Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เด้งคู่หุ้นโลก แต่ติดดอกเบี้ย–ยิลด์พันธบัตร กดเสี่ยงหลุด 6.3 หมื่นดอลลาร์

บิตคอยน์(BTC) และตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มตั้งหลักเหนือ ‘แนวรับเชิงจิตวิทยา’ ได้อีกครั้ง หลังจากร่วงแรงต้นสัปดาห์เพราะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่ในฝั่งตลาดพันธบัตร สัญญาณกลับไม่สดใสเท่าไรนัก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและแนวโน้มเฟดคงจุดยืน ‘สายเหยี่ยว’ ยาวนานขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ‘รอบรีบาวด์’ ของสินทรัพย์เสี่ยงในตอนนี้อาจยังไม่ถึงขั้นเป็นเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์เคลื่อนไหวบริเวณ 7.05 หมื่นดอลลาร์ต่อเหรียญ ฟื้นตัวราว 6% ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ คิดเป็นประมาณ 10.463 ล้านวอนต่อเหรียญ (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,484.10 วอน) ขณะเดียวกัน ฟิวเจอร์สดัชนี S&P500 ก็รีบาวด์ขึ้นอย่างแข็งแรง กลับขึ้นมาใกล้ระดับก่อนปรับฐาน สร้างบรรยากาศ ‘แรลลี่คลายกังวล’ ให้กับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรกลับส่งสัญญาณคนละทิศ จนทำให้น้ำหนักความสนใจของนักลงทุนเริ่มหันกลับไปที่ ‘ทิศทางดอกเบี้ย’ และ ‘ราคาน้ำมัน’ อีกครั้ง

‘บิตคอยน์(BTC)–หุ้น’ เด้งคู่ แต่ภาพยังผูกติดกับมาโครมากกว่า ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิตคอยน์ร่วงลงไปแถว 6.3 หมื่นดอลลาร์ ก่อนดีดตัวอย่างรวดเร็ว แรงขายในรอบนั้นถูกโยงเข้ากับข่าวความเสี่ยงด้านเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งดันราคาน้ำมันพุ่งและกระตุ้น ‘โหมดหลบเสี่ยง’ ทั่วตลาด หลังจากสหรัฐประกาศเตรียมใช้กองทัพเรือคุ้มกันเส้นทางขนส่งพลังงาน ความตึงเครียดในตลาดจึงเริ่มผ่อนคลาย ราคาบิตคอยน์เด้งกลับขึ้นไปแตะราว 7.347 หมื่นดอลลาร์ในวันพุธ ลบแรงร่วงก่อนหน้าไปได้มาก

ฝั่งตลาดหุ้นก็เคลื่อนไหวในทิศทางคล้ายกัน ฟิวเจอร์สดัชนี S&P500 เด้งจากจุดต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์บริเวณ 6,718 จุด กลับขึ้นมายืนเหนือ 6,840 จุดอีกครั้ง เข้าสู่โซนที่นักลงทุนมองว่าเริ่ม ‘นิ่ง’ มากขึ้น สะท้อนภาพ ‘การเดินไปด้วยกัน’ ระหว่างคริปโทและสินทรัพย์ดั้งเดิมที่กลับมาเด่นชัด

ปรากฏการณ์นี้ย้ำภาพว่าบิตคอยน์ตอนนี้ยังไม่ใช่ ‘สินทรัพย์ปลอดภัยที่เคลื่อนไหวสวนตลาด’ แบบที่บางคนอยากให้เป็น แต่ยังถูก ‘ผูก’ ไว้กับสภาพคล่องดอลลาร์และระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนพร้อมรับอยู่ดี แม้บิตคอยน์จะดึงตัวกลับมายืนแถว 7.3 หมื่นดอลลาร์ได้แล้ว แต่ถ้าดัชนี S&P500 กลับตัวลงอีกรอบ ความเสี่ยงที่แรงซื้อในบิตคอยน์จะอ่อนแรงตามก็ยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตามอง

ด้านเทคนิค มุมมองในตลาดเริ่มโฟกัสแนวรับ–แนวต้านสำคัญ ถ้าราคา ‘ยืนเหนือ 7.2 หมื่นดอลลาร์’ ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเห็นการทดสอบ ‘แนวต้าน 7.4 หมื่นดอลลาร์’ อีกครั้ง แต่ถ้าคลื่นเทขายสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาแรง แนว 6.5 หมื่นดอลลาร์ถูกมองเป็น ‘เส้นชีวิตของรอบรีบาวด์นี้’ ขณะที่ระดับ 6.3 หมื่นดอลลาร์ถูกจับตาว่า ถ้าหลุดลงไปอีกรอบ จะถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเริ่ม ‘ขาลงระยะสั้นรอบใหม่’ ได้ไม่ยาก

‘พันธบัตรสหรัฐ’ ส่งสัญญาณเตือนใหม่ ดอกเบี้ยสูงอยู่นานไม่ใช่แค่คำขู่

ขณะที่ตลาดหุ้นเดินหน้าเก็บของราคาถูก ตลาดพันธบัตรกลับเร่ง ‘รีไพรซความเสี่ยงเงินเฟ้อ’ อย่างต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นจากราว 3.93% เป็น 4.15% ภายใน 4 วันทำการเท่านั้น เนื่องจากราคาพันธบัตรปรับตัวลง ผลตอบแทนที่สูงขึ้นจึงสะท้อนว่าตลาดกำลังเรียกร้อง ‘ค่าชดเชยความไม่แน่นอน’ ที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ฝั่งพันธบัตรอายุสั้นที่ไวต่อทิศทางนโยบายเฟดอย่างพันธบัตร 2 ปี ก็ไม่ต่างกัน ยิลด์ไต่ขึ้นมาแถว 3.60% การขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเช่นนี้ ทำให้เสน่ห์ของ ‘ดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง’ เด่นขึ้นทันที และมีแนวโน้มดูดสภาพคล่องบางส่วนออกจากตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ที่มีความผันผวนสูง ก่อนหน้านี้ ความคาดหวังว่าเฟดจะหันมา ‘ลดดอกเบี้ยเร็ว’ ช่วยหนุนให้บิตคอยน์พุ่งทะลุ 7.2 หมื่นดอลลาร์ แต่ตอนนี้ภาพในตลาดพันธบัตรเริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป

ข้อมูลจาก ‘CME FedWatch’ ซึ่งอ้างอิงความคาดหวังของตลาดต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ก็สะท้อนมุมมองใหม่อย่างชัดเจน ความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้ ถูกกดลงมาเหลือต่ำกว่า 50% แล้ว จากก่อนหน้าที่ตลาดเคยให้น้ำหนักอยู่แถว 80% การที่โอกาสลดดอกเบี้ยหดตัวลง กลายเป็นสัญญาณว่า ถ้าช็อกด้านราคาพลังงานในตะวันออกกลางค่อยๆ ส่งผ่านไปยังตัวเลขเงินเฟ้อ เฟดอาจจำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยสูง ‘นานกว่าที่คิด’ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของยิลด์พันธบัตรที่ไต่ขึ้น

ระดับดอกเบี้ยตรงนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ในหมู่นักลงทุน มีเสียงเตือนชัดเจนว่า ถ้าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ทะลุ ‘4.20%’ ขึ้นไปอย่างมั่นคง แรงขายแบบอัตโนมัติ (program trading) ในทั้งตลาดหุ้นและบิตคอยน์(BTC) อาจถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้น ตรงกันข้าม ถ้ายิลด์ไหลกลับลงมาต่ำกว่า 4.00% และทรงตัวได้ จะช่วยให้สินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาส ‘ได้หายใจ’ มากขึ้น

3 จุดเปลี่ยนที่ตลาดจับตา: BTC 7.4 หมื่นดอลลาร์ / ยิลด์ 10 ปี 4.2% / BTC 6.3 หมื่นดอลลาร์

เส้นแบ่งที่เทรดเดอร์จำนวนมากกำลังใช้เป็น ‘ไม้บรรทัด’ ในระยะสั้นถูกสรุปได้ราว 3 ระดับสำคัญ

อย่างแรกคือ ‘บิตคอยน์ 7.4 หมื่นดอลลาร์’ ถ้าราคาปิดรายวันสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้อย่างชัดเจน จะถูกตีความได้ว่าตลาดดูดซับแรงกระแทกจากข่าวความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้วในระดับมาก และเปิดทางให้แนวโน้มเชิงบวกขยายตัวต่อ

อย่างที่สองคือ ‘ยิลด์พันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ 4.20%’ ระดับนี้ถูกมองเป็นโซน ‘เสี่ยงต่อมูลค่าประเมินของสินทรัพย์เสี่ยง’ หากผลตอบแทนยืนเหนือระดับดังกล่าวและไม่ยอมลงมา ความกดดันด้านราคากับทั้งบิตคอยน์(BTC) และดัชนี S&P500 มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น

อย่างที่สามคือ ‘บิตคอยน์ 6.3 หมื่นดอลลาร์’ หากการทรงตัวในรอบนี้ล้มเหลวและแนวรับดังกล่าวแตกลงอีกครั้ง ความหมายจะไม่ใช่แค่การพักฐานธรรมดา แต่มีโอกาสถูกอ่านว่าเป็นสัญญาณ ‘กลับสู่เทรนด์ขาลงระยะสั้น’ อย่างเต็มตัว

สุดท้ายแล้ว แม้บิตคอยน์(BTC) และหุ้นจะฟื้นตัวให้เห็นเป็นรูปธรรมในระยะสั้น แต่ตราบใดที่ตัวแปรด้านพลังงานจากตะวันออกกลางและ ‘เงินเฟ้อดื้อด้าน’ ยังไม่คลี่คลาย เส้นทางนโยบายของเฟดยังพร้อมจะสวิงได้ตลอดเวลา และตราบใดที่บิตคอยน์กับหุ้นยังวิ่งไปในทิศเดียวกัน โอกาสสูงมากที่ทิศทางรอบต่อไปของตลาดจะถูกกำหนดด้วย ‘ทิศทางดอกเบี้ย’ มากกว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์ในแต่ละวัน ‘ความคิดเห็น’ ของนักลงทุนจำนวนมากจึงไม่ใช่การถามว่า “จะซื้ออะไร” แต่เป็นการถามว่า “เฟดจะยอมผ่อนเมื่อไร” ต่างหาก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1