บิตคอยน์(BTC) กลับมารับบทผู้นำตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังราคาร่วงลงไปแถว 64,758 ดอลลาร์ (ราว 9,250,000 บาท) ก่อนดีดกลับยึดระดับ 68,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วในรูปแบบ ‘V-Shape’ จนเกิด ‘คำ’숏 สควีซ(Short Squeeze)‘คำ’ ขนาดใหญ่ ส่งผลให้สถานะที่เปิดฝั่งขาย (Short) ถูกล้างออกไปกว่า 370 ล้านดอลลาร์ และดันมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมให้รีบาวด์ขึ้นมากกว่า 4% ทำให้เทรดเดอร์ที่เอนเอียงฝั่งขาลงต้องจับตาสถานการณ์กันใหม่
แม้ภาพแรกจะดูเหมือนเป็นเพียงความผันผวนจากเลเวอเรจ แต่หลายมุมมองชี้ว่า การดีดตัวครั้งนี้อาจมีองค์ประกอบด้าน ‘คำ’สภาพคล่อง(Liquidity)‘คำ’ เข้ามาหนุนด้วย ทั้งจากการไหลเข้าของเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ และกระแสแข็งแกร่งของอัลท์คอยน์สายโครงสร้างพื้นฐานที่โดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม
บิตคอยน์(BTC) ทวงคืน 68,000 ดอลลาร์ เลเวอเรจถูกรีเซ็ตด้วย 숏 สควีซ
ครั้งนี้ถือเป็นการรีเซ็ตเลเวอเรจในตลาดอย่างชัดเจน เมื่อบิตคอยน์(BTC) หลุดลงสู่ช่วง 64,000 ดอลลาร์ สถานะฝั่งขายก็เร่งสะสมหนาแน่น แต่แรงซื้อสปอตเริ่มโผล่ขึ้นมาบริเวณ 64,758 ดอลลาร์ ทำให้ราคาถูกดึงกลับอย่างรวดเร็ว การดีดตัวดังกล่าวไปกระตุ้นคำสั่งตัดขาดทุนของฝั่ง Short ตามมาเป็นทอด ๆ จนมีสถานะมาร์จิ้นและฟิวเจอร์สถูกล้างรวมกันกว่า 370 ล้านดอลลาร์ (ราว 528,400 ล้านวอน) และยิ่งเร่งให้ราคารันขึ้นเร็วกว่าเดิม
ในเชิงเทคนิค บิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุระดับ 66,923 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน ขึ้นมาแบบเกือบตั้งฉาก ก่อนจะกลับมายืนเหนือโซน 66,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ระดับที่เคยเป็น ‘แนวต้าน’ จึงเริ่มทำหน้าที่เป็น ‘แนวรับ’ ระยะสั้น และตอนนี้ตลาดกำลังแย่งชิงกันระหว่างฝั่งซื้อ–ขายในโซนปลาย 68,000 ดอลลาร์
จุดที่ตลาดกำลังจับตาอยู่คือแนวรับสำคัญที่ ‘คำ’66,500 ดอลลาร์‘คำ’ หากบิตคอยน์(BTC) ยืนเหนือระดับนี้ต่อเนื่อง แนวโน้มบวกมีโอกาสสานต่อ โดยกรอบถัดไปที่นักวิเคราะห์พูดถึงคือช่วง 69,000–72,900 ดอลลาร์ และหากผ่านไปได้ ระดับ 74,000 ดอลลาร์ก็อาจถูกทดสอบอีกครั้ง ในทางกลับกัน หากราคาไหลลงต่ำกว่า 66,500 ดอลลาร์อีกครั้ง แรงของ 숏 สควีซจะเริ่มอ่อนลง และโซน 60,000–62,000 ดอลลาร์อาจถูกกลับไปทดสอบซ้ำตามสมมติฐานของฝั่งระมัดระวัง
USDC ขยายตัว สะท้อน ‘สภาพคล่อง’ ไหลเข้า ตลาดจับตา NEAR พุ่งแกร่งกว่า 17%
ด้านปัจจัยพื้นฐาน สัญญาณที่หลายคนให้ความสำคัญยิ่งกว่าราคา คือ ‘คำ’สภาพคล่องในตลาดคริปโต‘คำ’ โดยผู้ให้บริการสเตเบิลคอยน์สัญชาติสหรัฐอย่าง เซอร์เคิล(Circle) ผู้ออก ยูเอสดีคอยน์(USDC) เปิดเผยว่ารายได้พุ่งขึ้นถึง 77% แตะ 770 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านวอน) รายได้จากสเตเบิลคอยน์มักเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับการขยายตัวของปริมาณเหรียญ ทำให้มีการตีความว่า ‘คำ’การเติบโตของ USDC‘คำ’ กำลังสะท้อนการไหลเข้าของดอลลาร์ในระบบคริปโตมากขึ้น
การออกสเตเบิลคอยน์ใหม่ ๆ มักถูกมองว่าเป็น ‘กระสุนรอซื้อ’ ที่อยู่ข้างสนาม ในอดีตหลายครั้งที่การไหลเข้าของสเตเบิลคอยน์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นก่อนการเริ่มต้นของรอบขึ้นรอบใหม่ เมื่อปริมาณสเตเบิลคอยน์ในระบบเพิ่มขึ้น ตลาดก็รับแรงขายได้มากขึ้น และช่วยปรับ ‘คุณภาพ’ ของสภาพคล่องให้แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่การเด้งจากการเก็งกำไรระยะสั้น
ภายใต้บรรยากาศที่เงินเริ่มขยับเช่นนี้ เนียร์โปรโตคอล(NEAR) กลายเป็นหนึ่งในอัลท์คอยน์ที่วิ่งแรงกว่าตลาด โดยราคาพุ่งขึ้นราว 17% ซึ่งไม่ใช่แค่การไหลตามบิตคอยน์(BTC) แบบทั่วไป แต่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อ ‘คำ’โครงสร้างพื้นฐานของเชน‘คำ’ ด้วย ปัจจัยสำคัญคือการเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Confidential Intents’ ที่ออกแบบมาแก้ปัญหา ‘ความเป็นส่วนตัว’ ในดีไฟ(DeFi)
Confidential Intents มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงที่คำสั่งซื้อขายหรือกลยุทธ์จะถูกเปิดเผยก่อนธุรกรรมถูกยืนยันบนบล็อกเชน ทำให้การเทรดแบบครอสเชนสามารถดำเนินไปอย่างแนบเนียนมากขึ้น กลไกนี้มีศักยภาพตอบโจทย์ ‘คำ’ดีลขนาดใหญ่และผู้เล่นสถาบัน‘คำ’ ที่ต้องการลดโอกาสถูกตามรอยหรือโดนเมกเกอร์–เทกเกอร์รายใหญ่ไล่กินทางเทคนิค
ในมุมมองของตลาด ฟีเจอร์ลักษณะนี้เข้ากับเทรนด์ ‘คำ’Chain Abstraction‘คำ’ ที่พยายามซ่อนความซับซ้อนของการใช้งานบล็อกเชนจากผู้ใช้ปลายทาง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการข้ามเชนได้โดยไม่ต้องสนใจรายละเอียดเชิงเทคนิคมากนัก เม็ดเงินจึงมีแนวโน้มหมุนไปหาพลATFORMและโครงการที่มี ‘การใช้งานจริง’ และมีบทบาทด้านโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าอัลท์คอยน์ที่ยึดกับกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
ภาพรวมแล้ว การรีบาวด์รอบนี้ของตลาดคริปโตไม่ใช่เพียงการดีดขึ้นเพราะ ‘คำ’การล้างเลเวอเรจ‘คำ’ แต่ยังมีสัญญาณบวกจากการขยายตัวของ USDC ซึ่งสะท้อนการเติมสภาพคล่องเข้าระบบ และการโดดเด่นของอัลท์คอยน์สายโครงสร้างพื้นฐานอย่าง เนียร์โปรโตคอล(NEAR) เข้ามาประกอบด้วย ทิศทางต่อจากนี้ของบิตคอยน์(BTC) จะชัดเจนขึ้นจากศึกชิงแนวรับ–แนวต้านบริเวณ 66,500 และโซน 68,000 ดอลลาร์ ว่าจะกลายเป็น ‘ฐานยิง’ เปิดทางไปหาโซนสูงสุดเดิมอีกครั้ง หรือเป็นเพียงจังหวะพักเลเวอเรจก่อนตลาดกลับสู่โหมดผันผวนรอบใหม่
"ความคิดเห็น" หากบิตคอยน์(BTC) สามารถยืนเหนือ 66,500 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง พร้อมกับตัวเลขสเตเบิลคอยน์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รอบรีบาวด์นี้อาจไม่จบแค่การเด้งสั้น ๆ แต่สามารถพัฒนาเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องจริงมากกว่าการเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0