Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ติดกรอบ 6.2–6.9 หมื่นดอลลาร์ สะท้อนโครงสร้างตลาดเปราะบาง-เงินสปอตยังไม่ไหลเข้า

บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวในกรอบราคาแคบลงบริเวณ 6만2000~6만9000달러 เข้าสู่ช่วงพักตัวท่ามกลางบรรยากาศ ‘ลังเล’ ของนักลงทุน ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ทำให้ความไม่แน่นอนในกลุ่ม ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ฝั่ง ‘แรงซื้อ’ ยังปกป้องโซน 6만2000달러ไว้ได้ แต่ด้านบนแถว 6만9000달러ยังถูกขายกดลงซ้ำๆ ทำให้ความเชื่อมั่นต่อการทะลุแนวต้านสำคัญยัง ‘จำกัด’

XWIN 리서치 재팬 ระบุว่า กุมภาพันธ์ 2026 ถือเป็นเดือนที่ ‘ผิดฤดูกาล’ อย่างชัดเจนสำหรับบิตคอยน์(BTC) เมื่อเทียบกับสถิติ ‘ฤดูกาล’ รายเดือนในอดีต โดยปกติแล้ว ‘กุมภาพันธ์’ มักถูกมองเป็นช่วงที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยระดับสองหลัก แต่ในปีนี้บิตคอยน์กลับปิดเดือนด้วยผลตอบแทนติดลบ 14.94% สะท้อนว่าภาพรวมการอ่อนตัวไม่ได้เกิดจากข่าวลบเฉพาะจุดเพียงข่าวเดียว หากแต่เป็นผลสะสมจาก ‘โครงสร้างตลาดที่เปราะบาง’ ทั้งสภาพคล่องที่บาง การใช้เลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ที่เอนเอียง และอุปสงค์ฝั่ง ‘สปอต’ ที่ซบเซา

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ราคาบิตคอยน์(BTC) ยังคงซื้อขายบริเวณ 8만4000달러 แต่ข้อมูล ‘ออนเชน’ เริ่มส่งสัญญาณความตึงเครียดภายในตลาดแล้ว ดัชนี SOPR (Spent Output Profit Ratio) เคลื่อนไหวต่ำกว่า 1 บ่งชี้ว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยยอม ‘ขายทั้งที่ขาดทุน’ หรือยอมเคลื่อนย้ายเหรียญภายใต้สถานะติดลบ ขณะเดียวกัน ‘มูลค่าตลาดรับรู้แล้ว’ หรือ Realized Cap ทรงตัว ไม่ขยายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สื่อถึงการชะลอตัวของเงินใหม่ที่ไหลเข้าระบบ ส่วน ‘พรีเมียมโค인เบ이스’ (Coinbase Premium) ก็ไม่แสดงสัญญาณบวกชัดเจน ทำให้ยากจะสรุปว่า ‘แรงซื้อสปอตจากสหรัฐฯ’ กลับเข้ามาอย่างจริงจังในช่วงดังกล่าว

‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์จึงเป็นเดือนที่ตัวเลขทางเทคนิคร้องเตือนก่อนที่ราคา จะเริ่มตอบสนองอย่างรุนแรง นักลงทุนที่เฝ้าดูเฉพาะกราฟราคาอาจมองว่าการร่วงลงมาเป็นเรื่องฉับพลัน แต่โครงสร้างภายในบ่งชี้ถึงการสะสมความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง

‘การล้างเลเวอเรจ’ จุดชนวนให้ราคาดิ่ง ส่วนการขาดแรงซื้อสปอตกดหัวการรีบาวด์

การร่วงแรงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถูกมองว่าเป็น ‘เหตุการณ์เลเวอเรจ’ มากกว่าจะเป็นเพียงการขายทำกำไรตามทิศทางปรกติ เมื่อราคาสวิงลงแรงทำให้เกิด ‘การล้างสถานะต่อเนื่อง’ (liquidation cascade) ในฝั่ง ‘ลอง’ ส่งผลให้สถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจถูกบังคับปิดจำนวนมาก ‘มูลค่ามิ결제약정(Open Interest)’ ลดลงอย่างฉับพลัน สะท้อนว่าการปรับฐานรอบนี้มีมิติของ ‘การถอยเลเวอเรจในอนุพันธ์’ มากกว่าการเทขายเหรียญสปอตเพื่อกระจายของ

ในสภาวะที่ ‘สภาพคล่องในสมุดคำสั่ง’ ค่อนข้างบาง ความลึกของออร์เดอร์บุ๊กไม่มาก ทำให้คำสั่งขายปริมาณไม่สูงก็สามารถ ‘กดราคา’ ให้ไหลลงได้ไกลกว่าปกติ ส่งผลให้ความผันผวน (volatility) ขยายตัวและหางการร่วง (downside tail) ยาวขึ้นกว่าที่หลายคนคาดคิด

ดัชนี ‘ความกลัวและความโลภ’ (Fear & Greed Index) ร่วงลงถึงระดับ ‘ความกลัวอย่างรุนแรง (Extreme Fear)’ ซึ่งทางจิตวิทยามักตีความว่าเป็นสัญญาณ ‘ระบายอารมณ์ด้านลบ’ ใกล้จบ แต่ในรอบนี้แม้บรรยากาศความกลัวจะพุ่งสูง การสร้าง ‘จุดต่ำสุดที่ยั่งยืน’ ก็ยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่า การยอมขายทิ้ง (capitulation) ที่ไม่ได้มี ‘แรงซื้อไล่ราคา’ (chase buying) เข้ารับอย่างต่อเนื่อง มักจะสร้างได้เพียงการเด้งรีบาวด์สั้นๆ มากกว่าการกลับตัวของแนวโน้มในเชิงโครงสร้าง

ข้อจำกัดสำคัญคือ ‘แรงซื้อสปอตที่สม่ำเสมอ’ ยังขาดหาย แม้กองทุน ETF บิตคอยน์จะมีเงินไหลเข้าแบบ “วันเว้นวัน” ในบางช่วง แต่เมื่อดูในระดับสัปดาห์แล้ว ‘ความต่อเนื่อง’ ยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ‘อุปทานสเตเบิลคอยน์’ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแรงพอจะบ่งชี้ว่าเงินสดรอเข้าตลาด (dry powder) เตรียมถูกส่งลงสนามอย่างจริงจัง ดังนั้น การรีบาวด์ที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะ ‘แรลลีจากการปิดชอร์ต’ (short covering) และการปรับสถานะ มากกว่าการสะสมเหรียญใหม่ในระยะกลาง

ด้าน ‘ปัจจัยมหภาค’ ยังซ้ำเติมความเปราะบาง เมื่อ ‘ตลาดหุ้น’ เดินหน้าอ่อนตัว ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ส่งผลให้บิตคอยน์(BTC) ถูกมองและถูกเทรดในฐานะ ‘สินทรัพย์เบต้าเชิงรุก (high-beta asset)’ ที่พึ่งพาสภาพคล่องทั่วโลกมากกว่าจะเป็น ‘สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง’ บทสรุปจาก XWIN 리서치 재팬 คือ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ‘ฤดูกาลของราคา’ แทบไม่มีน้ำหนักเมื่อเทียบกับ ‘ความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างของอุปสงค์-อุปทาน’ และจุดชี้ขาดของแนวโน้มถัดไปจะอยู่ที่ ‘ความต่อเนื่องของสายเงินสปอต’ รวมถึงการ ‘สร้างใหม่อย่างมีวินัย’ ของมิ결제약정ในตลาดอนุพันธ์

ทดสอบแนวรับรายสัปดาห์… 6만9000달러 กลายเป็น ‘แนวต้านเหนือศีรษะ’

ในมุมมองกราฟ ‘รายสัปดาห์’ บิตคอยน์(BTC) ถูกขายอย่างหนักที่โซนอุปทาน 9만~10만달러 ก่อนจะพยายามทรงตัวในช่วง 6만6000달러 โครงสร้าง ‘จุดสูงสุดทยอยต่ำลง’ นับจากปลายปี 2025 สอดคล้องกับรูปแบบของ ‘แนวโน้มขาลง’ และยิ่งชัดขึ้นหลังราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น ‘แนวรับไดนามิก’ ระหว่างช่วงขาขึ้น นำไปสู่การตีความว่าตลาดได้เปลี่ยนเฟสจาก ‘ขยายตัวสะสม’ ไปสู่ ‘การกระจายตัว’ มากขึ้น

เมื่อราคาสไลด์ลงทะลุ ‘เส้นค่าเฉลี่ย 100 สัปดาห์’ โมเมนตัมขาลงยิ่งเร่งขึ้น กดให้ราคาร่วงเร็วลงสู่โซนกลาง 6만달러 ขณะที่ ‘เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์’ ซึ่งกำลังไต่ระดับขึ้นอยู่แถวโซน 5만달러ปลายๆ ยังถูก ‘รักษาไว้’ ได้ในตอนนี้ ในอดีต เส้น 200 สัปดาห์มักถูกใช้เป็นเส้นแบ่ง ‘โครงสร้างขาขึ้นระยะยาว’ กับ ‘การเข้าสู่ตลาดหมีเชิงลึก’ ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้นนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าวัฏจักรใหญ่ของบิตคอยน์ได้ ‘พังทลายเชิงโครงสร้าง’ แล้ว

ด้านปริมาณการซื้อขาย (Volume) ขยายตัวเด่นชัดในสัปดาห์ที่แสดง ‘แท่งแดงขนาดใหญ่’ สื่อถึงการปรับตัวลงที่ขับเคลื่อนด้วยแรงขายรุนแรงหรือการบังคับปิดสถานะ มากกว่าการทยอยกระจายของ ในทางกลับกัน ช่วงสัปดาห์ล่าสุด แท่งเทียนเริ่มแคบลง ความผันผวนหดตัว ปริมาณการซื้อขายลดลง สะท้อนภาวะที่ ‘แรงซื้อ-แรงขาย’ เริ่มใกล้จุดสมดุลระยะสั้น ตลาดอยู่ในโหมดรอทิศทางชัดเจน

เชิงเทคนิค ระดับ ‘6만9000달러’ ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเคยทำหน้าที่เป็น ‘แนวรับสำคัญ’ มาก่อน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็น ‘แนวต้านเหนือศีรษะ’ หากราคาสามารถปิด ‘รายสัปดาห์’ ยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสเปิดทางไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ด้านบนต่อ แต่หาก ‘แนวรับ 6만2000달러’ ถูกเจาะลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเป็นไปได้ที่ราคาจะลงไปทดสอบโซนที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์พาดผ่านอยู่ก็จะเพิ่มขึ้นตาม

เมื่อนำอัตราแลกเปลี่ยนวอนต่อดอลลาร์ (1달러=1462.80원) มาคำนวณ ระดับ ‘6만2000달러’ คิดเป็นราว 9070만วอน ขณะที่ ‘6만9000달러’ เทียบได้ราว 1억90만วอน ท้ายที่สุด ทิศทางที่บิตคอยน์(BTC) เลือกจะ ‘ทะลุออกจากกรอบผันผวนที่แคบลงเรื่อยๆ’ นี้ จะมีผลอย่างมากต่อบรรยากาศการลงทุนระยะสั้น ว่าตลาดจะกลับเข้าสู่โหมด ‘เสี่ยงเปิดเกมรุก’ หรือยังต้องอยู่ในโหมด ‘ป้องกันและลดเลเวอเรจ’ ต่อไปอีกระยะ

‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุน การจับตา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ แนวรับ 6만2000달러 แนวต้าน 6만9000달러 และสัญญาณการไหลเข้าของเงินสปอต-ETF ร่วมกับเสถียรภาพของ Open Interest ในอนุพันธ์ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางรอบใหญ่ถัดไปของบิตคอยน์(BTC) ในปี 2026 นี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1