สูงเป็นประวัติการณ์’ เป็นเหตุผลสนับสนุน พร้อมคาดการณ์ว่า “รอบบูมครั้งหน้าอาจใหญ่กว่าเดิม” ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ตาม ทิศทางอนาคตยังขึ้นกับวิธีตีความตัวเลขบนเชน และต้องพิจารณาควบคู่กับปัจจัยจิตวิทยาตลาด ไม่ว่าจะเป็นการขาดทุนสะสมของวาฬสายสั้นหรือรูปแบบการเคลื่อนย้ายเหรียญของกระเป๋าใหญ่
ณ เวลาเขียนข่าว บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวบริเวณ 65,759 ดอลลาร์บนกราฟรายวัน ระดับ 7 หมื่นดอลลาร์ยังเป็นเส้นแบ่งเชิงจิตวิทยาที่ตลาดจับตาว่าจะยืนได้หรือไม่ แต่ในเชิงโครงสร้างแล้ว ‘พละกำลัง’ ที่สะท้อนผ่านข้อมูลบนเชน และพฤติกรรมของกระเป๋าเงินรายใหญ่ กำลังกลายเป็นตัวแปรหลักที่จะกำหนดความรุนแรงของความผันผวนในช่วงถัดไปของ บิตคอยน์(BTC)
ความคิดเห็น 0