เชนลิงก์(LINK) เด้งแรงกว่า 14% ภายใน 24 ชั่วโมง ดึงความสนใจจากนักลงทุนอัลต์คอยน์อีกครั้ง ท่ามกลางกระแส ‘รีเรตติ้ง’ ที่เกิดจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโทเคนสินทรัพย์จริง ‘RWA’ และกระแสเงินทุนจากสถาบันที่ยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลจาก ‘โคอินเกโค(Coingecko)’ เชนลิงก์ร่วงลงไปแตะ 8.20 ดอลลาร์ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 (UTC) ก่อนรีบาวด์กลับขึ้นมาเหนือ 9.35 ดอลลาร์ภายในวันเดียว ระหว่างวันราคาขึ้นไปสูงสุดแถว 9.50 ดอลลาร์ และปัจจุบันซื้อขายบริเวณ 9.25 ดอลลาร์ หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/วอนที่ 1 ดอลลาร์ = 1,427.50 วอน ระดับ 9.25 ดอลลาร์จะเท่ากับราว 13,205 วอน โดยราคาปัจจุบันอยู่ใกล้จุดสูงสุดนับตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ปัจจัยหนุนสำคัญของ ‘LINK’ ถูกมองว่ามาจากสองทิศทางหลัก ด้านแรกคือการผสานเข้ากับเครือข่าย ‘แคนตันเน็ตเวิร์ก(Canton Network)’ ที่โดดเด่นในตลาดโทเคนสินทรัพย์จริง RWA แคนตันถูกใช้เป็นอินฟราสำหรับสถาบันการเงินรายใหญ่ และการที่เชนลิงก์เชื่อมต่อเข้าระบบนี้อย่างจริงจัง ทำให้โครงสร้าง ‘ท่อส่งข้อมูลสำหรับสถาบัน’ แข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเชื่อมต่อครั้งนี้ทำให้ข้อมูลหุ้น, ฟังก์ชัน ‘พิสูจน์ทุนสำรอง(Proof of Reserves)’ รวมถึงโปรโตคอลการทำงานข้ามเชนของเชนลิงก์อย่าง ‘CCIP’ ถูกฝังเข้าไปในเฟรมเวิร์กสำหรับลูกค้าสถาบันของแคนตัน นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า เชนลิงก์กำลังขยับจากบทบาท ‘โอราเคิลราคา’ ไปสู่การเป็น ‘โครงสร้างเชื่อมต่อ’ หลักของตลาดที่เม็ดเงินสถาบันไหลเวียนอยู่
อีกด้านคือความต้องการจากฝั่งผลิตภัณฑ์ลงทุนของสถาบัน โดยเฉพาะ ‘กองทุน/ETF แบบถือเชนลิงก์จริง’ ที่ยังคงมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทรัสต์เชนลิงก์ของเกรย์สเกล ‘เกรย์สเกล เชนลิงก์ ทรัสต์(GLNK)’ มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับราว 61 ล้านดอลลาร์ หรือราว 870.8 พันล้านวอน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของบิตไวส์ ‘CLNK’ ถือครองสินทรัพย์มากกว่า 11 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 157 พันล้านวอน ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งโดดเด่นเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด ที่ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ETF บิตคอยน์สปอตหลายกองทุนเผชิญกระแสเงินไหลออกอย่างหนัก ทำให้ผลิตภัณฑ์อิง LINK ถูกมองว่ามี ‘ความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ’ เมื่อวัดกับตลาดโดยรวม
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือการที่เชนลิงก์เริ่มมี ‘ช่องทางสื่อสาร’ กับหน่วยงานกำกับดูแลมากขึ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทนายความซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารของเชนลิงก์ เทย์เลอร์ ลินด์มันน์(Taylor Lindman) เข้าร่วมทีมคริปโตเทสก์ฟอร์ซของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ขณะเดียวกัน เซอร์เกย์ นาซารอฟ(Sergey Nazarov) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเชนลิงก์ ก็ได้รับเชิญเข้าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษานวัตกรรมของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ(CFTC) ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยนี้อาจไม่ได้ผลักดันราคาโดยตรงในระยะสั้น แต่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านการสื่อสารกับภาครัฐ ลด ‘ส่วนเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ’ ในระยะยาว ซึ่งอาจถูกสะท้อนผ่านส่วนลดความเสี่ยง (risk premium) ที่ต่ำลง
ข้อมูลบนเชนยังช่วยหนุนมุมมองว่า LINK อาจกำลังสร้างฐานราคาใหม่ บทวิเคราะห์ฉบับเดียวกันเผยว่า ‘ทุนสำรองเชิงกลยุทธ์(Strategic Reserves)’ ของเชนลิงก์เพิ่มขึ้นมามากกว่า 2.17 ล้านโทเคน คิดเป็นมูลค่าตลาดเกิน 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 285.5 พันล้านวอน กลไกที่โครงการนำค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมออฟเชนกลับมาซื้อโทเคนเก็บไว้ ถูกตีความว่าเป็นการดูดซับอุปทานในตลาด หรือ ‘supply sink’ ซึ่งช่วยลดแรงขายจากฝั่งซัพพลาย หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อเนื่อง ระดับราคาแถว 8 ดอลลาร์อาจกลายเป็น ‘ฐานระยะสั้น’ ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านเทคนิค ‘ภาวะขายมากเกินไป’ ถูกคลายตัวอย่างรวดเร็ว สัญญาณโมเมนตัมเริ่มพลิกกลับมาอยู่ฝั่งบวก ดัชนี ‘RSI’ ดีดตัวจากราว 34 ขึ้นมาแถวโซน 50 ในช่วงเวลาสั้น ๆ สะท้อนแรงซื้อรอรับที่หนาแน่น ขณะที่ตลาดอนุพันธ์มีการจับตาว่า ‘สถานะคงค้าง(open interest)’ ใกล้แตะระดับ 422 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.02 แสนล้านวอน การกลับเข้ามาใช้เลเวอเรจเพิ่มขึ้นอาจช่วยเร่งจังหวะขาขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เพิ่มความเสี่ยงด้าน ‘ความผันผวน’ ให้สูงขึ้นไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเชิงเทคนิคระยะสั้นก็ยังถูกพูดถึงอย่างชัดเจน ตลาดจำนวนมากมองว่า LINK จำเป็นต้อง ‘ยืนเหนือ 9.16 ดอลลาร์’ เพื่อยืนยันว่าการดีดตัวรอบนี้คือการ ‘เบรกเอาต์จากภาวะขายมากเกินไป’ หากราคาไหลกลับลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน แรงรีบาวด์อาจหมดแรงเร็วและพลิกกลับเป็นการปรับฐานต่อเนื่องได้เช่นกัน ในกรณีที่ราคาปิดวันต่ำกว่าระดับ 8.20 ดอลลาร์ มีการเตือนว่ากรณีรีบาวด์รอบนี้จะถือว่าสะดุด และตลาดอาจถอยลงไปทดสอบแนวรับโซน 7.50 ดอลลาร์
สุดท้าย ‘คำถามใหญ่’ ยังอยู่ที่ว่า ปัจจัยพื้นฐานของเชนลิงก์จะส่งต่อไปสู่ความต้องการใช้งานจริงได้มากแค่ไหน การรวมเข้ากับแคนตันเน็ตเวิร์กและกระแสเงินทุนสถาบันที่ไหลเข้าสินทรัพย์อิง LINK ถูกมองว่าเป็นสัญญาณ ‘ขาขึ้นที่ผูกกับยูทิลิตี้จริง’ ไม่ใช่เพียงกระแสเก็งกำไรระยะสั้น แต่ในทางปฏิบัติ ตลาดอัลต์คอยน์รวมถึง LINK ยังผูกกับทิศทางของบิตคอยน์(BTC) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากราคาบิตคอยน์สั่นคลอน แม้จะมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อัลต์คอยน์ส่วนใหญ่ก็ยังมีโอกาสเผชิญแรงขายตามมา นักลงทุนจึงจำเป็นต้องประเมินทั้งภาพเฉพาะของเชนลิงก์และบรรยากาศตลาดคริปโตโดยรวมควบคู่กันไป
‘ความคิดเห็น’ โดยสรุป การรีบาวด์ของเชนลิงก์รอบนี้ไม่ได้มีแค่ภาพเทคนิค แต่พ่วงมาด้วยสตอรี่ใหญ่เรื่อง ‘RWA + สถาบัน’ ที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ หากระดับ 9.16 ดอลลาร์ถูกป้องกันได้และบิตคอยน์ไม่หลุดแนวรับหลัก โอกาสเห็นการต่อยอดสู่คลื่นขาขึ้นระยะกลางของ LINK ยังถือว่าน่าจับตา
ความคิดเห็น 0