Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) เสี่ยงจารึก 7 เดือนแท่งแดง วาฬเร่งลดความเสี่ยง ทดสอบแนวรับสำคัญ 1,800 ดอลลาร์

อีเธอเรียม(ETH) กำลังยืนอยู่ปลายทางของภาวะ ‘ขาลงที่พบได้ยาก’ หลังราคาหลุดแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 2,000 ดอลลาร์ (ราว 2.94 ล้านบาท) ทำให้ความเป็นไปได้ที่ราคาจะปิดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในวงกว้าง บรรยากาศโดยรวมจึงเริ่ม ‘ระมัดระวัง’ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในตลาดอีเธอเรียม

เมื่อไม่นานนี้ ราคาอีเธอเรียมร่วงลงต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมายืนแถว 2,010 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.95 ล้านบาท) ได้ชั่วคราว แต่แรงฟื้นตัวยังไม่แข็งแรงพอที่จะเรียกว่าเป็นการกลับตัวเต็มรูปแบบ ด้านข้อมูลบนเชนกำลังสะท้อนภาพ ‘รายใหญ่ลดความเสี่ยง’ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็ไม่ได้เอื้อกับ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ มากนักในช่วงนี้

ประเด็นสำคัญคือ อีเธอเรียมอาจกำลังจะบันทึกสถิติ “7 เดือนติดของแท่งเทียนสีแดง” หรือปิดลบแบบรายเดือนต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยในตลาดคริปโต ภาวะ ‘ลงยาวต่อเนื่อง’ ลักษณะนี้มักถูกโยงเข้ากับช่วง ‘เทขายสุดตัว (capitulation)’ อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่ารอบนี้เป็นผลพวงจาก ‘ดอกเบี้ย’ และ ‘เงินเฟ้อ’ ที่กดดันความเสี่ยงในวงกว้าง มากกว่าจะเป็นการเสื่อมถอยของ ‘ปัจจัยพื้นฐานเครือข่าย’ อีเธอเรียมโดยตรง

‘คำ’

ตามข้อมูลบนเชน กระเป๋าที่ถือครองระหว่าง 100,000–1,000,000 ETH ได้ทยอยลดจำนวนเหรียญลงอย่างรวดเร็วในรอบ 90 วันที่ผ่านมา จุดที่น่าสนใจคือ การลดพอร์ตครั้งนี้เกิดขึ้น ‘นอกกระดานเทรด’ เป็นหลัก ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายเหรียญเข้า–ออกเพื่อเทรดระยะสั้น ทำให้หลายฝ่ายตีความว่านี่คือการ ‘ลดความเสี่ยง (de-risking)’ ของผู้เล่นรายใหญ่ มากกว่าจะเป็นแค่การสลับสถานะชั่วคราว

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ของเหล่า ‘วาฬ’ มีโอกาสสร้างแรงกดดันด้านอุปทานในระยะสั้น หากกระบวนการ ‘กระจายเหรียญ (distribution)’ ยังเดินหน้าต่อไป โซนราคาที่ตลาดจับตาเป็นแนวรับถัดไปจะอยู่แถว 1,800 ดอลลาร์ (ราว 2.64 ล้านบาท) ซึ่งระดับนี้ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ ในเชิงเทคนิค ว่าเป็นจุดชี้ขาดสำคัญว่าแนวโน้มหลักจะ ‘พัง’ หรือจะ ‘ยืนได้’

ฝั่งมหภาคเองก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพดีขึ้นนัก หาก ‘เงินเฟ้อ’ ยังคงเหนียวแน่นกว่าคาด ตลาดการเงินมักหันหลังให้ ‘ความเสี่ยง’ สถาบันลงทุนจำนวนมากจะถอยจากสินทรัพย์เติบโตและคริปโต เพื่อหาที่หลบภัยที่นิ่งกว่า ในรอบล่าสุด นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า อีเธอเรียมเป็นหนึ่งในเหรียญใหญ่ที่รับแรงกระแทกค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับโทเคนชั้นนำตัวอื่น

อย่างไรก็ดี การปรับฐานครั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นสะท้อนว่า ‘สุขภาพเครือข่าย’ ของอีเธอเรียมกำลังพังลง ความเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้ดูจะตอบสนองต่อ ‘สภาพแวดล้อมมหภาค’ เป็นหลักมากกว่า หากโซนแนวรับด้านล่างเริ่มแสดงสัญญาณรับแรงขายได้ ตลาดก็ยังมองเห็นโอกาสที่จะเกิด ‘การเด้งทางเทคนิค’ ตามมา

‘คำ’

ในเชิงเทคนิค ตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ‘ดัชนี Relative Strength Index (RSI)’ กำลังเข้าใกล้โซน ‘ขายมากเกินไป’ ในบางกรอบเวลามีการพูดถึงค่า RSI แถว 37 ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณ ‘โอเวอร์โซลด์’ ระยะสั้น หากเกิด ‘แรลลีคลายกังวล (relief rally)’ ขึ้นมา ราคามีโอกาสดีดกลับขึ้นไปทดสอบแถว 2,200 ดอลลาร์ (ราว 3.23 ล้านบาท) ได้ ขณะที่ RSI รายวันอยู่แถว ๆ 43 ซึ่งในอดีตเคยเป็นระดับที่ตลาดเริ่มเห็นการฟื้นตัวระยะสั้นเกิดขึ้น

ในตลาดอนุพันธ์ ความร้อนแรงของ ‘เลเวอเรจ’ ก็ดูจะลดดีกรีลงมาบ้างแล้ว อัตรา ‘Funding Rate’ เริ่มกลับมาสู่ระดับปกติ ขณะที่ ‘Open Interest’ หรือมูลค่ามิได้ชำระบัญชีรวม เริ่มหดตัวลง การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกตีความว่า ช่วยลดความเสี่ยงจาก ‘การล้างพอร์ตแบบโดมิโน’ ที่มักเกิดเวลาตลาดใช้เลเวอเรจสูงเกินไป และยังสะท้อนกระบวนการที่ตลาดกำลัง ‘ลดหนี้–ปรับโครงสร้าง’ ให้แข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การเด้งขึ้นระยะสั้นยังไม่เพียงพอที่จะยืนยัน ‘การกลับตัวของเทรนด์’ เงื่อนไขที่หลายฝ่ายจับตาคือ ราคาอีเธอเรียมต้องยืนเหนือแนวรับแถว 1,840 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.70 ล้านบาท) ให้ชัดเจนเสียก่อน จากนั้นต้องสามารถทวงคืนโซน 2,140 ดอลลาร์ (ราว 3.15 ล้านบาท) ให้ได้จึงจะเริ่มเห็น ‘โมเมนตัมขาขึ้น’ กลับมา หากผ่านบริเวณนี้ได้อย่างมั่นคง ตลาดจะเปิดพื้นที่ให้ลุ้นทั้งการขึ้นไปทดสอบ 2,200 ดอลลาร์ อีกครั้ง และอาจมี ‘อัพไซด์’ ต่อเนื่องเหนือกว่านั้น แต่หากไม่สำเร็จ แนวรับ 1,800 ดอลลาร์จะกลับมาเป็น ‘สนามรบหลัก’ ของฝั่งผู้ซื้อทันที

ท้ายที่สุด ‘จุดโฟกัส’ ของตลาดอีเธอเรียมในตอนนี้ คือการเฝ้าดูว่าการ ‘ลดความเสี่ยงของวาฬ’ และ ‘แรงกดดันจากปัจจัยมหภาค’ จะส่งให้แนวโน้มขาลงนี้ยืดเยื้อไปถึงจุดไหน การที่รายใหญ่ลดการเปิดรับความเสี่ยงอาจทำให้ ‘ความผันผวน’ ยังอยู่กับตลาดอีกระยะ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่เลเวอเรจถูกลดลง ขณะที่สัญญาณ ‘ขายมากเกินไป’ กำลังก่อตัว ก็ทำให้หลายคนมองว่าอีเธอเรียมกำลังเข้าใกล้ ‘จุดเปลี่ยนระยะสั้น’ มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตลาดกำลังสะท้อนความคาดหวังดังกล่าวผ่านการตั้งรับของฝั่งซื้อในโซนราคาต่ำอย่างระมัดระวัง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1