Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) รักษาแนวรับ 1,800 ดอลลาร์ท่ามกลางเทรนด์ขาลง ข้อมูลสเตกหนุนมุมมองระยะยาว

อีเธอเรียม(ETH) ยังไม่สามารถหลุดออกจาก ‘แนวโน้มขาลง’ ได้อย่างชัดเจน ราคาเคลื่อนไหวแคบๆ อยู่บริเวณโซนรับ–ต้านสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศความเสี่ยงจากเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดตอบสนองเร็วขึ้น โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่ม ‘ความไม่แน่นอน’ และผลักดัน ‘ความผันผวนระยะสั้น’ ให้รุนแรงขึ้น

ปัจจุบันบนกราฟราคา อีเธอเรียม(ETH) ซื้อขายแถว 1,800 ดอลลาร์ ซึ่งยังยืนอยู่เหนือ ‘โซนดีมานด์ (demand zone)’ หลักที่เคยมีแรงซื้อเข้าป้องกันหลายครั้งในอดีต จึงถูกจับตาในฐานะระดับชี้เป็นชี้ตายของทิศทางระยะสั้น หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,463 วอน ระดับ 1,800 ดอลลาร์จะอยู่ราว 2,633,400 วอน

‘ความคิดเห็น’ ระดับ 1,800 ดอลลาร์ถือเป็นเส้นบางๆ ระหว่างการรีบาวด์แบบเทคนิคกับการไหลลงทดสอบโลว์ใหม่ หากหลุดอย่างชัดเจน บรรยากาศเชิงลบอาจเร่งตัวได้ทันที

‘กราฟวัน (데일리):’ ขาลงในช่องราคา (Descending Channel) ยังชัด

ในกรอบ ‘กราฟวัน’ อีเธอเรียม(ETH) ยังเคลื่อนตัวในช่องราคาแบบขาลง (Descending Channel) โครงสร้างราคาโดยรวมยังเป็น ‘แนวโน้มอ่อนแรง’ โดยราคาถูกกดไว้ใต้เส้นเทรนด์ไลน์ขาลง ด้านบนยังมีเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน และ 200 วัน ทำหน้าที่เป็น ‘แนวต้านเหนือศีรษะ’ จำกัดพลังการรีบาวด์

โซนแนวต้านที่มีนัยสำคัญทางเทคนิคอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ และ 2,800 ดอลลาร์ โดย 2,400 ดอลลาร์ คิดเป็นราว 3,511,200 วอน และ 2,800 ดอลลาร์ ราว 4,096,400 วอน มุมมองจากฝั่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองว่าตราบใดที่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือสองระดับนี้ได้ การดีดตัวทั้งหมดจะถูกตีความเป็นเพียง ‘รีบาวด์ทางเทคนิค (relief bounce)’ ในเทรนด์ขาลง มากกว่าจะเป็นการ ‘กลับตัวขาขึ้น’ อย่างแท้จริง

ด้านล่าง โซน 1,850–1,700 ดอลลาร์ ถูกมองเป็น ‘โซนดีมานด์ระยะสั้น’ ที่สำคัญ โดย 1,850 ดอลลาร์ เทียบได้ราว 2,706,550 วอน และ 1,700 ดอลลาร์ ประมาณ 2,487,100 วอน หากโซนนี้ถูกเจาะลงมาอย่างชัดเจน เป้าหมายถัดไปทางเทคนิคจะเลื่อนไปที่ 1,600 ดอลลาร์ (ราว 2,340,800 วอน) และ 1,400 ดอลลาร์ (ราว 2,048,200 วอน)

โดยเฉพาะช่วง 1,400 ดอลลาร์ถือเป็นบริเวณที่เส้นเทรนด์ไลน์ล่างของช่องขาลงมาบรรจบกันพอดี จึงอาจกลายเป็นจุดที่ตลาดตอบสนองอย่างรุนแรง หากแรงขายยังคงไหลออกต่อเนื่อง

‘กราฟ 4 ชั่วโมง (4H):’ ยังอยู่ในเทรนด์ลงใหญ่ แต่แกว่งในกรอบ (Sideways Box)

บนกราฟ 4 ชั่วโมง ภาพใหญ่ยังคงเป็น ‘แนวโน้มขาลง’ เช่นกัน แต่ในระยะสั้นราคาเคลื่อนไหวลักษณะเป็น ‘กรอบสะสม’ หรือ ‘ไซด์เวย์ในกรอบ (box range)’ ระหว่างแนวรับโซน 1,800 ดอลลาร์ และแนวต้านแถว 2,150 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นจุดยอดระยะสั้นที่ผ่านมา

การขึ้นไปทดสอบ 2,150 ดอลลาร์ ครั้งล่าสุดจบลงด้วยสัญญาณ ‘ถูกปฏิเสธ (rejection)’ ที่ชัดเจน ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นเอนตัวกลับลงด้านล่างอีกครั้ง โดย 2,150 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินวอนราว 3,145,450 วอน

จากมุมมองเทคนิค นักวิเคราะห์บางรายมองว่า หากต้องการเห็น ‘สัญญาณกลับตัวเชิงบวก’ ระยะสั้น จะต้องมีเงื่อนไขหลักๆ ดังนี้

– ราคา ‘ยืนเหนือ’ 1,850 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง

– จากนั้น ‘กลับขึ้นไปยึด’ ระดับ 2,150 ดอลลาร์ อีกครั้ง

– และมีแรงซื้อ ‘ต่อเนื่อง’ หลังการเบรก หรือเกิดภาวะ ‘follow-through’ ชัดเจน

หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้น เป้าหมายต่อไปที่ตลาดจะจับตาคือการขึ้นไปทดสอบ ‘โซนซัพพลาย (supply zone)’ แถว 2,400 ดอลลาร์ อีกครั้ง

ในทางกลับกัน หากแนวรับ 1,850 ดอลลาร์ ถูกทะลุลง และระยะรีบาวด์สั้นๆ หลังการหลุด กลับกลายเป็นเพียงการ “รีเทสต์แล้วเปลี่ยนเป็นแนวต้าน” อย่างชัดเจน (support กลายเป็น resistance) แรงกดดันฝั่งขายอาจเพิ่มสูงขึ้น มีโอกาสเปิดทางให้ราคาถอยลงสู่โซน 1,600 ดอลลาร์ หรือแม้แต่ต่ำกว่านั้น

‘ความคิดเห็น’ ช่วง 1,850 ดอลลาร์ จึงเป็นจุดที่เทรดเดอร์ระยะสั้นต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นระดับที่มักเกิดการ “ตัดสินใจของตลาด” ว่าจะปกป้องโซนนี้ต่อหรือยอมแพ้ให้เทรนด์ลงเดินต่อ

‘ข้อมูลออนเชน:’ การสเตกเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณหนุนระยะยาว

แม้ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนตัวต่อเนื่อง แต่ข้อมูลบนเครือข่าย (On-chain) กลับสะท้อนภาพที่ต่างออกไป โดยยอดรวม ‘การสเตกอีเธอเรียม(ETH) (Total Value Staked)’ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง

การที่ปริมาณเหรียญถูกนำไปสเตกมากขึ้น หมายความว่า ‘อุปทานหมุนเวียนในตลาดสปอต’ ที่พร้อมถูกขายทิ้งในทันทีมีแนวโน้มลดลง ซึ่งในเชิงโครงสร้างถือเป็นปัจจัยบวกต่อ ‘ซัพพลาย–ดีมานด์’ ระยะยาว และอาจช่วยรองรับราคาไม่ให้ปรับตัวลงรุนแรงเกินไปในระยะยาวได้

ยังมีมุมมองที่ว่า ในช่วงที่ราคาอยู่ในโหมดปรับฐาน นักลงทุนบางส่วนอาจใช้จังหวะนี้ ‘ทยอยสะสมอีเธอเรียม(ETH)’ เพื่อนำไปล็อกในสเตกกิงระยะยาว สะท้อน ‘ความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง’ ต่อเครือข่ายอีเธอเรียม แม้ราคาหน้าจอจะยังไม่น่าพอใจนัก

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของการสเตก ไม่ได้หมายความว่า ‘ราคาทำจุดต่ำสุดแล้ว’ เสมอไป เพราะหากตลาดเผชิญภาวะ ‘บังคับขาย’ จากการล้างเลเวอเรจ (forced liquidation, deleveraging) หรือปัจจัยลบจากมหภาค เช่น ดอกเบี้ยสูงยืดเยื้อ หรือตลาดเสี่ยงถูกเทขายพร้อมกัน สถานการณ์ก็ยังเอื้อให้ราคาลงต่อได้

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เงื่อนไขที่ทำให้การสเตกเป็น ‘สัญญาณดีที่สมบูรณ์ขึ้น’ คือ

– ตลาดต้องสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านหลัก 2,400 ดอลลาร์ และ 2,800 ดอลลาร์

– เทรนด์การสเตกยังคงเติบโตต่อเนื่องควบคู่ไปด้วย

ในกรณีดังกล่าว จึงจะมี ‘เหตุผลรองรับ’ มากพอที่จะมองการดีดตัวของอีเธอเรียม(ETH) ว่าเป็นการฟื้นตัวที่ ‘ยั่งยืนมากขึ้น’ ไม่ใช่แค่แรงรีบาวด์ชั่วคราวในเทรนด์ขาลงเท่านั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1