Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วิตาลิก เทขายอีเธอเรียม(ETH) ทะลุ 1만8000ETH มูลค่า 3820만ดอลลาร์ กดดันตลาดท่ามกลางเงินไหลออกจาก ETF

อีเธอเรียม(ETH) กำลังถูกจับตาอย่างหนัก หลังมีรายงานว่า วิตาลิก บูเธอริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม ขายเหรียญรวมแล้วทะลุ ‘เป้าหมาย’ ที่เคยประกาศไว้ที่ 1만6384ETH ขึ้นไปเป็นกว่า 1만8000ETH คิดเป็นมูลค่าราว 3800만ดอลลาร์ หรือประมาณ 541억7000만원 แถมความเร็วในการขายในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดถูกมองว่า ‘เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน’

เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ลุคออนเชน(Lookonchain) ระบุว่า กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับบูเธอริน ขายอีเธอเรียม(ETH) รวมแล้วเกินระดับ 1만6384ETH ที่เขาเคยพูดถึงเมื่อปลายเดือนมกราคม บูเธอรินเคยอธิบายว่า ได้โอนออก 1만6384ETH เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับ ‘ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์โอเพ่นซอร์ส’, เครื่องมือความเป็นส่วนตัว และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยสำคัญต่างๆ

เขายังเคยพูดถึงภาวะ ‘การรัดเข็มขัดแบบพอประมาณ (mild austerity)’ ของมูลนิธิอีเธอเรียม โดยชี้ว่าการปรับโครงสร้างในลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อให้มูลนิธิสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และบางโครงการจะถูกผลักดันด้วยเงินทุนที่เขาดูแลเอง ‘ความคิดเห็น’ มีนักวิเคราะห์บางรายมองว่าคำอธิบายดังกล่าวสะท้อนการจัดระเบียบบัญชีค่าใช้จ่ายและการจัดสรรเงินทุนใหม่ในระดับมูลนิธิไปพร้อมกัน

การขายเริ่มทยอยเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลุคออนเชนเผยว่า ระหว่างราววันที่ 5 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่อง 3 วัน บูเธอรินขายรวม 2961ETH ที่ราคาเฉลี่ยราว 2228ดอลลาร์ต่อเหรียญ รับเงินราว 660만ดอลลาร์ หรือประมาณ 94억1000만원 จากนั้นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ยอดขายสะสมขยับขึ้นเป็น 6183ETH คิดเป็น 1320만ดอลลาร์ หรือราว 188억1000만원 ก่อนที่ความเร็วในการขายจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายเดือน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ยังมีสัญญาณว่าเขาถอนเพิ่ม 3500ETH ออกจากโปรโตคอลปล่อยกู้ดีไฟน์(DeFi) รายใหญ่อย่าง เอйฟ(AAVE) และวันที่ 23 กุมภาพันธ์ มีการขายเพิ่มอีก 1869ETH มูลค่าประมาณ 367만ดอลลาร์ หรือราว 52억3000만원

แรงขายก้อนใหญ่ที่สุดเกิดในช่วง 25–26 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์ เท็ด พิลโลวส์(Ted Pillows) ระบุว่า แค่ไม่กี่ชั่วโมงล่าสุดก็มีอีเธอเรียม(ETH) ถูกขายเพิ่มอีกราว 283만ดอลลาร์ หรือประมาณ 40억3000만원 พร้อมประเมินว่าตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ยอดขายรวมแล้วแตะราว 3820만ดอลลาร์ หรือประมาณ 544억5000만원 จุดที่หลายคนจับตาเป็นพิเศษคือ มีการขายเพิ่ม 2300ETH ทันทีหลังจากราคาของอีเธอเรียม(ETH) กระโดดขึ้นในกรอบวันกว่า 10% ซึ่งเป็นการดีดตัวแบบ ‘สองหลัก’ ครั้งแรกในรอบราว 4 เดือน ทำให้ตลาดมองว่าการ ‘ขายช่วงรีบาวด์’ ของเขาส่งผลต่อจิตวิทยานักลงทุนไม่น้อย

แม้ตัวเลขจะดูใหญ่ แต่ฝั่งข้อมูลออนเชนก็ชี้ว่า สัดส่วนการถือครองของบูเธอรินไม่ได้หายไปอย่างรุนแรงนัก แพลตฟอร์มวิเคราะห์ อาร์แคม อินเทลลิเจนซ์(Arkham Intelligence) ระบุว่ากระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับเขายังถือครองอีเธอเรียม(ETH) มากกว่า 24만ETH อยู่ดี ซึ่งหากดูในมุม ‘ผู้ถือเหรียญรายบุคคล’ เขายังคงอยู่ในกลุ่มท็อปของตลาดอย่างชัดเจน

การเคลื่อนไหวด้าน ‘วิธีขาย’ ก็ถูกสนใจไม่แพ้กัน ครั้งนี้บูเธอรินเลือกใช้ โปรโตคอลโค우(CoW Protocol) ในการทยอยสลับเหรียญ (สวอป) มากกว่าทุ่มเทขายล็อตใหญ่ครั้งเดียว โปรโตคอลโค우เป็น ‘ดีอีเอ็กซ์แอ็กรีเกเตอร์(DEX Aggregator)’ ที่ออกแบบมาเพื่อแตกคำสั่งซื้อขายก้อนใหญ่ให้เป็นดีลชิ้นเล็กจำนวนมาก ช่วยลดแรงกระแทกต่อราคาในตลาดสปอต

จากธุรกรรมที่ลุคออนเชนเผยแพร่ จะเห็นดีลขายแบบเป็นชุด ช่วง 7–70WETH ต่อคำสั่ง ถูกส่งออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ ติดกันหลายรายการ ส่งผลให้ยอดขายสะสมไหลจากตัวเลขเป้าหมายเดิม 1만6384ETH ขยายขึ้นเป็นราว 1만8684ETH ในที่สุด

ด้านราคา อีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวผันผวนตลอดช่วงที่มีข่าวขายของบูเธอริน เว็บไซต์ข้อมูลตลาด คอยน์เก코(CoinGecko) ระบุว่า ขณะนี้อีเธอเรียม(ETH) ซื้อขายแถว 2050ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 8.6% ในช่วง 24 ชั่วโมง และบวกประมาณ 3.6% ในกรอบสัปดาห์ แต่หากดูระยะ 1 เดือน ราคายังร่วงราว 30% และต่ำกว่าระดับปีก่อนหน้าราว 18% ขณะที่เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดช่วงกลางปีที่แล้วซึ่งเคยยืนเหนือ 4900ดอลลาร์ ปัจจุบันราคายังต่ำกว่าราว 60% สะท้อนภาพ ‘ขาลงหลายเดือน’ ที่ยังไม่หลุดกรอบ

แรงกดดันฝั่งขาลงยังถูกเพิ่มขึ้นจากฝั่ง ‘ETF’ ด้วย นักวิเคราะห์ อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอีเธอเรียม(ETH) ราว 56만3600ETH ไหลออกจากผลิตภัณฑ์การลงทุนของสถาบันการเงิน (คิดเป็นยอดขายสุทธิ) รวมมูลค่าประมาณ 11억3000만ดอลลาร์ หรือราว 1조6109억원 ‘ความคิดเห็น’ หากการขายของบูเธอรินทำให้ฝั่ง ‘ซัพพลาย’ ดูเสี่ยงขึ้นในระยะสั้น การไหลออกจาก ETF ก็สะท้อนการอ่อนแรงของ ‘ดีมานด์’ จากสถาบันไปพร้อมกัน

มาร์ติเนซยังชี้ระดับราคาที่ควรจับตาหากแรงขายยังไม่จบ โดยมอง 1800ดอลลาร์เป็นแนวรับสำคัญแรก ตามด้วย 1584ดอลลาร์ และ 1238ดอลลาร์ ส่วนโซนที่เขามองว่าเป็น ‘ช่วงตื่นตระหนกสุดขีด’ อยู่ใกล้บริเวณ 1089ดอลลาร์ ท้ายที่สุด ตลาดอีเธอเรียม(ETH) กำลังอยู่ในจุดที่ปัจจัยลบสองด้าน ทั้ง ‘การแคชเอาต์ของผู้ถือรายใหญ่’ และ ‘สภาพคล่องจากสถาบันที่แผ่วลง’ ทำงานพร้อมกัน นักลงทุนจึงจับตาดูว่า แม้จะเกิดรีบาวด์ระยะสั้นขึ้นมาได้ แต่จะมีทั้งปริมาณซื้อขายและเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามากพอจะเปลี่ยนทิศทางเทรนด์ได้จริงหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1