บิตคอยน์(BTC) กลับมาเอียงน้ำหนักสู่ ‘ฝั่งกระทิง’ อีกครั้ง ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ราคาพุ่งจากโซน 6.5만달러(ราว 9,529만원) ขึ้นไปแตะช่วงต้นของระดับ 6.9만달러(ราว 1억116만원) ทำให้ความผันผวนระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หรือคิดเป็นการดีดตัวราว 587만원ในเวลาอันสั้น
อัลต์คอยน์สำคัญก็ปรับตัวขึ้นแรงตาม ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ทะลุแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ 2,000달러 ขณะที่ ‘โซลานา(SOL)’ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับ 90달러 ด้าน ‘ริปเปิล(XRP)’ และ ‘ไบแนนซ์คอยน์(BNB)’ กระโดดขึ้นมากกว่า 4% ภายใน 1 ชั่วโมง สะท้อนแรงซื้อระยะสั้นที่ไหลเข้าตลาดคริปโตอย่างรวดเร็ว
สาเหตุหลักที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงคือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า เมื่อวันเสาร์ช่วงเช้า (เวลาท้องถิ่น) สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ร่วมกันโจมตีอิหร่าน และมีรายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หลังจากนั้น อิหร่านตอบโต้ด้วยการขยายปฏิบัติการไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ทั้งกาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE), ซาอุดีอาระเบีย ทำให้บรรยากาศตึงเครียดลุกลามกว้างขึ้น
ความตึงเครียดดังกล่าวยิ่งถูกขยายด้วยถ้อยแถลงของ ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ ทรัมป์ส่งสารเตือนซ้ำต่ออิหร่าน พร้อมถูกอ้างถึงว่าได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สงครามอาจยืดเยื้อได้นานสูงสุดถึง 4 สัปดาห์ ตลาดกำลังจับตาว่า สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีซึ่งมีกำหนดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า อาจกลายเป็น ‘ตัวจุดชนวน’ เพิ่มความผันผวนในระยะสั้นให้สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์(BTC)
ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอีกขั้น เมื่อมีรายงานว่า ทรัมป์ระบุในเชิงว่า “สหรัฐฯ ใช้กำลังทางทหารกับอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญแล้ว แต่ ‘the big wave’ หรือ ‘คลื่นลูกใหญ่’ ยังมาไม่ถึง” ‘คำ’ ดังกล่าวทำให้ ‘ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์’ ถูกตีความว่ามีโอกาสยืดเยื้อ และเมื่อตลาดเข้าสู่โหมดกังวล มักเห็นการบิดเบือนของอุปสงค์–อุปทานไม่เพียงแต่ใน ‘ดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ และน้ำมันดิบ’ แต่รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ด้วยเช่นกัน
ฝั่งตลาดอนุพันธ์ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ‘การชำระบัญชี (liquidation)’ หรือการปิดสถานะบังคับเริ่มพุ่งขึ้นตามความผันผวนที่ขยายตัว ภายในช่วง 24 ชั่วโมง มูลค่าการชำระบัญชีสะสมทะลุ 4억달러 หรือราว 5,866억원 แม้หากมองทั้งวัน สถานะซื้อ (롱) ที่ถูกชำระบัญชีจะมีมากกว่าสถานะขาย (숏) แต่ถ้าซูมดูเฉพาะในช่วง 1 ชั่วโมงล่าสุด จะพบว่าสถานะขายถูกชำระบัญชีสูงถึง 8,000만달러 (ราว 1,173억원) ขณะที่ฝั่งซื้อถูกล้างไม่ถึง 500만달러 (ราว 73억원) ส่งสัญญาณชัดเจนถึง ‘숏 스퀴즈’ หรือการบีบปิดสถานะชอร์ตอย่างรุนแรงในจังหวะราคาดีดตัวแรง
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า ช่วงนี้ทิศทางหลักของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จะอ่อนไหวต่อความคืบหน้าในตะวันออกกลางและถ้อยแถลงเพิ่มเติมจากทรัมป์เป็นพิเศษ หลังการดีดตัวแรง มักเกิดการเปิดสถานะเลเวอเรจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดเสี่ยงจะถูกขยายแรงเหวี่ยง ‘ทั้งขาขึ้นและขาลง’ จากข่าวเล็กๆ ได้ง่าย ภาพรวมระยะสั้นจึงยังเป็นภาวะที่นักลงทุนต้องระมัดระวังการใช้เลเวอเรจและบริหารความเสี่ยงให้รัดกุมเป็นพิเศษ
ความคิดเห็น 0