บิตคอยน์(BTC) ยังไม่สามารถหลุดออกจาก ‘จุดพักฐานหลังการร่วงแรง’ ได้ชัดเจน โดยราคายังคงแกว่งตัวบริเวณ 6만6000달러 พร้อมแรงกดดันฝั่งขายที่หนาแน่นอยู่ด้านบน แนวโน้มในกรอบวันยังเป็นขาลง แต่ระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณ ‘การบีบตัวของความผันผวน’ ซึ่งมักนำไปสู่การ ‘ทะลุกรอบครั้งใหญ่’ ไม่ว่าจะเป็นการเด้งยืนยันจุดต่ำสุด หรือเปิดทางให้ขาลงรอบใหม่ก็ตาม
ปัจจุบัน บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 6만6000달러 พยายามสร้างฐานราคาใหม่ หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยน 1달러=1466원 จะอยู่ราว 9660만원 จุดที่น่าจับตาคือโซน 7만5000~8만달러 (ประมาณ 1억999만~1억1728만원) ซึ่งเดิมเป็น ‘แนวรับหลัก’ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น ‘แนวต้านสำคัญ’ แทน นักวิเคราะห์มองว่าหากราคาดีดตัวขึ้นไปถึงโซนดังกล่าว รองขาย (오버헤드 매물) จะกดราคาอีกครั้งได้ไม่ยาก
‘มุมมองจากกราฟวัน (데일리)’
บนกราฟวัน บิตคอยน์(BTC) ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน และ 200 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ‘ภาพใหญ่ยังเป็นขาลง’ จึงถูกตีความได้ง่ายว่า การดีดตัวระยะสั้นในตอนนี้เป็นเพียง ‘รีบาวด์ทางเทคนิค’ มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นใหม่ นอกจากนี้ราคาในปัจจุบันยังคงวิ่งอยู่ในกรอบช่องทางขาลงที่ใหญ่กว่า โดยโซน 7만5000~8만달러 ที่หลุดลงมาก่อนหน้าได้เปลี่ยนสถานะเป็น ‘เขตอุปทานฝั่งขาย’ อย่างชัดเจน ทำให้ตราบใดที่ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 7만달러 중반 ได้อย่างมั่นคง แนวโน้ม ‘ดีดแล้วถูกเทขาย’ ยังมีน้ำหนักมากกว่า
ด้านล่าง นักลงทุนให้ความสนใจกับโซนรับบริเวณ 6만달러 เป็นพิเศษ เพราะเคยเป็นระดับที่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญมาก่อน และมีโอกาสทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันแรกหากความผันผวนขยายตัวอีกครั้ง หาก 6만달러 (ประมาณ 8796만원) ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน แนวรับถัดไปที่ถูกจับตา คือโซน 5만~5만3000달러 (ราว 7330만~7769만원)
ในส่วนของโมเมนตัม ‘RSI’ หรือดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ แม้จะเด้งกลับขึ้นมาจากโซน ‘ขายมากเกินไป’ แล้ว แต่ยังไม่ให้สัญญาณฟื้นตัวแรงแบบที่มักพบในช่วงเริ่มต้นขาขึ้นรอบใหม่ “ความคิดเห็น” ตรงนี้เป็นจุดที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับ ‘การยืนยันสัญญาณ’ มากกว่าการคาดหวังล่วงหน้า เพราะหากการเด้งสั้นไม่สามารถทะลุแนวต้านหรือยืนได้อย่างมั่นคง ความเป็นไปได้ที่ราคาจะกลับตัวลงอีกครั้งก็ยังเปิดกว้างอยู่
‘มุมมองจากกราฟ 4 ชั่วโมง (BTC/USDT)’
เมื่อซูมเข้ามาที่กราฟ 4 ชั่วโมง จะเห็นราคาบิตคอยน์(BTC) สร้างรูปแบบ ‘สามเหลี่ยมสมมาตร’ หลังการร่วงแรง โดยยอดสูงสุดค่อยๆ ลดลง ขณะที่จุดต่ำสุดยกตัวขึ้น คล้ายการบีบตัวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งด้านบนและด้านล่างจึงเริ่มมี ‘สภาพคล่อง’ สะสม ตัวจุดกระตุ้นด้านบน (상단 트리거) ถูกประเมินไว้ที่บริเวณ 6만8000달러 หากราคา ‘ทะลุและยืนเหนือ’ ระดับนี้ได้ มีโอกาสเปิดทางให้ดีดกลับไปแถว 7만3000달러 (ประมาณ 1억702만원) ซึ่งเป็นด่านก่อนเข้าสู่ ‘โซนต้านใหญ่’ 7만5000~8만달러 ตามที่กล่าวไปก่อนหน้า
แต่หากสามเหลี่ยมนี้ถูก ‘ทะลุลงด้านล่าง’ เป้าหมายทดสอบแรกมักจะอยู่แถวกรอบล่างของกล่องราคาที่ผ่านมา คือบริเวณ 6만2000달러 จากนั้นอาจตามมาด้วยการรีเทสต์แนวรับสำคัญบนกราฟวันที่ 6만달러 อีกครั้ง สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่ากังวลคือ การแกว่งตัวปัจจุบันเกิดขึ้น ‘หลังจากการร่วงแรงไม่นาน’ ซึ่งในภาวะขาลง การหลุดออกจากกล่องสะสมราคามักทำให้แรงขายเร่งตัว เนื่องจากฝั่งซื้อเริ่มขาดความหนาแน่น
“ความคิดเห็น” สำหรับฝั่งนักลงทุนที่มองหาจังหวะเข้าซื้อ ควรโฟกัสไม่ใช่แค่ ‘ไส้เทียน (윅)’ ที่แทงทะลุระดับสำคัญ แต่ต้องดูให้ชัดว่า หลังจากทะลุแล้ว ราคาสามารถกลับมาเปลี่ยนระดับนั้นให้เป็น ‘แนวรับจริง’ ได้หรือไม่ เพราะในตลาดขาลงมักเกิดสัญญาณหลอก (Fake-out) บ่อยครั้ง
‘บรรยากาศตลาดและอารมณ์นักลงทุน: 오픈이자(Open Interest)’
หากมองผ่านตัวเลข ‘오픈이자(Open Interest)’ หรือมูลค่ารวมของสัญญาอนุพันธ์ที่คงค้างอยู่ จะพบว่าในช่วงล่าสุดมีการลดลงอย่างรวดเร็ว เหลือประมาณ 204억달러 การที่ราคาอ่อนตัวลงพร้อมกับโอเพ่นอินเทเรสต์ดิ่งแรง มักบ่งชี้ถึงภาวะ ‘บังคับลดเลเวอเรจ (Forced deleveraging)’ มากกว่าจะเป็นการพักฐานแบบสงบ หมายความว่าตลาดอาจเพิ่งผ่านช่วงที่มีการบังคับปิดสถานะและเคลียร์เลเวอเรจส่วนเกินออกไปจำนวนมาก ซึ่งในระยะสั้นอาจช่วยลดแรงกดดันขาลงได้ระดับหนึ่ง
สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ ‘ปฏิกิริยาของราคา’ เมื่อโอเพ่นอินเทเรสต์เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หาก 오픈이자 ขยับขึ้นพร้อมกับที่บิตคอยน์(BTC) สามารถยืนเหนือ 6만2500달러 และต่อด้วยการทะลุ 6만8000달러 ขึ้นไปได้อย่างมั่นคง ตลาดอาจกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น และเปิดโอกาสให้เกิดการรีบาวด์ในเชิง ‘เปลี่ยนแนวโน้ม’ ได้
ในทางกลับกัน หาก 오픈이자 เพิ่มขึ้น แต่ราคายังถูกกดอยู่ใต้ 6만8000달러 และถูกตีตื้นลงมาซ้ำๆ ระหว่างพยายามดีดขึ้น นั่นหมายความว่า ‘เลเวอเรจใหม่’ ที่เข้ามา อาจกำลังกลายเป็น ‘เชื้อเพลิงขาลงรอบถัดไป’ ด้วยการถูกบีบปิดสถานะเพิ่มอีกครั้ง
โดยสรุป บิตคอยน์(BTC) ยังอยู่ในภาพรวมขาลง แต่ระยะสั้นกำลังเข้าสู่ช่วง ‘สามเหลี่ยมบีบตัว’ ซึ่งมีโอกาสสูงที่การทะลุกรอบครั้งต่อไปจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ‘คำ’ ที่ต้องโฟกัส คือ การยืนเหนือ 6만8000달러 และการป้องกันแนวรับ 6만달러 ตลาดกำลังเข้าโหมดที่ให้ความสำคัญกับ ‘การทะลุแล้วรักษาระดับได้จริง’ และคุณภาพของการไหลกลับเข้ามาของเลเวอเรจ มากกว่าการดีดตัวระยะสั้นเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น
ความคิดเห็น 0