Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) แกว่งแคบแถว 67,000 ดอลลาร์ จับตาราคาน้ำมัน–เงินเฟ้อสหรัฐชี้ทิศคริปโตสัปดาห์นี้

บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบใกล้ 67,000 ดอลลาร์ (ราว 9,826,000 บาท) แทบไม่มีความผันผวนรุนแรง แม้เผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลาง ตลาดกำลังจับตาว่าประเด็นอิหร่านจะลุกลามไปยังกระแสหลักของ ‘ตลาดการเงินดั้งเดิม’ ทั้งหุ้น พันธบัตร และน้ำมันดิบหรือไม่ แต่ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ยังไม่เกิด ‘ทิศทางชัดเจน’ ให้กับราคา

ตามข้อมูลจากเทรดดิงวิว(TradingView) ราคาบิตคอยน์(BTC) หลังเกิดข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังคงแกว่งตัวในลักษณะ ‘กล่องไซด์เวย์’ แถว 67,000 ดอลลาร์ ขณะที่ช่วงวันหยุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการ ทำให้ตลาดการเงินดั้งเดิมไม่สามารถ ‘สะท้อนความเสี่ยงแบบเรียลไทม์’ ได้เต็มที่ และแรงกระแทกอาจมาเห็นชัดในวันจันทร์เมื่อเปิดตลาดสหรัฐ โดยในช่วงเขียนข่าว สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐปรับตัวลงราว 0.65% สะท้อนแรงหนีความเสี่ยงบางส่วน

บรรยากาศในตลาดคริปโตก็มีความผันผวนระยะแรกก่อนจะสงบลงอย่างรวดเร็ว คู่เทรดบิตคอยน์(BTC)/ดอลลาร์ ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิมโดยไม่มีการ ‘เบรกขึ้นแรง’ หรือ ‘หลุดลงลึก’ แต่อย่างใด นักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดัง มิคาเอล ฟาน เดอ ปอป(Michaël van de Poppe) มองว่า ‘การตอบสนองรอบแรกถือว่าเป็นบวก’

ฟาน เดอ ปอป ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ตอนนี้ตลาดกำลังปรับฐานลงอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าตลาดสหรัฐจะเปิดทำการในวันถัดไปอย่างไร พร้อมชี้ว่า ‘ยังเหลือช่องว่างราคา (CME Gap) อยู่’ เขาให้เบาะแสเพิ่มเติมว่า หากต้องการเห็นการดีดกลับในลักษณะ ‘รีลิฟท์แรลลี่’ จำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วันให้ได้ โดยมองว่าภาพดังกล่าวอาจเริ่มชัดในช่วงมีนาคม–เมษายน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่า ‘วันพรุ่งนี้ตลาดเปิดมาแล้วสามารถสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้นได้หรือไม่’

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ง่าย (SMA) 21 วันของบิตคอยน์(BTC) ที่ฟาน เดอ ปอป พูดถึง ปัจจุบันอยู่บริเวณ 67,627 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,917,000 บาท) ขณะที่ *CME Gap* ในสัญญาฟิวเจอร์สบิตคอยน์(BTC) ที่เกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ ถูกประเมินว่าอยู่แถบ 65,880 ดอลลาร์ (ราว 9,660,000 บาท) ด้านล่าง ช่องว่างราคานี้เกิดจากความต่างของเวลาเทรดระหว่างตลาดสปอตและตลาดฟิวเจอร์ส ‘คำ’ จึงมักถูกหยิบมาเป็นปัจจัยระยะสั้น เพราะราคามีแนวโน้มย้อนกลับไปทดสอบเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว

นักเทรดรายอื่นมองภาพใกล้เคียงกัน บิตบูล(BitBull) อ้างอิงกราฟ 3 วัน ระบุว่าภาพระยะสั้นยังดูดี โดยราคาเคยหลุดแนวรับลงไปชั่วครู่ ก่อนเด้งกลับขึ้นมายืนเหนือเดิม เปลี่ยน ‘แนวต้านให้กลายเป็นแนวรับ’ เขาประเมินว่า มีโอกาสเห็นบิตคอยน์(BTC) ทำ ‘แรลลี่’ ขึ้นไปทดสอบโซน 73,000–74,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 10,706,000–12,172,000 บาท)

ด้านผู้เล่นบางส่วนในตลาดมองว่า ‘ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ถูกสะท้อนไปในราคาแล้วระดับหนึ่ง’ จึงเป็นเหตุให้ตลอดสุดสัปดาห์ ราคาบิตคอยน์(BTC) แทบไม่ตอบสนองแรง เทรดเดอร์นาม คริปโต ซีซาร์(Crypto Caesar) สรุปสั้น ๆ ว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ราคาน่าจะยังคงแกว่งตัวออกข้างต่อไป

แม้บิตคอยน์(BTC) จะไม่สั่นไหวรุนแรง ‘คำ’ แต่ปัจจัยที่ตลาดโลกจับตาอย่างใกล้ชิดกว่าคือ *ราคาน้ำมันดิบ* หลังอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้วันอาทิตย์มีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันหลักหลายลำหยุดการเดินเรือ ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันขัดข้องจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง หากเกิดปัญหาขึ้นจริง ตลาดกังวลว่า ‘ราคาน้ำมันพุ่ง’ อาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐรอบใหม่

บัญชีวิเคราะห์ตลาด เดอะ โคเบยซี เลตเตอร์(The Kobeissi Letter) อ้างอิงงานวิจัยของเจพีมอร์แกน รีเสิร์ช(JP Morgan Research) ที่เตือนว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) อาจดีดตัวขึ้นไปถึงระดับ 5% ได้ ‘คำ’ พร้อมย้ำว่า ครั้งสุดท้ายที่เงินเฟ้อสหรัฐขึ้นไปแตะ 5% คือช่วงมีนาคม 2023 ซึ่งในตอนนั้นธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)กำลังเดินหน้า ‘ขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุก’

เมื่อช่วงหลัง ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าที่คาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เส้นทางดอกเบี้ยยิ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ครั้งล่าสุดที่ออกมาแรงกว่าคาด ยิ่งทำให้ ‘ความเสี่ยงน้ำมันดันเงินเฟ้อกลับขึ้นมา’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถสั่นคลอนจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ตั้งแต่หุ้น พันธบัตร ไปจนถึงคริปโตอย่างบิตคอยน์(BTC)

‘ความคิดเห็น’ ในภาพรวม ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ในสัปดาห์นี้อาจถูกกำหนดโดย *ราคาน้ำมัน–เงินเฟ้อ–ท่าทีตลาดสหรัฐ* มากกว่าข่าวตึงเครียดในตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว หากราคาน้ำมันดิบวิ่งแรงและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ถูกปรับขึ้น ความต้องการหลบความเสี่ยงอาจกดดันบิตคอยน์(BTC) ระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากตลาดมองว่าเฟดจำกัดการขึ้นดอกเบี้ยต่อไปได้ ‘คำ’ สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงบิตคอยน์(BTC) ก็อาจได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกระแส *เสี่ยงได้–กล้าได้กล้าเสีย* อีกครั้งหลังตลาดสหรัฐเปิดทำการเต็มรูปแบบ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1