บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ ‘74,000 ดอลลาร์’ (ราว 1,089.9 万วอน) ในวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) สร้างบรรยากาศ ‘แรลลียกภูเขาออกจากอก’ ระยะสั้น แต่แรงซื้อก็อ่อนลงอย่างรวดเร็วภายในไม่ถึงหนึ่งวัน ด้านบริษัทวิเคราะห์ออนเชน *คริปโตเควน트(CryptoQuant)* มองว่าการดีดตัวครั้งนี้ใกล้เคียงกับการรีบาวด์ทางเทคนิคใน ‘ตลาดขาลง’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ‘ตลาดกระทิงรอบใหม่’ พร้อมแนะนักลงทุนยังควรเพิ่มความระมัดระวัง
คริปโตเควนทป์ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “แม้บิตคอยน์(BTC) จะเพิ่งดีดขึ้นรอบล่าสุด แต่ภาพรวมแล้วยังคงอยู่ในภาวะตลาดขาลง” โดย ‘ดัชนีกระทิง (Bull Score Index)’ ที่ทางบริษัทเผยแพร่ ซึ่งประเมินสุขภาพของตลาดจากปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคของบิตคอยน์แบบภาพรวม อยู่ที่เพียง ‘10 จาก 100 คะแนน’ และยังปักหลักอยู่ลึกในโซนขาลง คริปโตเควนท์อธิบายเพิ่มเติมว่า ทั้ง ‘ปัจจัยพื้นฐาน’ และ ‘สัญญาณเชิงเทคนิค’ ล่าสุดต่างยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นสภาพตลาดขาลง จึงมีโอกาสสูงที่การดีดขึ้นรอบนี้เป็นแค่ ‘แรลลียกภูเขาออกจากอก’ ไม่ใช่ต้นทางของ ‘ขาขึ้นรอบใหม่’ ตามที่นักลงทุนบางส่วนหวัง
ทิศทางราคาก็สะท้อนภาพของ ‘รีบาวด์สั้น’ เช่นกัน ตามข้อมูลจากเทรดดิงวิว(TradingView) บิตคอยน์(BTC) บนกระดาน *โคอินเบส(Coinbase)* ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดรอบ 1 เดือนที่ 74,000 ดอลลาร์ (ราว 1,089.9 万วอน) พร้อมชนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 50 วัน (50-day EMA) แต่หลังจากนั้นราคาถูกเทขายลงมากกว่า 3,000 ดอลลาร์ (ราว 4.42 万วอน) ถอยกลับมาต่ำกว่า 71,000 ดอลลาร์ (ราว 1,045.6 万วอน) ในช่วงเช้าวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้ระยะห่างจากจุดสูงสุดรอบล่าสุดขยายเป็นราว ‘4% กลาง ๆ’ ทำให้ ‘ความต่อเนื่องของการฟื้นตัว’ ถูกตั้งคำถามทันที
‘ETF หนุนแต่แมโครยังไม่นิ่ง’ – เสี่ยงเจอแรงขายรอบใหม่
-------------------------------------------------------------
นักวิเคราะห์สายสถาบันต่างเห็นตรงกันว่าการดีดตัวรอบนี้มีทั้ง ‘แรงหนุน’ และ ‘ข้อจำกัด’ แฝงอยู่ *นิค รุค(Nick Ruck)* ผู้อำนวยการจาก *LVRG รีเสิร์ช(LVRG Research)* ให้สัมภาษณ์กับ *โคอินเทลิกราฟ(Cointelegraph)* เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของ ‘แรลลียกภูเขาออกจากอก’ ครั้งนี้ มาจากการฟื้นตัวของ ‘ความต้องการรับความเสี่ยง (risk-on sentiment)’ ในตลาดการเงินโดยรวม ผสมกับเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ‘อีทีเอฟ(ETF) บิตคอยน์ส pot’ ที่ยังคงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า ‘ความไม่แน่นอนด้านมหภาค’ ที่ยังไม่คลี่คลาย และการอ่อนแรงของโมเมนตัมราคา ทำให้บิตคอยน์(BTC) ถูกขายลงอย่างรวดเร็วจากบริเวณ 74,000 ดอลลาร์ กลับมาบริเวณ 71,000 ดอลลาร์ (ราว 1,045.6 万วอน) สะท้อนว่าระดับด้านบนเริ่มเป็น ‘แนวต้านแข็ง’ ที่นักลงทุนระยะสั้นพร้อมขายทำกำไรทันที
นิค รุค ประเมินต่อว่า การที่บิตคอยน์(BTC) รีบาวด์ขึ้นมาในช่วงที่สภาพคล่องทั่วโลกยังจัดว่าน่าพอใจ ถือเป็นปัจจัยบวก แต่ภายใต้ ‘โครงสร้างตลาดขาลง’ ที่ยังดำเนินต่อไป หากข้อมูลมหภาคออกมาในเชิง ‘เย็นลง’ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (NFP) เดือนกุมภาพันธ์ชะลอตัวตามคาด ตลาดคริปโตอาจกลับมาเผชิญ ‘แรงกดดันฝั่งขาย’ อีกรอบ ความหมายคือ แม้เม็ดเงินจาก ‘ETF’ จะยังช่วยพยุงแนวโน้มระยะสั้น แต่หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมา ‘สั่นคลอนความเชื่อมั่น’ การดีดตัวแต่ละครั้งอาจสั้นลงเรื่อย ๆ
‘สัญญาณดีจากฝั่งสหรัฐ’ – โคอินเบสพรีเมียมฟื้นตัว-โมเมนตัมลบเริ่มผ่านจุดพีก?
-------------------------------------------------------------------
คริปโตเควนท์มองว่า หนึ่งในแรงขับหลักของการฟื้นตัวรอบนี้คือการปรับตัวดีขึ้นของ ‘โคอินเบส พรีเมียม(Coinbase Premium)’ ซึ่งใช้วัดความต่างของราคาและแรงซื้อขายระหว่างตลาดสหรัฐกับตลาดเอเชีย หากค่าพรีเมียมเป็น ‘บวก’ มักถูกตีความว่า *‘ดีมานด์ซื้อส pot จากนักลงทุนสหรัฐแข็งแรงขึ้น’*
คริปโตเควนท์ระบุว่า พรีเมียมของบิตคอยน์(BTC) บนโคอินเบสเคยจมอยู่ในโซนลบอย่างลึกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะดีดขึ้นมาอยู่ในระดับบวกที่ ‘ดีที่สุดนับจากเดือนตุลาคม’ เป็นต้นมา ทำให้บริษัทมองว่า ‘สัญญาณความต้องการซื้อส pot จากฝั่งสหรัฐ’ ขยับจากโหมด ‘หดตัว’ กลับมาสู่โหมด ‘ขยายตัว’ อีกครั้ง ซึ่งถือเป็น *สัญญาณเชิงโครงสร้าง* ที่น่าจับตา
ด้านแรงขายในตลาดก็มีแนวโน้มผ่อนคลายลงเล็กน้อย คริปโตเควนท์เผยข้อมูลว่า ‘ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้’ (unrealized loss) ของทั้ง ‘เทรดเดอร์ระยะสั้น’ และ ‘ผู้ถือยาว’ พุ่งขึ้นแตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่กรกฎาคม 2022 ก่อนที่ช่วงหลัง ๆ จะเริ่มเห็นสัญญาณว่า ‘แรงขายจากฝั่งที่ขาดทุน’ ลดลงบ้าง โดยปกติแล้ว การที่นักลงทุนลดการขายในช่วงที่อยู่ในโซนขาดทุน มักถูกตีความว่าเป็น ‘สัญญาณการสะสมใกล้ช่วงสร้างฐาน’ แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะยืนยัน ‘การกลับตัวเป็นขาขึ้น’ อย่างชัดเจน ทำให้มุมมองต่อข้อมูลชุดเดียวกันอาจแตกต่างกันไปในหมู่นักวิเคราะห์
ฝั่ง *สวิสบล็อก(SwissBlock)* นักวิเคราะห์ของบริษัทระบุเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “โมเมนตัมกำลังส่งสัญญาณถึง ‘การเปลี่ยนผ่านสำคัญ’ เราอาจผ่านจุดสูงสุดของโมเมนตัมเชิงลบมาแล้ว และการเปลี่ยนทิศแบบนี้ มักเกิดขึ้น ‘ก่อน’ ตลาดจะเข้าสู่ ‘การเปลี่ยนเฟส (regime change)’”
อย่างไรก็ดี ตราบใดที่ ‘ดัชนีกระทิง (Bull Score)’ ของคริปโตเควนท์ยังถูกกดไว้ในระดับต่ำลึกในโซนขาลง ตลาดบิตคอยน์(BTC) มีแนวโน้มต้องใช้เวลา ‘สำรวจทิศทาง’ ต่อไปในสภาวะที่ *‘การรีบาวด์ในตลาดขาลง’* และ *‘สัญญาณเปลี่ยนเทรนด์’* ยังปะปนกันอยู่ นักลงทุนจึงอาจต้องพิจารณาทั้ง ‘สัญญาณบวกจากฝั่งสหรัฐและ ETF’ ควบคู่ไปกับ ‘ความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาค’ อย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีช่วงนี้
ความคิดเห็น: ภาพรวมตอนนี้ยังไม่ใช่ ‘ขาขึ้นเต็มตัว’ แต่เป็นช่วงที่แรงขายเริ่มผ่อนและแรงซื้อฝั่งสหรัฐเริ่มกลับมา หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไม่สร้างเซอร์ไพรส์เชิงลบ การย่อตัวอาจถูกใช้เป็นจังหวะสะสมโดยนักลงทุนสายระยะยาว ขณะที่สายเก็งกำไรระยะสั้นยังต้องระวังแนวต้านแถวโซน 74,000 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0