Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ดีลอยท์ตรวจทานเงินสำรองยูเอสเอตี(USAt) หนุนเทเธอร์เดินเกมสเตเบิลคอยน์โปร่งใสยุคใหม่

‘บิ๊กโฟร์’ด้านการบัญชีอย่าง ดีลอยท์แอนด์ทัช(Deloitte & Touche) ออกความเห็น ‘การตรวจทาน(Attestation)’ แบบอิสระต่อรายงาน ‘เงินสำรอง’ ของสเตเบิลคอยน์ภายใต้กรอบกำกับดูแลสหรัฐฯ อย่าง ‘ยูเอสเอตี(USAt)’ ซึ่งออกโดย แองเคอริจ(Anchorage) จุดที่น่าจับตาคือ นี่เป็นครั้งแรกที่หนึ่งในบิ๊กโฟร์เข้ามายืนยันเงินสำรองให้กับโครงสร้างที่มี ‘เทเธอร์(Tether)’ สนับสนุน ทำให้ตลาดสเตเบิลคอยน์หันมามอง ‘ความโปร่งใสของเงินสำรอง’ กันมากขึ้น

ดีลอยท์ระบุในจดหมายลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ว่าได้ตรวจสอบว่า รายงานเงินสำรองของยูเอสเอตี(USAt) จัดทำขึ้นตามมาตรฐาน ‘โทเคนอ้างอิงสินทรัพย์และโทเคนตรึงกับสกุลเงินคำสั่ง ปี 2025’ ของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งสหรัฐอเมริกา(AICPA) หรือไม่ โดยรายงานฉบับนี้ครอบคลุมสถานะเงินสำรอง ณ วันที่ 31 มกราคม 2026

ในจดหมาย ดีลอยท์เขียนว่า “ณ วันที่รายงาน ยูเอสเอตี(USAt) ได้จัดทำรายงานเงินสำรองตามมาตรฐานดังกล่าว และคำยืนยันของฝ่ายบริหารถือว่า ‘แสดงอย่างเหมาะสม (fairly stated)’ ในมุมของสาระสำคัญ”

ยูเอสเอตี(USAt) เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับดอลลาร์สหรัฐ เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม และทำงานบนเครือข่าย อีเธอเรียม(ETH) โครงสร้างการออกโทเคนตั้งเป้า ‘ตรึง 1:1 อย่างเข้มงวด’ ระหว่าง 1 ยูเอสเอตี ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมชูว่าได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับกรอบกฎระเบียบกลางของสหรัฐฯ ที่ชื่อ ‘GENIUS Act’ ซึ่งบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2025

‘การเงินสำรอง’ 17.6 ล้านดอลลาร์ หนุนด้วยเงินสดและรีโปพันธบัตรสหรัฐฯ

ตามจดหมายของดีลอยท์ ณ วันรายงาน มียูเอสเอตี(USAt) หมุนเวียนอยู่ 17,501,391 โทเคน ขณะที่แองเคอริจเปิดเผยว่า สินทรัพย์เงินสำรองมีมูลค่ารวม 17,604,716 ดอลลาร์ (ราว 261.3 ล้านบาท) มากกว่าจำนวนโทเคนที่ออกอยู่ราว 103,325 ดอลลาร์ (ประมาณ 15 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นส่วน ‘เงินสำรองส่วนเกิน’ หรือ Over‑collateral

องค์ประกอบของเงินสำรองประกอบด้วย เงินสด 3.65 ล้านดอลลาร์ (ราว 54.2 ล้านบาท) และสัญญารีเวิร์สเร포 (Reverse Repo) ที่มี ‘พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ’ เป็นหลักประกัน มูลค่า 13.95 ล้านดอลลาร์ (ราว 207.1 ล้านบาท) โดยสัญญารีโปเหล่านี้มีอายุตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ เรียกได้ว่ามี ‘อายุคงเหลือสั้นมาก’ และถือผ่านโบรกเกอร์‑ดีลเลอร์ในสหรัฐฯ

เงินสดถูกเก็บไว้ในบัญชีธนาคารและบัญชีโบรกเกอร์ ซึ่งตามปกติจะอยู่ภายใต้กลไกคุ้มครอง เช่น ระบบประกันเงินฝากของสหรัฐฯ แต่รายงานก็ระบุชัดว่า ยอดเงินบางส่วนอาจเกินกว่าขีดจำกัดประกันมาตรฐาน นอกจากนี้ยังเขียนกำกับไว้ด้วยว่า “โทเคนยูเอสเอตี(USAt) ทุกโทเคนที่ออกสามารถขอแลกคืนได้ทั้งหมด และไม่มีโทเคนใดที่ถูกระงับสิทธิ์การไถ่ถอน ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวร”

อย่างไรก็ตาม ดีลอยท์ย้ำว่า งานครั้งนี้เป็นเพียง ‘การตรวจทาน(Attestation)’ รายงานเงินสำรองภายใต้มาตรฐานเฉพาะ ไม่ใช่ ‘การตรวจสอบงบการเงินเต็มรูปแบบ (Audit)’ ขอบเขตการทำงานจึงไม่ครอบคลุมถึง การประเมินระบบควบคุมภายใน การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นอกเหนือจากกรอบที่กำหนด หรือการวิเคราะห์ความมั่นคงทางการเงินโดยรวมของบริษัท ‘ความคิดเห็น’ ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญบางราย มองว่าต่อให้เป็นเพียง Attestation แต่การที่บิ๊กโฟร์ยอมลงชื่อในเอกสารยืนยันเงินสำรองให้สเตเบิลคอยน์ที่เชื่อมโยงกับเทเธอร์ น่าจะยกระดับ ‘มาตรฐานความโปร่งใส’ ในการแข่งขันของตลาดสเตเบิลคอยน์รอบใหม่

ตลาดสเตเบิลคอยน์ยังเล็งเป้า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เทเธอร์ USDt หดตัวแรง

ในภาพรวม ‘ตลาดสเตเบิลคอยน์’ ยังคงถูกมองว่ามีศักยภาพเติบโตต่อไปได้ ในเดือนก่อน ทีมวิเคราะห์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์(Standard Chartered) ย้ำมุมมองเดิมว่า มูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์อาจขยายตัวแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 2,968 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2028 แม้ช่วงหลัง ตลาดคริปโตเริ่มชะลอและมูลค่ารวมของสเตเบิลคอยน์จะนิ่งอยู่ราว 300,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 445.2 พันล้านบาท) แต่นักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นเพียงภาวะอ่อนแรงตามวัฏจักร ‘เชิงวัฏจักร’ ไม่ใช่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของสินทรัพย์ประเภทนี้

ด้านเทเธอร์ USDt(USDT) ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์รายใหญ่สุด กำลังเผชิญช่วง ‘หดตัวของปริมาณหมุนเวียน’ แรงที่สุดในรอบ 3 ปี โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ปริมาณโทเคนที่หมุนเวียนลดลงไปราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 22.26 พันล้านบาท) ขณะที่เดือนมกราคมก็หดตัวไปอีกราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17.81 พันล้านบาท) เทเธอร์ชี้แจงว่า การลดลงดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้าน ‘การหมุนเวียนและการกระจายตัวแบบระยะสั้น’ มากกว่าการที่ความต้องการใช้งานลดลง พร้อมระบุว่า สเตเบิลคอยน์คู่แข่งอย่าง ยูเอสดีคอยน์(USDC) ก็เผชิญการลดลงของปริมาณโทเคนหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันเช่นกัน

เมื่อ ‘สเตเบิลคอยน์ที่เน้นการกำกับดูแล’ อย่างยูเอสเอตี(USAt) เดินหน้าชูกรอบปฏิบัติตามกฎหมายสหรัฐฯ ควบคู่กับกระแสความต้องการ ‘การตรวจทานเงินสำรอง’ โดยผู้เล่นระดับบิ๊กโฟร์ ตลาดมีแนวโน้มจะหันไปให้ความสำคัญกับรายละเอียดอย่าง โครงสร้างสินทรัพย์สำรอง ระยะเวลาครบกำหนดของเครื่องมือการลงทุน และ ‘ความสามารถในการไถ่ถอน’ ของโทเคนมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ ของหลายฝ่ายจึงมองว่า ยูเอสเอตี(USAt) กำลังส่งสัญญาณจุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่ด้านความโปร่งใสและการกำกับดูแลในตลาดสเตเบิลคอยน์ยุคถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1