อีเธอเรียม(ETH) กำลังพยายามกลับมายืนเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะผันผวนที่เริ่มสงบลง ส่งผลให้แรงขายระยะสั้นลดความรุนแรงลง ขณะเดียวกันข้อมูล ‘ออนเชน’ ยังส่งสัญญาณ ‘การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง’ หลังพบว่า ปริมาณอีเธอเรียม(ETH) บนกระดานเทรดกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 24 ตามข้อมูลของ ‘คริปโตกวอนต์(CryptoQuant)’ ตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ มียอดอีเธอเรียม(ETH) ไหลออกจากกระดานเทรดรวมราว 31.6 ล้าน ETH นับเป็นระดับ ‘ธุรกรรมสุทธิไหลออกจากกระดานเทรด’ ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สะท้อนว่าผู้ลงทุนจำนวนมากเลือกย้ายเหรียญจากกระดานเทรดไปยังกระเป๋าภายนอกมากกว่าปล่อยทิ้งไว้เพื่อเทรดระยะสั้น
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อมีการถอนเหรียญจำนวนมากจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ นักลงทุนมักเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ไปเก็บไว้ใน ‘โคลด์วอลเล็ต’ หรือไปยังผู้ให้บริการ ‘คัสโตดี’ ภายนอก ผลที่ตามมาคือ ปริมาณเหรียญที่พร้อมขายได้ทันทีบนตลาดจะหดตัวลง ส่งผลให้สภาพคล่องโดยรวมเริ่มตึงตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การที่เกิด ‘กระแสไหลออก’ เด่นชัดในจังหวะที่อีเธอเรียม(ETH) กลับมาทดสอบแนวต้านเชิงจิตวิทยาแถว 2,000 ดอลลาร์ จึงมีโอกาสช่วยลด ‘แรงขายรออยู่ที่กระดาน’ อย่างน้อยในระยะสั้น
‘ปริมาณไหลออกจากกระดาน’ เทไปที่ไบแนนซ์
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่ากระแส ‘ธุรกรรมสุทธิไหลออกจากกระดานเทรด’ กระจุกตัวอยู่ที่แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไบแนนซ์(Binance) ซึ่งมียอดอีเธอเรียม(ETH) ไหลออกประมาณ 14.45 ล้าน ETH ภายในเดือนเดียว คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการถอนออกทั้งหมด เนื่องจากไบแนนซ์ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องเชิงลึกที่สุดในตลาดอีเธอเรียม(ETH) การที่เม็ดเงินจำนวนมากเลือกเคลื่อนผ่านที่นี่จึงมักถูกมองว่าเป็น ‘ภาพสะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างตลาด’ มากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวเฉพาะจุด
ด้าน OKX มี ‘ธุรกรรมสุทธิไหลออก’ ราว 3.83 ล้าน ETH ตามมาด้วยคราเคน(Kraken) ที่มีการไหลออกราว 1.04 ล้าน ETH ลักษณะที่สอดคล้องกันในหลายกระดานเทรดหลัก บ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่ประเด็นจำเพาะของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่เป็น ‘การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่กว้างขวางขึ้น’ ของผู้ลงทุนในตลาดอีเธอเรียม(ETH)
ตัวเลขระดับมากกว่า 31 ล้าน ETH ไม่ใช่แค่ 3 แสน ETH เป็นสัญญาณที่มองข้ามไม่ได้ในมิติ ‘โครงสร้างอุปทาน’ ของอีเธอเรียม(ETH) หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อเนื่อง ปริมาณเหรียญที่พร้อมเทรดบนกระดานจะลดลงอีก สภาพคล่องอาจตึงตัว และในโซนราคาที่เปราะบาง ความผันผวนอาจกลับมาขยายตัวได้ ‘ความคิดเห็น’ กระแสไหลออกจากกระดานเทรดไม่ได้การันตีว่าราคาอีเธอเรียม(ETH) จะพุ่งขึ้นทันที เพราะการย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าภายนอกอาจเป็นทั้งการถือระยะยาว หรือการเคลื่อนย้ายไปช่องทางซื้อขายรูปแบบอื่น ซึ่งให้ผลกระทบต่อราคาต่างกัน
ทดสอบระดับ 2,000 ดอลลาร์ จุดชี้เป็นชี้ตายระยะสั้น
มองในเชิงเทคนิค อีเธอเรียม(ETH) กำลังพยายาม ‘กลับขึ้นและยืนเหนือ’ ระดับ 2,000 ดอลลาร์ บนกรอบเวลา 4 ชั่วโมง โดยล่าสุดอีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 2,050 ดอลลาร์ (ราว 3.046 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าโซน ‘แนวหมุนกลาง’ หรือ ‘จุดพีโวต’ สำคัญที่ 2,000 ดอลลาร์เล็กน้อย
ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ราคาของอีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวในกรอบกว้างราว 1,850–2,100 ดอลลาร์ ด้านล่างช่วง 1,850–1,900 ดอลลาร์ มีแรงซื้อรับและการป้องกันแนวรับให้เห็นหลายรอบ ขณะที่ด้านบนใกล้ 2,100 ดอลลาร์ ถูกทดสอบแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่ผ่านอย่างเด็ดขาด แสดงให้เห็นว่าแรงขายและการทำกำไรระยะสั้นในโซนบนยังคงหนาแน่น
ในเชิงเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ราคาล่าสุดของอีเธอเรียม(ETH) กลับขึ้นมายืนเหนือเส้นเฉลี่ยระยะสั้น (50 และ 100 ช่วงเวลา) บ่งชี้ว่าแรงกดดันขาลงกำลังคลายตัว และโมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเอียงมาทางฝั่งซื้อ อย่างไรก็ดี เส้นค่าเฉลี่ย 200 ช่วงเวลายังอยู่เหนือราคา และทำหน้าที่เป็น ‘แนวต้านแบบไดนามิก’ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการฟื้นตัวจะมีน้ำหนักมากขึ้น หากอีเธอเรียม(ETH) สามารถทะลุและยืนเหนือเส้นนี้ได้อย่างมั่นคง
จุดน่าจับตาต่อจากนี้ คือความสามารถของอีเธอเรียม(ETH) ในการ ‘รักษาฐาน’ เหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์ หากยืนได้อย่างแข็งแรง เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปถูกประเมินไว้แถว 2,150 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.196 ล้านบาท) ในทางกลับกัน หากราคาหลุด 2,000 ดอลลาร์ลงมาอีกครั้ง แนวรับโซน 1,900 ดอลลาร์ (ราว 2.823 ล้านบาท) อาจถูกทดสอบซ้ำ เปิดทางให้กรอบผันผวนด้านล่างกลับมาเป็นประเด็นเสี่ยงสำหรับผู้ลงทุนระยะสั้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0